บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-ละอ่อนใจดำ

คมเคียวคมปากกา-ละอ่อนใจดำ

26 เม.ย. 2553

คำประกาศล่าสุดของนายกรัฐมนตรี ว่าจะจัดการกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงอย่างเฉียบขาด หลังจากพลั้งพลาดเสียท่าและเสียชีวิตผู้คนสองฝ่ายในการปราบผู้ชุมนุมเมื่อ 10 เมษายน 2553

 มีแต่พูดถึงเรื่องการปราบ เรื่องผู้ก่อการร้ายไทยๆ ไม่มีแม้สักคำจะพูดถึงความผิดพลาดในการขนรถถัง ขนอาวุธสงครามเข้าสลายม็อบยามวิกาล อันบ่งบอกเจตนาร้ายลึกเจ้าเล่ห์

 ขนรถถังเข้าไปยิงอะไรหรือ หรืออยากจะกรีธาทัพรถถังไล่เหยียบผู้ชุมนุมมือเปล่าแบบกรณีเทียนอันเหมิน ที่ประเทศจีนเมื่อยี่สิบปีก่อนโน้น

 คมเคียวฯ ที่เคยสนุกเพลิดเพลินอยู่กับผักกะแยง หน่อไม้ส้ม น้ำพริก ปลาร้า เต้าเจี้ยวหลน เลยเกิดอาการอดรนทนไม่ได้ ขอสักจันทร์เถอะครับท่านผู้อ่าน และเขียนล่วงหน้าไปนี่ กว่าจะตีพิมพ์ไม่รู้เหตุการณ์จะไปถึงไหน

 คันหัวใจมาตั้งแต่รัฐบาลไปเที่ยวปิดเว็บไซต์ 36 เว็บ ทั้งที่ส่วนมากเว็บเหล่านี้ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทแนบอะไรกับเสื้อแดง และแม้แต่การปิดทีวีจอแดงนั่นก็ไม่ใช่วิสัยของผู้เจริญ ในเมื่อรัฐบาลก็มีทีวีหอยม่วง มีเอเอสทีวี และอีกห้า-หกช่องเล่นงานเสื้อแดงอยู่ตลอดวัน

 คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วยกับเสื้อแดง มีสิทธิ์จะรำคาญ หมั่นไส้ หรือกระทั่งดูถูก เกลียดชังด่าว่าอะไรก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ดังที่ปรากฏบนจอหอยม่วง แต่คุณไม่มีสิทธิ์ไปปิดหู ปิดตา ปิดปากเสียงของเขา...

 “เขา” ในที่นี่คือผู้ชม หรือประชาชนนับล้านที่เปิดดูจอแดงอยู่ทั่วประเทศ

 ข่าวว่าผลการปิดจอ ทำเอาพ่อใหญ่แม่ใหญ่ทางอีสานที่เคยมาโสเหล่การเมืองกันหน้าจอแดง มีอาการลงแดง หงุดหงิด แบบเสพติดแล้วไม่ได้เสพ ไอ้ที่จะซอกแซกไปเปิดดูทางอินเทอร์เน็ต ก็ไม่คล่องแคล่วพอ ยกเว้นมีลูกหลานช่วยบริการหาช่องให้ เช่นช่อง amerilao แต่ก็โดนรัฐบาลอเมริไทยตามบี้ไม่เว้น

 แต่เทคโนโลยียุคดิจิทัล ไม่มีทางที่จะปิดหูปิดตาได้สนิทหรอก

 วันที่ 13 เมษายน ผ่านมา ผมนัดกับน้องๆ ไปเยี่ยมแม่ แน่นอนว่า แม่ต้องถามเรื่องเสื้อแดงด้วยความห่วงใยว่าลูกหลานตัวเองจะไม่ปลอดภัย เพราะสมัย 6 ตุลาคม 2519 ที่ผมหายไปแบบไม่อาจบอกกล่าว แม่ต้องเที่ยวไปตามดูตามหาศพลูกชายตามโรงพยาบาลต่างๆ กระทั่งไปทรงเจ้าดูว่า ลูกยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม ผ่านไป 33 ปีแล้ว แต่ผมได้กลิ่นชอบกลว่ามันจะย้อนมาอีก ก็ในวันที่ 13 เมษายน 2553  เรื่อยมาเป็นสัปดาห์ทุกวัน ช่องทีวีหอยม่วงยิงคลิปภาพทหารบาดเจ็บล้มตายจากเหตุการณ์ 10 เมษาเลือด กับภาพผู้ก่อการร้ายในกลุ่มเสื้อแดง มันช่างเหมือนสมัยที่ชมรมวิทยุเสรี 200 สถานี ที่นำโดยวิทยุยานเกราะ โหมประโคมเรื่องนักศึกษาในธรรมศาสตร์ว่าล้มล้างสถาบัน ว่าสะสมอาวุธ ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายคนต่างชาติแฝงเข้ามา สารพัดจะกล่าวหาป้ายสีเพื่อนำไปสู่การเข่นฆ่าสังหารโหดกลางเมือง

 นายทหารโฆษก ศอฉ. อาจจะโตไม่ทันได้พบผ่านประสบการณ์นั้น เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีหน้าตาละอ่อน ก็ไม่เคยสัมผัสประวัติศาสตร์ 6 ตุลา เพราะเป็นลูกผู้ดี ไปเรียนมัธยมจนจบปริญญาที่ประเทศอังกฤษ

 คุณไม่ตระหนักได้หรอกว่า บรรดาคนที่ก่อการฆ่าคนเมื่อหกตุลาทั้งหลาย สุดท้ายหนี้เวรหนี้กรรมบาปทางใจได้ตามหลอกหลอนพวกเขาอย่างไร

 ความละอ่อนของคนรุ่นที่โตไม่ทัน 6 ตุลา พอคาดได้ว่า เป็นการดิ้นรนเอาตัวรอดจากความผิดพลาดในการปราบปราม เพียงแต่ยิ่งดิ้นยิ่งเลอะเทอะเมื่อไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ หรือไม่ ละอ่อนเหล่านี้อาจจะถูกชี้นำโดย “คนชราใจดำ” 

 ละอ่อน เป็นภาษาเหนือ ที่หมายถึงเด็กๆ ถ้าจะมีความไม่รู้ มีผิดพลาด ก็พอเข้าใจได้ แต่ยังมีไอ้พวกละอ่อนหน้าเหี่ยว ประเภทอดีตคนเดือนตุลา ที่ออกมายุยงให้นายอภิสิทธิ์ประกาศกฎอัยการศึก ปราบเฉียบขาดรุนแรง หรือพูดตรงๆ คือ “ยุให้ฆ่าเสื้อแดง” และก็คงจะสะอกสะใจที่ชาวม็อบตายนับสิบเมื่อ 10 เมษา 53  ราวกับอดีตคนเดือนตุลาเหล่านี้ลืมไปแล้วว่า ตัวเองเคยโดนกระทำย่ำยีมาอย่างไร

 ในสมัย 33 ปีก่อนโน้น คุณเคยถูกป้ายสีเรื่องล้มล้างสถาบัน มาวันนี้คุณก็มาป้ายสีคนอื่นได้อย่างน่าประหลาด

วัฒน์ วรรลยางกูร