
มองผ่านเลนส์คม-คนซาดเดียวกัน
ขออนุญาตเขียนถึงวงการสื่อทีวีเพื่อนบ้านต่ออีกสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองเรา ดูจะไม่มีอารมณ์บันเทิงเริงใจกันมากนัก
อย่างที่เล่าเรื่องปีใหม่ลาวไปในสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับชมการถ่ายทอดผ่านทีวีดาวเทียม "โทละพาบแห่งซาดลาว" (ซ่อง 3) กับ "ลาวสตาร์"
พูดถึงทีวีลาวสองช่องนี้ มีความต่างกันในวิถีธุรกิจบันเทิงแบบลาวๆ อยู่พอสมควร ช่องหนึ่งเป็นทีวีของรัฐร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อีกช่องหนึ่งเป็นทีวี "กึ่งรัฐกึ่งเอกชน"
ทีวีบ้านเราก็รู้กันอยู่ ทีวีของรัฐอย่างช่อง 11 หาโฆษณายาก สู้ทีวีเอกชนที่ได้รับสัมปทานรัฐไม่ได้ ที่มีโฆษณาไหลมาเทมา มีรายได้ร้อยล้านพันล้าน
ตรงกันข้ามกับการตลาดสื่อทีวีฝั่งซ้าย โฆษณากลับไหลไปที่ "โทละพาบแห่งซาดลาว" มากกว่าช่องเอกชนอย่าง "ลาวสตาร์" เพราะเราก็รู้กันอยู่ ระบอบเศรษฐกิจ-การเมืองของบ้านเขากับบ้านเรานั้นต่างกัน
ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารลาวสตาร์ จึงหาช่องทางเพิ่มรายได้ โดยพุ่งเป้าที่ผู้ชมคนลาวในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ซึ่งมีอยู่นับแสนคน
ปกติช่องลาวสตาร์ ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม และแพร่ภาพแบบฟรีทูแอร์ แต่นับจากนี้ไป ในพื้นที่สหรัฐฯ และแคนาดา จะรับชมได้ต้องมี "กล่องรับสัญญาณ" เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ทางลาวสตาร์ได้ผลิตรายการใหม่ขึ้นมา เพื่อเรียกลูกค้าในสองประเทศที่ว่านี้ คือรายการ "สบายๆ สไตล์เพลงลาว" ทุกวันจันทร์ อังคาร และศุกร์
ส่วนวันพุธ และพฤหัสบดี เป็นรายการ "จั่งแม่นม่วน" เน้นเพลงหมอลำ โดยมีดาวดังของลาวสตาร์ "วีเจกิน้อย" ดำเนินรายการ
สองรายการใหม่ยังออกอากาศสดๆ ในเวลา 09.00-11.00 น. ซึ่งตรงกับช่วงหัวค่ำในอีกซีกโลกหนึ่ง เป็นเวลาที่ชาวลาวโพ้นทะเลกลับจากทำงานนอกบ้าน
ฉะนั้น ในรายการทุกๆ เช้า ก็จะมีคนลาวไกลบ้านโทรศัพท์เข้ามาทักทายวีเจ และขอฟังเพลง ซึ่งทุกสายที่โทรเข้ามา ทางวีเจลาวสตาร์จะพยายามตรวจสอบว่าชื่ออะไร? และโทรมาจากมลรัฐไหน?
บางคนบอกดีใจมากที่ได้ชมรายการเพลงจากบ้านเกิดเมืองนอน แม้จะพรากจากมานานกว่า 20 ปี แต่ก็ยังหวังที่จะได้กลับไปเยี่ยมบ้านพ่อบ้านแม่อีกสักครั้ง
คนลาวในต่างแดนส่วนใหญ่ ล้วนเป็นผลพวงแห่งสงครามอินโดจีน คนชาติเดียวกันต้องรบราฆ่ากันเอง และแบ่งแยกออกเป็น "ลาวฝ่ายขวา", "ลาวฝ่ายเป็นกลาง" และ "ลาวฝ่ายซ้าย"
สุดท้ายลาวฝ่ายซ้ายชนะ ได้เปลี่ยนแปลงระบอบการเมือง ทำให้ลาวฝ่ายอื่นต้องอพยพหลบหนีไปอยู่ "ประเทศที่สาม"
ต้องใช้เวลาเยียวยากันหลายสิบปี พี่น้องลาวทุกฝ่ายทุกสี จึงหลอมรวมใจกันอีกครั้ง สมกับสร้อยเพลงที่ว่า "เฮาคนลาว บ่แม่นไผอื่น"
ในวันนี้ ทีวีดาวเทียมสองช่องได้เชื่อมรักเชื่อมใจให้คนลาวเป็นหนึ่งเดียว ด้วยรายการเพลงม่วนๆ สารคดีที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตผู้คน คนเวียงจันทน์กับคนไกลบ้านก็รับชมได้พร้อมกัน ราวกับอยู่บนมาตุภูมิเดียวกัน
ดูเหมือนว่า รัฐบาลลาวได้ใช้ทีวีดาวเทียมสองนี้ เป็นเครื่องมือในการสานสัมพันธ์ "คนซาดเดียวกัน"
น่าเสียใจที่บ้านเรา ใช้ทีวีดาวเทียมเป็นเครื่องมือต่อสู้ห้ำหั่นกัน ดั่งคนต่างสีต่างคิด ไม่ใช่คนเผ่าพันธุ์เดียวกัน
แคน สาริกา



