
มองผ่านเลนส์คม - เสียง!?แห่งสยาม
ช่วงนี้มีเวลาอยู่นิ่งๆ เลยเพลินกับการอ่านหนังสือ ดูข่าว ทำอะไรเรื่อยเปื่อย
ได้เห็นความไม่ปกติ ที่กลายเป็นความปกติด้วย
ไม่กี่วันก่อน เกิดสงครามกลางกรุง มีคนเสียชีวิตร่วม 20 ศพ แต่พอข้ามมาอีกวัน เห็นภาพคนสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน....เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในโลกไซเบอร์เอง ไม่ว่าเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ที่ว่าเป็นชุมชนของคนชั้นกลาง นักวิชาการ ดารา นักร้อง หรือใครก็ได้ ที่อยากโลดทะยานในโลกเสรีทางความคิด
ในนั้นเปิดเวทีโต้เถียงเรื่องแดง-เหลือง เหมือนอยู่กันคนละมุมโลก
บางคนยังเถียงเรื่อง ปิดสนามบิน กับ ปิดแหล่งธุรกิจ ม็อบไหนจะเดือดร้อนกว่ากัน
เวลานี้ แม้หลายคนจะห่วงว่า ถ้าวันนี้ใส่เสื้อสีอะไรเดินออกจากบ้าน ย่อมต้องยอมรับว่าอาจเจอ "มิตร" หรือ "ศรัตรู" บนถนนสายเดียวกันก็ได้
เวทีเดียวกันนี้ ก็มาสะดุดกับข้อความในบล็อกส่วนตัวของ "คุณมะเดี่ยว" ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับ "รักแห่งสยาม" และหนังวัยรุ่น-หนังผีอีกหลายเรื่อง ที่เขียนจดหมายถึงรุ่นน้อง อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมเวลานี้
รวมทั้งบทสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี "เอก" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
คนแรก ยอมเป็น "ผู้กำกับไพร่"
ส่วนคนหลัง กล้าบอกว่าเขานี่แหละ "ไพร่หมื่นล้าน"!!
ที่รู้ว่าคุณมะเดี่ยว เลือกข้างแล้ว ก็สืบเนื่องมาจาก น้องคนหนึ่งเขียนจดหมายระบายความสับสนที่ถูกเพื่อนเกลียดชังเพราะถือข้างการเมืองคนละขั้ว เห็นสังคมแบ่งฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่รู้จะทำยังไงดี คุณมะเดี่ยวบอกว่ารอบๆ ตัวเขา ก็ประสบปัญหาเดียวกัน
"แม้การออกตัวว่าเห็นด้วยกับกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างมากในสังคมกรุงเทพสาธารณะ (ในที่นี้หมายถึงในโลกไซเบอร์นี้ด้วย)...
แม้แต่ตัวพี่เองที่วันนี้คงพูดไม่ได้แล้วว่าเป็นกลางทางการเมือง"
คนที่ทำหนังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลทักษิณ ตั้งแต่ก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัยจนถึงเรื่อง 13 เกมสยอง ก่อนที่รัฐบาลของเขาจะถูกรัฐประหาร คงไม่ใช่คนที่ซี้ซั้ว "แห่" ตามความรู้สึกคนอื่นๆ
เพียงแต่ในคำอธิบาย ทำให้เห็นภาพว่าเขาคิดอะไร และ "ใครคือชนชั้นกลาง"!
และหากถามว่า สำหรับเขาแล้ว จัดเป็นคนชั้นอะไร ทั้งที่มีชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่ต่างจากกลุ่มที่ว่าเลย คุณมะเดี่ยวไม่ได้ปฏิเสธ แต่ตอบชัดๆ ว่า...
"เพียงแต่บางครั้งเราก็ไม่อยากถูกเหมารวมไปอยู่ในหมวดชนชั้นกลางที่เหยียดวรรณะ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว พี่ยอมเป็น "ไพร่" มากกว่าจะเป็นคนในแดนศีวิไลซ์ที่มองเห็นคนไม่เห็นเป็นคน"
คุณมะเดี่ยวทิ้งท้ายด้วยคำวิงวอนให้ทุกคนได้มี "โยนิโสมนสิการ" ในเร็ววัน
เป็นอีกเสียงหนึ่งของคนบันเทิง ที่น่ารับฟัง ก็หวังว่า ถ้าเห็นใครยืนในที่สว่างแล้ว ก็อย่าได้เคียดแค้นชิงชัง เพียงเพราะจุดยืนไม่ตรงกันเลย
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



