
Shutter Island
ลุงมาร์ตี้ และ พ่อหนุ่มลีโอ ถือเป็นผู้กำกับและดาราคู่บุญที่ทำงานเคียงคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ก็เรื่องที่ 4 แล้ว นับจาก Gangs of New York The Aviator The Departed และล่าสุดกับ Shutter Island
หนังของลุง ‘มาร์ตี้’ (ชื่อที่เรียกกันเล่นๆ ของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี) ส่วนใหญ่มักพูดถึงมนุษย์ในเชิงวิพากษ์ หรือไม่ก็นำเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีตัวตนอยู่จริง มากล่าวอ้างถึงในอีกด้านที่น่าสนใจ มุมมองที่มีต่อผู้คนในมิติที่หลากหลายนี่เอง ทำให้ลุงมาร์ตี้ กลับมาเป็นที่ยอมรับนับถืออีกครั้งในรอบหลายสิบปี หลังจากงานในช่วงหลังๆ อย่าง “Bringing Out the Dead” ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบเสียเป็นส่วนใหญ่ พร้อมๆกับสลับไปทำสารคดีบ้าง โดยเฉพาะสารคดีที่พูดถึงและบันทึการแสดงของศิลปินดังระดับโลกอย่าง บ็อบ ดีแลน และ วง เดอะ โรลลิ่ง สโตน ทั้ง No Direction Home: Bob Dylan และ Shine a Light ส่วนหนังสามเรื่องหลังสุดที่มาใช้บริการ ‘ลีโอ’ (ชื่อเล่นที่มักใช้เรียก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) ก็จับประเด็นการวิพากษ์ความทะเยอะทะยานของมนุษย์อันนำไปสู่ความหายนะในท้ายที่สุด
“Shutter Island” เป็นหนังอีกเรื่องของ ‘มาร์ตี้’ ที่มีมุมมองต่อมนุษย์ในอีกรูปแบบ หนังเริ่มต้นด้วยสองเจ้าหน้าที่รัฐ ‘เท็ดดี้ แดเนียลส์’ และ ‘ชัค โอล’ เดินทางมุ่งหน้าสู่เกาะ ‘ชัตเตอร์’ สถานที่คุมขังของอาชญากรโรคจิต เพื่อคลายปมปริศนาอันเนื่องมาจากการหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของฆาตกรร้ายรายหนึ่ง ทว่าการสืบสวนหาเบาะแสครั้งนี้ กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากแพทย์ เจ้าหน้าที่ เหล่านักโทษ รวมถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล ส่งผลให้สองเจ้าหน้าที่หนุ่ม ต้องเดินทางกลับบ้านมือเปล่า แต่คืนก่อนออกเดินทาง เกิดมีพายุพัดถล่มสร้างความเสียหายไปทั่วเกาะ จนไม่สามารถเดินทางกลับออกไปได้ ‘เท็ดดี้’ และ ‘ชัค’ จึงต้องยอมจำทนพำนักอยู่บนเกาะต่อไป พร้อมออกสืบหาร่องรอยด้วยตนเองก่อนจะพบเงื่อนงำที่น่าสงสัยมากมาย
มองเผินๆ ดูเหมือน “Shutter Island” จะดำเนินเรื่องราวไปในแนวทางหนังเขย่าขวัญสืบสวนสอบสวนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อมาอยู่ในมือของ ‘มาร์ตี้’ มุมมองของการวิพากษ์อันเข้มข้นของเขา ก็ทำให้หนังเปลี่ยนทางไปในครึ่งเรื่องถัดมา เมื่อเผยให้เห็นถึงปูมหลังของ ‘เท็ดดี้’ นายตำรวจหนุ่ม ผู้มีอดีตฝังลึก ทั้งเรื่องการสูญเสียครอบครัวจากนักวางเพลิงโรคจิต ภาพการสังหารหมู่เชลยสงครามในค่ายกักกันที่ยังตามหลอกหลอน เวลาเดียวกัน ‘เท็ด’ ก็พบพยานสำคัญที่ออกเผยมาเบื้องหลังอันไม่ชอบมาพากลของสถานที่คุมขังและโรงพยาบาลสำหรับอาชญากรโรคจิตแห่งนี้มากขึ้นทุกขณะ
