บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - เก็ก ลก ซี ปีนัง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - เก็ก ลก ซี ปีนัง

20 เม.ย. 2553

ค้างแรมที่สตูลคืนหนึ่ง เพื่อนกวีนาม วรภ วรภา ผู้เสียสละเวลามาเกื้อกูลตามอัตภาพของเจ้าบ้าน แต่ทำให้ผู้มาเยือนสำราญเปรมปรีดิ์เป็นอันมาก

  รุ่งเช้าวันใหม่ยังขับรถมารับถึงที่พัก พาไปกินโรตีมะตะบะ และดื่มชาร้อน กาแฟเย็น แล้วพาไปส่งที่ท่าเรือเฟอรรี่ ด่านตำมะลัง

 ถึงเกาะลังกาวีแห่งรัฐเคห์ดา ก่อนเที่ยงวัน “เซามัต ดาตัง” ยินดีต้อนรับสู่ลังกาวี
 ท่านผู้อ่านคงคุ้นเคยกับตากล้องประจำคอลัมน์ของผมแล้วก็คือ “ผาเมฆ” ลูกชายวัย 7 ขวบครึ่งของผม เขากดชัตเตอร์ถ่ายรูปนกอินทรีแดงที่กางปีกเตรียมจะเหิน แต่ทว่าเท้าทั้งสองยังเกาะอยู่บนโขดผาหิน นกอินทรีปูนปั้น ขนาดยักษ์ สูงถึง 18 เมตร เด่นสง่าอยู่กลางเวิ้งอ่าวถือเป็นสัญลักษณ์ ของเกาะลังกาวี ที่มีความหมายตรงตัวว่า เหยี่ยวแดง หรืออินทรีแดง

 แม้ลังกาวีจะต้องคำสาปของพระนางเลือดขาว ให้ไม่มีวันพบความเจริญรุ่งเรือง แต่ดูเหมือนจะหมดอายุความแล้ว วันนี้เกาะลังกาวีได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดูมีอนาคตสดใส (ตามกระแสโลกย์) ไม่น้อยเลยทีเดียว

 เราค้างลังกาวีคืนเดียว กินมื้อเช้าแล้วก็นั่งเรือเฟอรรี่ข้ามไปกัวลาเปอร์ลิส หรือ ปะลิส ต่อแท็กซี่ไป เมืองคังงะ (KANGAR) ขึ้นรถบัสไปบัตเตอร์เวิร์ธ ผ่านเมือง อลอร์ สตาร์ (ALOR SETAR) หรือเมืองไทรบุรี ถึงบัตเตอร์เวิร์ธเที่ยงวัน นั่งเรือเฟอรรี่ข้ามไป ยอร์ช ทาวน์ เกาะปีนัง

 เดินตุหรัด ตุเหร่ โต๋เต๋ไปตามถนนจูเลีย เลือกที่พักย่านลิตเติ้ลอินเดีย โรงแรมเล็กๆ ที่ดำเนินการโดยชาวมาเลย์ มีแม่บ้านมุสลิมดูแลความสะอาด บนทางเท้าหน้าโรงแรม มีร้านโรตีของแขกทมิฬนาดู

 เดินเท้าชมบ้านชมเมือง เข้าวัดแขก (ฮินดู) วัดจีน ชมสุเหร่า นั่งแท็กซี่ ขึ้นรถเมล์รอบเมือง ไปปีนังฮิล เที่ยววัดเก็กลกซี (KEK LOK SI) ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของความงดงามสมบูรณ์แบบทางพุทธศิลป์ ทั้งสถาปัตยาคารที่ใหญ่โตโอ่อ่าอลังการ เสาอาคารขนาดใหญ่ที่สลักด้วยหินเป็นลวดลายละเอียดประณีต เรือนซุ้มพระโพธิสัตว์แกะสลักด้วยไม้วิจิตรพิสดาร

 มหาเจดีย์แห่งพระพุทธรูปหมื่นองค์ตั้งตระหง่านบนเนินเขาสูง มีรูปปั้นพระแม่กวนอิมสูงใหญ่มหึมา หันพระพักตร์ทอดพระเนตรมองเมืองยอร์ชทาวน์ วัดเก็กลกซี เป็นวัดพุทธ (มหายาน) ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

 ที่นี่ยังมีวัดพุทธไทยด้วย ได้แก่วัดไชยามังคลาราม และวัดธรรมิการาม ปีนังเป็นเมืองหลากหลายทางวัฒนธรรม ผมเดินตั้งแต่หัวถนนเลบูห์ จูเลีย ตรงท่าเรือ Jetty จนสุดถนนตรงโรงหนังโอเดียนซึ่งตัดกับถนนปีนัง ชมตึกเก่าๆ ในยุคอาณานิคม หาอะไรกินจุกจิกไปเรื่อย ผ่านวัดก็ชมวัด ทั้งวัดจีน วัดแขก มัสยิต และโบสถ์คริสต์

 สามคนเที่ยวสามวัน จากลังกาวี ถึงปีนัง กลับไทยตรงด่านจังโหลน ใช้เงินไปคนละไม่ถึงสองพันบาท ได้ไหว้เจ้าแม่กวนอิม อวนอู ไหว้พระโพธิสัตว์ ไหว้พิฆเณศ ไหว้เจ้ากาลี ไหว้พระศิวะ ไหว้นักบุญเซนต์จอห์น ไหว้พระนอน พระพุทธรูปปางประทานพร ได้เดินตะลอนพาลูกชายสะพายกล้องบันทึกความทรงจำ “การเดินทางท่องเที่ยวจะทำให้เด็กๆ ของเราแข็งแรง” รู้จักปรับตัวต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ปรับลิ้น ต่อทุกรสชาติอาหาร อดทนต่อความเหน็ดเหนื่อย ความหิว ความง่วง

 จากนครสวรรค์ - ลังกาวี - ปีนัง 1 - 6 เมษายน 2553 กลับถึงบ้านสุดสิ้นการเดินทาง ใช้เงินไป (คนละ) 4,230 บาทเองครับ... ไม่น่าเชื่อ

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"