
กวนเพลงให้น้ำใส - คอนเสิร์ตสะท้อนตัวตนของ เครสเชนโด
นับวันดูเหมือนความจัดจ้านในชั้นเชิงทางดนตรีของ เครสเชนโด จะเป็นที่ยอมรับของคนฟังเพลงในฐานะคนดนตรี "ตัวจริง" อีกกลุ่มหนึ่งของวงการ
"โปรเจกท์ เครสเชนโดนั้น เรียกว่าเป็นความเกี่ยวเนื่องตั้งแต่ ความรู้สึกอยากออกอัลบั้มที่มีอยู่ตั้งแต่แรก" นรเทพ มาแสง มือเบสผู้รั้งตำแหน่งหัวหน้าวง เล่าถึงที่มาของการรวมตัว
"ช่วงนั้น เด็กรุ่นผมจะมีไอดอลเป็นนักดนตรีส่วนใหญ่ ก็เริ่มเดินสายดนตรีมาตลอด จนได้มาทำวงพอส ก็ได้ลิ้มรสความฝันของเรา จนประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ เริ่มจะเอาจริงเอาจัง และแสวงหามากขึ้นเรื่อยๆ ติดใจกับการเป็นอาชีพนี้จริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ฝันจะเป็นจริง ตอนคุณโจ้ นักร้องนำวงพอสเสีย ก็ตะเกียกตะกายที่จะกลับมายืนที่เดิมให้ได้ เพราะตอนแรกคิดว่ามันจบแล้ว แต่เราไม่ยอม ก็กลับมาทำอะไรเรื่อยๆ จนเจอเพื่อนๆ กลุ่มนี้ เลยรวมตัวกลายเป็นเครสเชนโดขึ้นมา"
ขณะที่ เอกพงศ์ เชิดธรรม มือกลองประจำวงรุ่นบุกเบิกมอง เครสเชนโด คล้ายกับเปียโนที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถ "จบในตัว" ได้
"ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องเสริม อยากมีเมโลดี้ก็มี อยากมีคอร์ดก็มี อยากมีริธึ่มก็มี อยากมีฮาร์โมนี่ก็มี"
7 ปีบนเส้นทางสายดนตรีที่พวกเขามีการปรับ-เปลี่ยนส่วนผสมเพื่องานที่ออกมาแสดงออกถึงตัวตน และเสียงเพลงในแบบฉบับของตัวเองให้ได้มากที่สุด
ความจัดจ้านทางดนตรีของพวกเขามี 8 รางวัลดนตรี จาก 3 สถาบัน เป็นเครื่องการันตี (คม ชัด ลึก อวอร์ด : รางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม แฟตอวอร์ด : ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม, ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม และเพลงยอดเยี่ยม “ความจริงในใจ” สีสันอะวอร์ดส์ : ศิลปินกลุ่มยอดนิยม, เพลงยอดเยี่ยม “โลกหมุนด้วยความรัก”, ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และอัลบั้มยอดเยี่ยม) อีกทั้งยังเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดวงดนตรีระดับโลกที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย
"เครสเชนโดเปลี่ยนแนวทุกชุด" นรเทพ ยืนยันในฐานะผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังของวง ซึ่งทุกครั้งของการทำงานจะมีแนวทาง และวัตถุดิบมาจากสมาชิกทุกคนในวง และอัลบั้มชุดที่ผ่านมาของพวกเขาเอง
ตลอด 7 ปีบนเส้นทางสายดนตรี เครสเชนโด มีการปรับ-เปลี่ยนส่วนผสม เพื่องานที่แสดงออกถึงตัวตน และเสียงเพลงในแบบฉบับของตัวเองให้ได้มากที่สุด จึงถูกนำมาใช้เป็นชื่อตอนของคอนเสิร์ต "เฉพาะกิจ" ในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน ศกนี้
"ผม กับ นอ (นรเทพ มาแสง) เคยคุยกันว่า อยากจะทำคอนเสิร์ตที่ถ่ายทอด อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของพวกเราออกมาให้คนฟังเพลงได้เห็นบ้าง" เอก เล่าถึงที่มาของคอนเสิร์ตครั้งนี้
"ตอนนี้วงเรามี 4 คน กีตาร์ เบส กลอง นักร้อง และแนวเพลงของเรากระเด้งไปตามสภาพ เราจะมีทั้งงานห้องอัด โชว์ ไปเล่นตามผับ ขณะที่อดีต เราจะมีเพอร์คัสชั่น คีย์บอร์ด ("จั๋ง" ธีรพงษ์ พิลึก) แซกโซโฟน ("รวย" จรรยพงศ์ สวัสดิเวทิน) หรือนักร้องที่เคยร่วมงานกับเรา คือ ริค (วชิรปิลันธ์ โชคเจริญรัตน์) และอนาคตคืออัลบั้มใหม่ ที่เราจะโชว์ว่าเรากำลังทำอะไร อัลบั้มใหม่เราตัดทิ้งออกหมดเลย เครื่องประกอบทั้งหลาย เราอยากมีแค่เสียงประสาน กีตาร์ เบส กลอง ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างเสร็จแล้ว"
