
หมอลำ19จังหวัดอีสานรวมตัวไหว้ครูครั้งใหญ่
นับเป็นปีที่สองของพิธีไหว้ครูหลวงของเหล่าบรรดาศิลปินหมอลำทั้ง 19 จังหวัดภาคอีสาน โดยโครงการนี้ริเริ่มก่อตั้งโดยพระครูสุวรรณประชานุกูล เจ้าอาวาสวัดเขากำแพง ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ในนามชมรมประชานุกูลศิลปินพื้นบ้านอีสานร่วมกับวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด
"พิธีไหว้ครูหลวงศิลปินพื้นบ้านอีสาน บายศรีและเทียนชัยมงคลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18-19 เมษายน ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด มีบรรดาเหล่าศิลปินพื้นบ้านอีสาน (หมอลำ) ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง รุ่นอาวุโสก็มี อาทิ ศิลปินแห่งชาติแห่งภาคอีสานทั้งสามท่าน คือ ฉวีวรรณ ดำเนิน, เคน ดาเหลา, ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม และ หมอลำสวัสดิ์ ภูผารสม หมอลำจุมทอง สิมะลี, หมอลำเทวี บุตรตั้ง ส่วนรุ่นใหม่ก็มีตัวแทนจากหมอลำคณะต่างๆ เช่น คณะ ระเบียบวาทะศิลป์ คณะ รัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ โดยมีนายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี
บรรยากาศงานวันที่ 18 เมษายน เริ่มด้วยการอัญเชิญบายศรีและเทียนชัยมงคลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นรถพร้อมขบวนแห่ไปรอบ จ.ร้อยเอ็ด แล้วกลับมาเฉลิมฉลองที่วิทยาลัยนาฏศิลป มีการแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยศิลปินทั้งรุ่นเก่าร่นใหม่กันอย่างครึกครื้น โดยมีศิลปินอีสานสาขาต่างๆ ทยอยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างไม่ขาดสาย
รุ่งเช้าวันที่ 19 เมษายน เป็นพิธีบวงสรวงครูบาอาจารย์และเทพยดา โดยมีฉวีวรรณ ดำเนิน กับ เคน ดาเหลา เป็นผู้นำประกอบพิธี มีการร่ายรำบูชาครูในท่ารำโบราณซึ่งหาชมได้ยาก บรรดาศิลปินที่มาร่วมงานต่างแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพิธีนี้เป็นอันมาก โดยทุกคนแต่งตัวอย่างสวยงามและร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง เสร็จจากพิธีบวงสรวงก็เข้าสู่พิธีไหว้ครูหลวงบายศรีสู่ขวัญในห้องประชุม
พระครูสุวรรณประชานุกูล ผู้สนับสนุนโครงการขึ้นกล่าวให้โอวาทแก่ศิลปินพื้นบ้านน้อยใหญ่ว่า "ขอให้ศิลปินทุกคนยึดมั่นต่อพระคุณครูบาอาจารย์ ให้เต้นกินรำกิน อย่านอนกิน และขอให้สืบสานประเพณีไหว้ครูหลวงให้สืบต่อไปชั่วลูกหลาน" หลังจากนั้นได้มอบไม้เท้าให้ เคน ดาเหลา เนื่องจากปัจจุบันท่านชราภาพมากแล้ว
ฉวีวรรณ ดำเนิน ในฐานะประธานชมรมเพื่อนประชานุกูลผู้เป็นแม่งานในครั้งนี้ กล่าวว่า "เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมีคุณูปการต่อศิลปินเป็นอย่างยิ่ง เพราะศิลปินในปัจจุบันมักจะไม่ให้ความเคารพครูบาอาจารย์ พวกตนเป็นเพียงศิลปินรากหญ้าแม้จะไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่มีความตั้งใจที่จะสืบสานศิลปะพื้นบ้านอีสานให้ดำรงไว้ตลอดกาล รู้สึกภูมิใจที่เห็นศิลปินมาร่วมงานเป็นจำนวนมากและคิดว่าจะมากขึ้นในปีต่อๆ ไป"
ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า "มาร่วมงานเป็นปีที่สองและเป็นรองประธานชมรม การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการให้เกียรติแก่ศิลปินอาวุโส เพราะปัจจุบันศิลปินพื้นบ้านมักถูกทอดทิ้ง ลูกศิษย์หลายคนได้ดิบได้ดีมีชื่อเสียงโด่งดังก็มักจะทอดทิ้งครูบาอาจารย์ การจัดงานทำให้ครูรู้สึกได้รับเกียรติ มีความสำคัญขึ้นมา มีขวัญกำลังใจที่จะถ่ายทอดศิลปะพื้นบ้านอีสานให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อไป"
เคน ดาเหลา ศิลปินแห่งชาติอาวุโส กล่าวว่า "ตื้นตันใจที่คนรุ่นหลังยังให้ความสำคัญ ทำให้ศิลปินพื้นบ้านอีสานได้ร่วมกลุ่มกันแน่นเหนียว คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อยามเดือดร้อน วันนี้เห็นลูกศิษย์มามากมายในฐานะผู้เป็นครูรู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ลูกศิษย์ยังไม่ลืม"
เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่มาร่วมงานไหว้ครูหลวงในครั้งนี้เกือบทั้งหมดเป็นศิลปินพื้นบ้านหมอลำจากคณะต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในแถบอีสานเท่านั้น ยังไม่ปรากฏศิลปินชื่อดังระดับชาติมาร่วมงานแต่อย่างใด ซึ่งคณะผู้จัดงานได้เตรียมประชาสัมพันธ์ส่งข่าวให้ศิลปินรับทราบแต่เนิ่นๆ เพื่อในปีต่อไปจะได้มีศิลปินมาร่วมงานหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ชมรมเพื่อนประชานุกูลศิลปินเพื่อนบ้านอีสาน ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูสุวรรณประชานุกูล เจ้าอาวาสวัดเขากำแพง ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อปี 2552 โดยมี ฉวีวรรณ ดำเนิน เป็นฝ่ายดำเนินกิจกรรม โดยมีจุดประสงค์เชิงอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านอีสาน และจัดระบบศิลปินพื้นบ้านให้เป็นหมวดหมู่ สร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดของกิจกรรมไหว้ครูหลวงก็คือต้องการให้ศิลปินรุ่นหลังมีความเคารพ กตัญญูต่อครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแขนงนี้ ศิลปินในปัจจุบันเมื่อมีชื่อเสียงแล้วก็มักจะทอดทิ้งครูอาจารย์ ลืมรากเหง้าของตัวเอง การได้กลับมาไหว้ครูจะเป็นการเตือนสติให้ศิลปินดำรงตนครองชื่อเสียงโดยไม่ประมาท ขณะเดียวกันผู้เป็นครูก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ถูกทอดทิ้ง ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เรือจ้าง"



