
มองผ่านเลนส์คม - ศิษย์ลืมครู
จำได้ว่า เคยเขียนถึงเรื่องนักร้องหรือดาราที่โด่งดังแล้วลืมครูหรือผู้ให้การสนับสนุนหลายต่อหลายครั้ง
พอได้อ่านข่าวหมอลำ 19 จังหวัดรวมตัวกันไหว้ครู จากหน้าบันเทิงลูกทุ่ง "คม ชัด ลึก" แล้ว รู้สึกอย่างที่คณะกรรมการบอกว่า นักร้องลูกทุ่งอีสานหรือหมอลำดังๆ ไม่มีใครมาร่วมงานเลยสักคน
โดยงานมีวัตถุประสงค์จะให้เกียรติครูและศิลปินแห่งชาติของภาคอีสานเพื่อให้ท่านมีกำลังถ่ายทอดงานสู่ลูกหลาน
ปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ก็ไม่ว่ากัน แต่ปีหน้าจะดูน้ำหน้าของนักร้องและน้ำใจของค่ายเพลงทั้งหลายว่า หากมีการจัดงานไหว้ครูเช่นนี้เกิดขึ้น โดยไม่มีกองทัพนักข่าวไปทำข่าวออกโทรทัศน์ พวกเขาจะปรากฏกายไปในงานหรือไม่
บางคนเมื่อมีชื่อเสียง คิดแต่เรื่องงานที่ได้เงิน งานที่จะไปฟรีๆ เห็นทีจะยาก สู้อยู่บ้านเปิดแอร์เย็นๆ นอนดูวิดีโอจะดีกว่าเป็นไหนๆ
ยอมรับว่า นักร้องลูกทุ่งหมอลำหลายคน ใช้ชีวิตตอนดัง ดูยุ่งยากวุ่นวาย ต่างจากตอนเข้าวงการใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะทนอากาศร้อนไม่ไหว ทนคนเบียดเสียดไม่ได้
บางคนตอนที่เริ่มๆ เข้าวงการยังไม่โด่งดัง แฟนเพลงมาขอถ่ายรูป แสนจะดีใจทั้งเซ็นชื่อทั้งให้เบอร์โทร เผื่อจะเอาไว้ตามไปเชียร์ให้พวงมาลัยหรือเอาไว้อ้อนให้โทรขอเพลงตามสถานีวิทยุ
แต่พอเริ่มมีชื่อเสียง ผมเคยเห็นกับตาว่า นักร้องหญิงสองคนที่แสดงท่าหงุดหงิดเมื่อแฟนเพลงมาขอถ่ายรูปซ้ำๆ เดินสะบัดออกไปแล้วบอกว่า ขอโทษนะคะแสงแฟลชทำให้เจ็บตา
โถ...ตอนอยู่บ้านนอกน่ะ ทั้งดำนาแดดเปรี้ยงๆ ร้อนจ้า ยังทนได้ แค่โดนแสงแฟลชไม่กี่วูบวาบ ทำเป็นจะตายเอา
หลายคนเวลาไปงานต้องให้รถตู้หรือรถยนต์ติดเครื่องเปิดแอร์นับเป็นชั่วโมงจนกว่าจะถึงคิวขึ้นเวที ไม่ยอมเยื้องกรายออกจากรถมารออยู่หลังเวที อ้างว่าร้อน เบื่อแฟนเพลงที่มารุมล้อม ทำตัวสำคัญอย่างกะซูเปอร์สตาร์หรือดาราดัง
คนพวกที่ชอบจอดรถติดแอร์เป็นชั่วโมง พ่นท่อไอเสียให้โลกร้อน ก็พวกนักร้องลูกทุ่งหมอลำนี่แหละตัวดีนัก
"นคร ศรีเพชร"