ไลฟ์โชว์ที่พวกเขายืนยันว่า จะเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของเครสเชนโดในทุกแง่มุม ตั้งแต่เนื้อหาสาระทางดนตรี การเติบโตทางความคิด เพื่อนร่วมงาน และวิธีการนำเสนอดนตรีในรูปแบบใหม่ๆ ไม่เพียงการนำเสนอภาพรวมของงานเพลงทั้งหมดของ เครสเชนโด จากอดีตจนถึงปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังนำเสนอผลงานใหม่ของพวกเขา ที่กำลังเสร็จสิ้นจากสตูดิโออีกด้วย
แน่นอนที่สุด นี่คือเวทีที่พวกเขาจะ "ปล่อยของ" ด้วยบทประพันธ์ดนตรี จากผลงานเดี่ยวของสมาชิก ซึ่งเผยให้เห็นทั้งตัวตนและศักยภาพอันไม่ธรรมดา ด้วยบรรยากาศของคอนเสิร์ตฮอลล์ ที่แตกต่างจากงานอีเวนท์ทั่วไป
โดยภาพรวม นี่คือการปลดปล่อยพลังดนตรีให้ไปไกลกว่าขอบเขตของดนตรี ที่จำกัดอยู่กับความเป็น ฟังกี้ กรู๊ฟ ริธึ่มแอนด์บลูส์ และแจ๊ส เท่านั้น
"จริงๆ อาจจะโม้หน่อยนะ คือเครสเชนโดจริงๆ เราจะทำอะไรก็ได้ อยู่ที่ว่าช่วงนั้นเราจะทำอะไร อย่างที่ผ่านมา เราทำในสิ่งที่เราอยากทำ ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของพวกเราตั้งแต่อดีต มาจนถึงปัจจุบัน และอนาคตของพวกเรา ที่จะมีทั้งเพลง และเพื่อนๆ ที่เคยร่วมงานกัน รวมทั้งเพลงใหม่ จากอัลบั้มใหม่ที่จะหยิบขึ้นมาเล่นสดบนเวทีคอนเสิร์ต รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน" เอกพงศ์ออกความเห็น
ในมุมมองของสมาชิกใหม่อย่าง "นัท" ชาติชาย มานิตยกุล เขาคิดว่า ธีมในการโชว์คราวนี้ มีความน่าสนใจอยู่ในตัวโชว์อยู่แล้ว เพราะถือเป็นการถ่ายทอดภาพของเครสเชนโดในยุคต่างๆ ออกมาให้เห็นกันชัดๆ
"มันน่าสนใจอยู่แล้ว ผมเองในฐานะคนที่เข้ามาใหม่ในวง ก็อยากเห็นเหมือนกัน (หัวเราะ) อยากเห็นเครสเชนโดในยุคก่อนที่ผมจะมาร้อง ใครที่เป็นแฟนเครสเชนโด ก็ต้องอยากดูอีกเหมือนกันว่า อดีตเก่าๆ เครสเชนโดเป็นยังไง ผมยังคิดว่าขนาดตัวเองเป็นนักร้องวง ยังอยากดูเลย วันที่พี่ริคร้องอยู่ มีพี่จั๋งมือคีย์บอร์ด เพลงอย่างใต้แสงตะวัน ก็ไม่ได้เล่นนานแล้ว ผมยังไม่เคยร้องเลย พอมันมียุคต่างๆ ของเครสเชนโดเข้ามาก็น่าดู"
ความพิเศษที่จะเกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ตนั้น อยู่ในช่วง "อนาคต" ที่ทุกคนยืนยันว่า ตั้งแต่ทำวงมายังไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
"ที่พิเศษอยู่ที่ช่วงอนาคตนั่นแหละ เพลงใหม่จากอัลบั้มใหม่ที่เราไม่เคยเล่นที่ไหนมาก่อน เพราะฉะนั้น ทักษะในการเล่น มันก็สดในตอนนั้นเลย" นัทยืนยัน
การเดินทางของเสียงดนตรีในแบบฉบับ "เครสเชนโด" ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา และการมองข้ามไปยังวันพรุ่งนี้ของพวกเขาจะน่าติดตามขนาดไหน แสงไฟบนเวทีส่องสว่างขึ้น เราคงจะได้รู้กัน
"อนันต์ ลือประดิษฐ์"
***โตโยต้า - จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 38 ศิลปิน “เครสเชนโด” ตอน Seventh Year จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 17.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 500, 800 และ 1,000 บาท มีจำหน่ายที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร.0-2262-3456



