บันเทิง

“เพลงรักจากดวงดาว” 
ปลายทางของ “ดิว”

“เพลงรักจากดวงดาว” ปลายทางของ “ดิว”

22 เม.ย. 2553

คลอดอัลบั้มแรก “เพลงรักจากดวงดาว” ออกมา หลังจากพ้นจากเวทีเดอะสตาร์ ปีที่ 5 สำหรับรองแชมป์อย่าง “ดิว” พงศธร สุภิญโญ โดย “ดิว” ออกตัวว่าอัลบั้มนี้เป็นการทำงานที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เร่งรีบ

 “ส่วนใหญ่ก็เป็นการทยอยทำงาน ค่อยๆ ทำไปทีละซิงเกิ้ลมากกว่า ไม่ได้รีบร้อนอย่างซิงเกิ้ลแรก ก็คือเพลง กลัวความมืด แล้วก็ไล่มาที่ แลกทั้งใจฯ หัวใจกั้นฟ้า มาถึง ยิ่งมืดยิ่งเห็นดาว ก็ค่อยๆ ไล่มา จริงๆ อัลบั้มนี้ เหมือนเป็นการรวบรวมเพลงทั้งหมดของผม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงประกอบละคร เพราะอย่างปล่อยมา 4 ซิงเกิ้ล ก็ประกอบละครไปซะ 3 แล้ว” ดิวเล่าถึงการทำงาน

 ส่วนเรื่องของคอนเซ็ปต์อัลบั้ม ดิว เสริมว่าอัลบั้มนี้วางคอนเซ็ปต์ให้เป็นชื่อเดียวกับอัลบั้ม คือเป็นเพลงรักทั้งหมด

 “คอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้ ตามชื่ออัลบั้มเลย คือเป็นเพลงรักในหลายๆ รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบเป็นความรักที่ทุกคนสามารถเจอประสบการณ์แบบนี้ได้เหมือนกันทั้งหมด แล้วที่ตั้งชื่อว่า เพลงรักจากดวงดาว ก็เพราะผมคิดว่าดวงดาวมีแสงสว่างแตกต่างกันไป เหมือนความรักที่สามารถถ่ายทอดผ่านบทเพลงได้หลายอารมณ์” นักร้องหนุ่มกล่าวเสริม

 ก่อนที่รองแชมป์เดอะสตาร์ปีที่ 5 จะพูดถึงการมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้ ว่าเขาช่วยดีไซน์การร้องเพลงในอัลบั้มนี้ทั้งหมด

 “ช่วยปรึกษาความเห็นกันมากกว่า อย่างเช่นพี่เขาบอกว่าให้ดิวทำตรงนี้ เราก็ทำๆๆ ตามที่พี่โปรดิวเซอร์บอก แล้วเราค่อยเดินไปบอกพี่เขาว่าเรามีเรื่องเสนอ ผมร้องอย่างนี้โอเคไหม พอหลังๆ ก็เหมือนเราจะแชร์กันมากขึ้น พี่เขาก็จะให้เราดีไซน์การร้องเพลงเอง ซึ่งอัลบั้มนี้ผมดีไซน์การร้องเองทั้งหมด” และ ดิว ยังเล่าต่ออีกว่าในอัลบั้มนี้เขาได้ร้องเพลงเพื่อมอบให้แก่คุณแม่ของเขาอย่างเพลง “ยิ่งมืดยิ่งเห็นดาว”

 “ในอัลบั้มนี้ ผมได้มีเพลงหนึ่ง ที่ถ่ายทอดถึงคุณแม่ของผม คือเพลงยิ่งมืดยิ่งเห็นดาว เวลาที่เราใช้ชีวิตมีความสุขอยู่ เราอาจจะไม่ได้นึกถึงเขาเท่าไหร่ เราอาจจะละเลยเขาไป ไม่ให้เขามามีส่วนร่วมในเวลาที่เรามีความสุข แต่เมื่อไหร่ที่เราทุกข์เขาอยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา” ดิวพูดด้วยรอยยิ้ม

