บันเทิง

"ล้วงลูกกัน ที่จำปาสัก-ลาวใต้"

"ล้วงลูกกัน ที่จำปาสัก-ลาวใต้"

23 เม.ย. 2553

“ล้วงลูกกันที่จำปาสัก-ลาวใต้” สำหรับหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เมษายน 2553 โดยวิกรม กรมดิษฐ์ประธานมูลนิธิอมตะ email:[email protected], www.amatafoundation.org, www.vikrom.net ติดตามละคร “ไฟอมตะ” ทางช่อง 9 อสมท ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.40-21.40 น. www.f

 ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมใช้โอกาสหยุดเทศกาลยาวหลายวันเดินทางไปเยือนลาวใต้ โดยเข้าทางด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี  จุดมุ่งหมายคือ “อุทยานบาเจียง” ซึ่งเป็นที่พักรีสอร์ทแบบธรรมชาติบุกเบิกมาได้ 14 ปีกว่าแล้วโดยคนไทยหัวใจแกร่งชื่อ “วิมล กิจบำรุง” ผู้ที่ผมอยากจะให้ท่านผู้อ่านที่ยังไม่เคยทราบเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตลูกผู้ชายอันโชกโชนของคุณวิมลได้ลองหาหนังสือ “เขาว่าข้อยบ้า” มาอ่านกันดู สนุกสนานหลายรสเชียวแหละครับ  (หรือหากไปเที่ยวที่อุทยานบาเจียงแห่งนี้เขามีหนังสือเล่มนี้ให้ยืมอ่านและขายด้วย)

  ปัจจุบันคุณวิมลนั้นต้องสูญเสียการมองเห็นจากดวงตาทั้งสองข้างอันเป็นผลจากการเข้าป่าเพื่อบุกเบิกอุทยานบาเจียง-น้ำตกผาส้วม (ภาษาลาว “ส้วม” แปลว่า “ห้องนอน”)  แต่คุณวิมลก็ไม่เคยท้อถอยยังคงเดินหน้าบริหารงานอุทยานบาเจียง-น้ำตกผาส้วม เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองของลาวหลากหลายให้ศึกษา เพราะชนพื้นเมืองเหล่านี้ประกอบอาชีพ ดำเนินชีวิตตามปกติของเขาที่นี่ พวกลูกๆ หลานๆ ก็ทำงานกันที่รีสอร์ทมีที่พักเรียกว่าครบวงจรเลยทีเดียว  แน่นอนว่าที่นี่ล้วนเป็นจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลกที่ต่างบอกต่อกันแบบปากต่อปากมากมาย

 ช่วงสงกรานต์นั้น ผมสังเกตว่านักท่องเที่ยวเป็นคนไทยเสียกว่า  80% ขึ้นไปเลย แต่ก็มีชาวลาวพาครอบครัวมาเที่ยวน้ำตกผาส้วมเพื่อคลายร้อนกันมาก  ครั้งนี้ผมไปกับคุณกฤษนะ ละไล ทาง Nation TV ไปถ่ายทำรายการ “กฤษนะล้วงลูก” และเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างการเดินทางข้ามฝั่งโขงมาฝากท่านผู้ชมโดยมีผมทำหน้าที่พลขับระหว่างที่อยู่ในลาว ท่านสามารถติดตามชมกันได้นะครับ  การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมได้ตระหนักถึงวิถีชีวิตแบบ “พอเพียง” ของเพื่อนบ้านได้อย่างดี

 อย่างไรก็ตาม ผมยังต้องติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นบ้านเราอยู่ตลอด เพราะทั้งก่อนไปก็ใจหายใจคว่ำจนเกือบยกเลิกการเดินทางครั้งนี้ กลับมาจนวันนี้ก็ยังไม่เห็นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกันไปทางใด  

 ผมต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณบรรดาผู้เดินทางทั้งหลายที่รู้จักผมไม่ว่าจะผ่านจากสื่อใดๆ ที่ต่างเข้ามาทักทาย  มาถ่ายรูป ขอลายเซ็น ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่ชาวลาวที่อาจรู้จักผมจากสื่อโทรทัศน์ (ที่เกือบทุกบ้านมีจานดาวเทียม สามารถชมรายการโทรทัศน์จากไทยได้ทุกช่อง) ก็เข้ามายิ้มแย้ม จับไม้จับมือเช่นกัน เห็นอย่างนี้แล้วก็ยังพอสบายใจได้หน่อยครับ ว่าไทยกับลาวนั้นรักใคร่กลมเกลียวกันดีสมกับเป็นครอบครัวเดียวกัน  แต่เมื่อเหลียวมองคนในชาติเดียวกันที่ยังทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เลิกนี่สิครับ...อ่อนใจจริงๆ