บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - สาดน้ำใจ

มองผ่านเลนส์คม - สาดน้ำใจ

13 เม.ย. 2553

ถึงเทศกาลสงกรานต์ทีไร ต้องมานั่งลุ้นกันว่า ปีนี้เมืองไทยเราจะมียอดผู้สูญเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์กี่คน มากน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ ฟังดูสยองขวัญไม่น้อย

  สำหรับผู้เขียนเอง ห่างจากการเล่นสงกรานต์มานานนม เหตุเพราะมันเป็นวันที่ขี้เมาเพ่นพ่านมากที่สุดตามถนนหนทาง ไม่เว้นแม้แต่มีอยู่ปีหนึ่งที่ไม่ยอมออกไปไหน แล้วมีเพื่อนชวนไปกินอาหารมื้อเย็น

 ขณะกำลังเพลิดเพลินก็ได้ยินเสียงประกาศผ่านลำโพงในร้านว่า ให้มาที่รถโดยด่วน เพราะมีลูกค้าขับรถออกจากซองจอดแล้วเฉี่ยวท้ายรถเป็นรอยยาวและรถที่มาชนก็ประกันขาดเสียด้วย

 หากใครเจอเหตุการณ์เช่นนี้ อย่าได้วางใจว่า แค่ขอเบอร์โทรศัพท์กันแล้ว ไปซ่อมเองแล้ว โอนเงินมาจ่ายค่าซ่อม เพราะเคยเจอมาแล้ว ปรากฏว่า ติดต่อไม่ได้และต้องจ่ายเงินค่าซ่อมเอง ทางที่ดีควรยอมเสียเวลาแจ้งตำรวจไว้เป็นหลักฐาน อย่างน้อยก็เรียกร้องค่าเสียหายภายหลังได้ อย่าพูดกันด้วยปาก

 วันสงกรานต์ของผู้เขียนจึงเป็นฝันร้ายที่ไม่ควรออกไปไหน เพราะเสี่ยงต่อการไปเผชิญหน้ากับขี้เมาทั้งหลายที่ออกมาขับขี่รถ สร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น

 ครั้นใช้บริการของขนส่งมวลชนก็ยัดกันแน่นทะยาน เคยวางแผนไปเที่ยวพะเยา โดยนั่งรถประจำทางไป ตั๋วเต็มหมดต้องใช้บริการทัวร์ผี ที่ให้บริการเพิ่มจากที่มีบริการตามปกติ แต่บริการได้แย่มาก ไม่ส่งถึงปลายทาง แต่ไปหย่อนผู้โดยสารไว้ตามปั๊มน้ำมันต่างๆ เพราะไม่สามารถเข้าจอดในสถานีขนส่งได้ เพราะเป็นรถเถื่อน

 เดินทางจากกรุงเทพฯ ในเวลาก่อนเที่ยงคืน พอรุ่งเช้าไปได้แค่ครึ่งทางคือ นครสวรรค์ กว่าจะถึงปลายทางใช้เวลาเกือบเพลาเย็นของอีกวัน

 น่าเห็นใจคนที่ต้องเดินทางกลับบ้าน แต่บ้านเราไม่มีรถไฟความเร็วสูงระหว่างจังหวัดเหมือนต่างประเทศ ก็ต้องทนๆ กันแบบนี้แหละ

 ใครต่อใครชวนกันไปเที่ยวสงกรานต์ แต่ผู้เขียนเองอยากชวนอยู่บ้านกับครอบครัว หรืออยากไปธุระชมเมืองก็สะดวกโยธิน เพราะรถราว่างเหลือเกิน เพียงแต่ร้านอาหารเจ้าอร่อยอาจจะหากินได้ยากหน่อย เพราะหยุดให้ลูกจ้างกลับบ้านหรือเที่ยวสงกรานต์

 จึงอยากชวนกันว่า ปีนี้อยู่บ้านสาดน้ำ (ใน) ใจ กันดีกว่า ไม่ต้องเสี่ยงภัยและอย่างน้อยสงกรานต์จะได้เป็นวันครอบครัวอย่างแท้จริง

"นคร ศรีเพชร"