
มองผ่านเลนส์คม-ปีใหม่ลาว
วันสงกรานต์ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน ใช้เวลาส่วนใหญ่ดู "ทีวีลาว" ที่ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม 2 ช่องคือ "โทละพาบแห่งซาด ซ่อง 3" (ทซล.3) และ "ลาวสตาร์"
เนื่องจาก 13 เมษายน เป็น "วันปีใหม่ลาว" ทีวีช่องที่ว่านี้ จึงมีการนำเสนอเรื่องราวของเทศกาลงานเฉลิมฉลองปีใหม่ทั้งวันทั้งคืน
เฉพาะคืนวันสงกรานต์ มีการถ่ายทอดสดการประกวดสาวงามจาก 2 เวที 2 แขวง ก็เลยกดรีโมทสลับช่องไปมา บอกตรงๆ ว่า แค่ดูกองเชียร์ลุ้นนางงาม ก็สนุกจนลืมเรื่องการเมืองน้ำเน่าในบ้านเรา
ช่อง "ทซล.3" สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เลือกถ่ายทอดสดการประกวด "นางสาวจำปาสัก" จากเมืองโขง แขวงจำปาสัก
ประธานในงานประกวดนางสาวจำปาสักคือ สหายสอนไซ สีพันดอน เจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นลูกชายของ สหายคำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศ และเมืองโขง ก็เป็นบ้านเกิดของสหายคำไต
สาวลาวใต้ 19 คน ขึ้นเวทีประกวดในชุดผ้าซิ่นลาวเดิม และเปิดตัวด้วยการร่วมกันร้องเพลง "กุหลาบปากเซ" อมตะเพลงลาวอันไพเราะกินใจ
ส่วนช่อง "ลาวสตาร์" สถานีโทรทัศน์กึ่งรัฐกึ่งเอกชน ก็ถ่ายทอดสดการประกวด "นางสังขาน" (นางสงกรานต์) จากเมืองหลวงพะบาง แขวงหลวงพะบาง
เวทีประกวดนางสังขานที่เมืองหลวงเก่า ย่อมได้รับความสนใจจากคนลาวทั่วประเทศ เพราะทุกปีในงานบุญปีใหม่ลาว จะมีผู้คนเรือนหมื่นจากทั่วทุกแขวงเดินทางไปเที่ยวชมขบวนแห่นางสังขาน
ในปีนี้ มีสาวลาวเหนือร่วมประกวดนางสังขาน จำนวน 40 คน ซึ่งมาในชุดแต่งกายแบบสาวหลวงพะบาง ที่มีการเกล้าผมสูง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมืองหลวงเก่าแห่งราชอาณาจักรล้านช้าง
ความแตกต่างของสองเวทีประกวดสาวงามอย่างหนึ่งคือ สำเนียงของสาวลาวใต้ กับสาวลาวเหนือ!
สาวหลวงพะบางจะออกเสียงสำเนียงเนิบช้า คล้ายสาวล้านนาบ้านเรา ขณะที่สำเนียงสาวจำปาสัก ดูห้วนกระชับ ไม่ต่างจากคนปักษ์ใต้
สำหรับความงามของสาวลาวสองเวที อย่าให้ฟันธงเลย เพราะมันเข้าทำนองรักพี่เสียดายน้อง
พอวันรุ่งขึ้น ที่เมืองมรดกโลก มีการ "แห่วอ" หรือแห่นางสังขานทั้ง 7 คน ไปรอบเมืองหลวงเก่า โดยงานนี้ ช่อง "ทซล.3" รับหน้าที่ถ่ายทอดสด
ในปีนี้ สหายจูมมะลี ไซยะสอน ประธานประเทศ และท่านเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีแห่วอ ซึ่งได้ชมภาพท่านผู้นำสองชาติ ลงไปประพรมน้ำริมถนนหน้าวังเก่า ดูเรียบง่ายและน่ารักดี
ก่อนหน้าจะถึงวันบุญปีใหม่ลาว ทีวีทั้งสองช่องได้ประโคมคำเตือนเรื่อง "ห้ามเล่นสาดน้ำบนท้องถนน และห้ามดื่มสุราขณะขับรถ" จากหน่วยป้องกันความสงบอย่างต่อเนื่อง เพราะปีที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ จึงมีการรณรงค์การขับขี่ยวดยาน ด้วยคำขวัญ "เมาบ่ขับ"
หลายคนคงอิจฉาชาวลาว ที่มีความสุขในงานบุญปีใหม่ลาว ขณะที่คนไทยตาดำๆ ผ่านเลยสงกรานต์มาแล้ว ก็ยังไม่รู้เลยว่า ความขัดแย้งทางการเมืองจะจบลงอย่างไร?
เศร้าใจจริงๆ ที่เห็นคนไทยสาดกระสุนแทนน้ำ ต้อนรับวันเทศกาลสงกรานต์การเมืองเป็นปีที่สอง!



