
รู้ทันกฏหมาย - เจ้านายให้เกษียณ
ไม่ได้รับราชการจะเกษียณจากงานอายุเท่าไหร่ เป็นคำถามที่กำหนดอายุไม่ได้แน่นอน เพราะแม้จะยังหนุ่มยังสาวแค่ไหนก็ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างที่ยังไม่ออกจากงานได้ ต้องเป็นไปตามข้อตกลงและข้อบังคับ ไม่ได้นับที่วัย 60 เสมอไป
ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่ได้ระบุเอาไว้ ก็ถือว่าไม่มีกำหนดเวลาการจ้าง แต่ก็ต้องดูระเบียบข้อบังคับหรือข้อตกลงว่าด้วยสภาพการจ้างกันด้วย เพราะกฎหมายให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงจ้างงาน
ตามปกติการเลิกจ้างต้องมีการบอกกล่าวกันล่วงหน้า แต่ถ้ามีกำหนดระยะเวลาหรือตกลงกันไว้ว่านายจ้างจะจ้างถึงเมื่อไหร่ ก็ให้สิ้นสุดการจ้างเมื่อถึงเวลานั้นโดยไม่ต้องมีการบอกกล่าวกันอีก
ตกลงจ้างมีกำหนดเวลาเป็นคนละส่วนกับการจ่ายค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง ดังนั้น นายจ้างที่ให้ลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณตามอายุ ก็จะต้องจ่ายค่าชดเชยตามเกณฑ์ของกฎหมาย โดยคำนวณตามอายุการทำงาน
ถ้าทำงานเป็นเวลา 120 วัน จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้เท่ากับค่าจ้าง 30 วันสุดท้าย แน่นอนคงไม่มีนายจ้างที่ไหนอยากจ้างคนอายุ 59 ปี 8 เดือนมาทำงาน ก็คงผ่านอัตรานี้ไป
มาที่อัตราถัดไปคือ ทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ถึง 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับ 90 วันสุดท้าย และ หากไม่ถึง 6 ปี อยู่ที่ 180 วัน ถ้าอยู่เกือบจะ 10 ปีแต่ไม่ถึงสักทีก็ยังมีค่าชดเชยให้ 240 วันสุดท้ายของอัตราค่าจ้าง หลังจากนั้นคือตะบันอยู่กันถึง 10 ปีแล้ว ลูกจ้างจะได้รับถึง 300 วัน นั่นก็คือประมาณเงินเดือน 10 เดือนเลยทีเดียว
ทำสัญญาจ้างตกลงจ่ายกันมากกว่านี้ ก็ไม่มีใครห้าม กฎหมายให้ถือตามข้อสัญญา แต่ถ้านายจ้างขอลดราคาต่อรองกันได้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเมื่อไหร่ กลับกลายเป็นโมฆะใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ที่กฎหมายให้ถือว่าได้มาตรฐานขั้นต่ำแล้ว ลูกจ้างที่ไม่รู้กฎหมายก็ต้องเค็มเข้าไว้ สามารถเรียกร้องได้เต็มอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ไม่ใช่ตามที่ตกลงไว้ในสัญญา
นายจ้างที่หวังดีต่อลูกน้อง ต้องการให้ค่าตอบแทนพิเศษหากทำงานกันนานก็ต้องทำสัญญาให้ชัดเจนว่าเงินที่ให้เป็นค่าชดเชยไม่ใช่เงินพิเศษที่ให้เพิ่มขึ้นมา เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ความตั้งใจจะกลายเป็นความจำใจ เพราะแทนที่ต้องให้มากก็เลยเป็นการต้องให้มากกว่าที่ปรารถนาจะตอบแทน
ทีนี้ อย่างที่หลายคนอาจคิดเอาไว้ อายุ 55 หรือว่า 60 ยังไม่แก่เท่าไหร่ เจ้านายอยากจ้างต่อไว้อีกสักปีสองปี อย่างนี้ก็ต้องชัดเจน ล้อเล่นไม่ได้ เกิดเข้าใจแตกต่างเมื่อไหร่ จะกลายเป็นข้อพิพาทในภายหลัง
เพราะอัตราค่าชดเชยต่างกันตามแต่อายุการทำงานว่านานมากน้อยแค่ไหน ทั้งนายจ้างและลูกจ้างจึงต้องเข้าใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายว่าจะนับอายุงานของเก่าเข้ามารวมกับที่ต่อสัญญากันได้หรือไม่ แน่นอนคนจ่ายก็ไม่อยากให้นับไว้แต่คนที่จะได้ก็อยากให้นับเข้าไว้จะได้อยู่ในอัตราสูง
งานนี้ต้องดูว่าเมื่อครบเวลาเกษียณตามสัญญาคราวแรกนั้น ได้มีการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายไปแล้วหรือไม่ ซึ่งก็เท่ากับสัญญาจ้างเสร็จสิ้นจบกันไป จากนั้นก็เป็นการเท่าสัญญาจ้างกันใหม่ เช่นปีต่อปีหรือสองปีก็ว่ากันไป ครบกำหนดสัญญานี้เมื่อไหร่ก็นับอายุงานนับแต่วันที่จ้างกันใหม่ ไม่นับรวมกันให้มากมายเพราะจ่ายกันไปก่อนแล้ว
ตรงนี้ลูกน้องก็ต้องรู้เทคนิคเอาไว้ และคนเป็นเจ้านายก็อย่าได้ใช้เทคนิคเลิกจ้างแล้วทำสัญญาใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดตามกฎหมาย เพราะหากลูกน้องหัวหมอเรียกร้องเมื่อไหร่ ก็เสียหายจ่ายหัวโต
เป็นเจ้านายไม่ง่ายอย่างที่คิด เป็นลูกน้องก็ต้องอย่าดีดแต่ลูกคิด ชีวิตหลังเกษียณมีเรื่องให้ต้องทำอีกตั้งหลายอย่าง ดังนั้น ทั้งเจ้านายและลูกน้องปรองดองกันให้ดี
"ศรัณยา ไชยสุต"