 พอถามถึงที่เพลง “นางฟ้า” เพลงใหม่ล่าสุดที่ปล่อยออกมาว่าเปลี่ยนลุค ดิว ไปอย่างสิ้นเชิง โดยนักร้องหนุ่มกลับตอบว่าชอบเพลงนี้ที่สุด เพราะเป็นเพลงที่แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้อย่างชัดเจน แถมยังหยอดคำหวานว่ามี “สายป่าน” อภิญญา สกุลเจริญสุข เป็นนางฟ้าในใจ

 “ผมดีใจที่มีเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม คนอาจจะเคยเห็นผมร้องแต่เพลงช้าๆ ซึ้งๆ ซึ่งคนก็จะติดตามผมในแบบนั้น เราอยากที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้ชมบ้าง เขาเรียกว่าเหมือนกับพลิกมาร้องอีกแบบหนึ่ง โดยส่วนตัวผมชอบนะ เพราะมันดูสนุกดี แล้วแฟนก็มีการตอบรับกลับมาดีด้วย จริงๆ แล้วเวลาไปตามงานจ้าง ผมเองก็เป็นคนที่ร้องเพลงเร็วสนุกๆ อยู่แล้ว ถ้าเป็นแฟนคลับจะชิน เพราะว่าบางทีผมร้องเพลงเร็ว อาจจะสนุกกว่านี้ด้วย แต่ว่าในแง่ของการตลาดทั่วไปแล้วก็อาจยังไม่ชิน เพราะไม่ค่อยมีใครได้เห็นภาพนี้เท่าไหร่ สำหรับนางฟ้าของผมในตอนนี้ก็เป็นสายป่าน ผมเพิ่งไปดู 32 ธันวามา ผมรู้สึกว่าเขานี่แหละ นางฟ้าที่เป็นคนธรรมดา แต่มีความรู้สึกเป็นนางฟ้า (ยิ้ม)” ดิวเผย

 โดย ดิว ยังเปิดใจถึงเรื่องที่หลายคนมองว่าเขาเป็นเจ้าพ่อเพลงละครของ “เอ็กแซ็กท์” ว่าเขายังมี “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์ เป็นคู่แข่งรายสำคัญกับตำแหน่งนี้อยู่

 “ที่คนมองแบบนั้น อาจเพราะว่าเพลงละครที่ผมร้องแต่ละเพลงได้รับการตอบรับค่อนข้างดีพอสมควร แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ถึงขนาดที่จะเรียกว่าเป็นเจ้าพ่อเพลงประกอบละครได้ เพราะก็มีพี่รุจด้วย พี่รุจเองก็ร้องเพลงประกอบละครเยอะเหมือนกัน (หัวเราะ) เท่าๆ กัน เป็นคู่แข่งที่สูสีมาก (หัวเราะ)” นักร้องหนุ่มกล่าวอย่างอารมณ์ดี และเผยว่าการร้องเพลงประกอบละครต้องทำการบ้านหนัก เพราะต้องเข้าใจถึงอารมณ์ของตัวละครในเรื่องนั้นไปด้วยในเวลาเดียวกัน

 “ต้องเอาบทละครเรื่องนั้นมาอ่านให้เข้าใจถึงตัวตนและอารมณ์ของตัวละครที่เราต้องมาถ่ายทอดผ่านบทเพลง ซึ่งบอกได้เลยว่ามันยากมาก” ดิวเล่าถึงความรู้สึก

 ก่อนจะพูดให้ฟังว่าการทำงานในอัลบั้มนี้ที่ใช้เวลากว่า 1 ปี ไม่ได้รู้สึกว่ามันยาก เนื่องจากเขาไม่ได้มองว่ามันเป็นงาน แต่เขามองมันเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ เพราะมันคือจุดมุ่งหมายคือความฝันที่เขาวาดไว้ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาประกวดเดอะสตาร์

 โดย ดิว เดอะสตาร์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยการฝากอัลบั้ม ว่าเขาอยากให้ทุกคนได้ฟัง แค่ทุกคนฟังเพลงของเขา มีความสุขไปกับเพลง แล้วอินไปกับเพลงของเขา สำหรับเขาแค่นั้นก็พอแล้ว