‘มาร์ตี้’ สร้างกับความคลุมเครือ ชวนให้งุนงงสงสัยได้ตลอดทั้งเรื่อง ทั้งตัวละคร บรรยากาศ สถานที่ เหตุการณ์ที่พวกเขาเผชิญ ภาพฝันที่ไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจนระหว่างจินตนาการ ความจริง หรือสิ่งลี้ลับ แม้สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ‘เท็ด’ จะชวนให้ช็อกในตอนท้ายเรื่อง แต่หนังก็เริ่มจะเผยปมทีละน้อยๆ ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องไปด้วยเช่นกัน ทว่าก็เป็นการสร้างเงื่อนไขซ่อนปมอีกชั้น ให้เกิดความเคลือบแคลงไม่ไว้เนื้อเชื่อใจให้เกิดกับตัวละครมากกว่า เป็นเงื่อนปมทางจิตวิทยา ควบคู่ไปกับความสลับซับซ้อนในจิตใจคน ใช้ตรรกะหรือหลักการทางการแพทย์ มาต่อกรกับภาวะความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ
ความโดดเด่นของ “Shutter Island” ที่หนังเพียรพยายามใช้ทุกองค์ประกอบหลอกล่อคนดู ตั้งแต่บท (อันที่จริงหนังดัดแปลงมาจากนวนิยาย ซึ่งกำหนดมาตั้งแต่ต้นฉบับแล้ว) ที่ฉากหลังของหนังเกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนยังเข็ดขยาดกับความสูญเสีย พบเห็นภาพความตายอันโหดร้ายจากการสังหารหมู่ชาวยิวในค่ายกักกัน จนกลายเป็นความเครียดและนำไปสู่ปมปัญหาทางจิต ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากมายหลังเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงคราม ผู้คนมากมายที่มีอาการป่วยทางจิต รวมถึงวิธีทดลองรักษาทางการแพทย์ที่พิลึกพิลั่น ที่ละเมิดต่อศีลธรรมและมนุษยธรรมที่ผู้เป็นหมอปฏิบัติต่อคนไข้ (มีหลักฐานมากมายโดยเฉพาะสารคดีที่ตีแผ่วิธีการรักษาคนไข้โรคจิตที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของโรงพยาบาลหลายแห่งในยุค 70’s) การใช้มุมมองทางจิตวิเคราะห์ มาล้อกับความลึกลับ
นอกจากนี้บรรยากาศอันขมุกขมัว มืดฟ้ามัวฝนของเกาะ ‘ชัตเตอร์’ ที่ตกอยู่ใต้พายุ ยิ่งทำให้หนังดูอึมครึม มืดหม่น ชวนให้หวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา ไม่นับรวมกับตึกเก่าคร่ำคร่าที่ใช้คุมขังนักโทษโรคจิต ทั้งวอร์ดผู้ป่วย หรือภูมิทัศน์รอบเกาะที่เต็มไปด้วยโขดหินระเกะระกะ หน้าผาสูงชัน ป่ารกชัฏ ยิ่งโน้มนำไปสู่ความซับซ้อนในใจคนอันยากหยั่งถึง
การแสดงของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นับวันยิ่งดีวันดีคืน โดยเฉพาะงานยุคหลังของเขาถือได้ว่าฝีไม้ลายมือยอดเยี่ยม เทียบชั้นดารารุ่นเก๋าอย่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร, ไมเคิล ดักลาส, อัล ปาชิโน, เดเนียล เดย์ ลูอิส ต่อไปในอนาคตได้ไม่ยาก (เพราะตั้งแต่ Gangs of New York, Catch Me If You Can, The Aviator, The Departed, Blood Diamond และ Revolutionary Road การแสดงของเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตามสถาบันต่างๆ มาตลอด ไม่นับตอนเข้าวงการใหม่ๆ บทเด็กปัญญาอ่อนใน What’s Eating Gilbert Grape ก็ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งออสการ์และลูกโลกทองคำเป็นครั้งแรก)
“Shutter Island” เป็นหนังอีกเรื่องของ ‘มาร์ตี้’ ที่สนุก น่าติดตาม แม้จะไม่อลังการงานสร้างเทียบเท่าหนังก่อนหน้าอย่าง The Aviator หรือ Gangs of New York ...
แต่ความเข้มข้น เร้าใจ มองได้หลายแง่มุม ทั้งความบันเทิงหรือการตามหาก้นบึ้งอันดำมืดของมนุษย์ ที่ชวนให้ขบคิด เทียบเคียงกับงานดีๆ ก่อนหน้าอย่าง The Departed ได้สบายๆ เลยทีเดียว
ชื่อเรื่อง : Shutter Island
ผู้เขียนบท : Laeta Kalogridis
ผู้กำกับ : Martin Scorsese
นักแสดง : Leonardo Dicaprio, Mark Ruffalo, Ben Kingsley, Michelle Williams
เรตติ้ง : ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 6 เมษายน 2553



