บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ชาโลมเยรูซาเล็ม

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ชาโลมเยรูซาเล็ม

06 เม.ย. 2553

10 วันแห่งการเยือนอิสราเอล ผมพักอยู่ที่เมืองเยรูซาเล็มในย่านที่สวยงาม เงียบสงบจากรถรา ถนนสายเล็กๆ แต่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลเบลเยียม อยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล อยู่ไม่ไกลจากโรงละครเยรูซาเล็ม และไม่ไกลจากย่านเมืองเก่า (old city)

  เสน่ห์ของเยรูซาเล็มอยู่ที่การจัดการผังเมือง ที่มีกฎหมายเฉพาะบังคับควบคุมการก่อสร้างรื้อถอน หรือเปลี่ยนแปลงอาคารบ้านเรือน

 อาคารในเยรูซาเล็มทั้งเมือง สร้างด้วย “หินปูน” ทุกหลัง ทำให้เมืองแห่งนี้ดูขาวนวล โครงสร้างอาคารแม้จะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในตัวอาคารจะตกแต่งอย่างไรก็ตามแต่ แต่ภายนอกที่มองเห็นด้วยตาจะต้องหินปูนเยรูซาเล็มเท่านั้น แม้แต่การรื้ออาคารเก่าเพื่อสร้างใหม่ ก็จะต้องคงสภาพผนังภายนอกไว้ตามเดิม เมืองหลวงของอิสราเอล เมืองนี้จึงคงความรู้สึกของอดีตไว้ได้ในลมหายใจแห่งปัจจุบัน

 เทือกเขายูดาย มียอดเขามะกอก ยอกเขาสโคปุส เป็นแนวสันปันน้ำ  เมื่อข้ามสันปันน้ำไปทางตะวันออกจะเป็นดินแดนในเขตเงาฝน คือ พื้นที่ทะเลทรายยูดาย ที่ค่อยๆ ไล่ระดับต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงทะเลมรณะ หรือทะเลเดดซี (Dead sea) ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร

 เมืองเยรูซาเล็มมีอายุยาวนานมาประมาณ 4,000 ปี เคยรุ่งเรือง และถูกทำลายมาครั้งแล้วครั้งเล่า โศกนาฏกรรมของชาวยิว ไม่เคยสิ้นสุด ประหนึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกสาป  เมืองเยรูซาเล็มถูกทำลายพินาศครั้งสุดท้าย โดยมหาอาณาจักรโรมัน มหาวิหารของชาวยิวย่อยยับลงเหลือเพียงซากกำแพงด้านหนึ่งไว้ให้รำลึก ปัจจุบันรู้จักกันดีในนาม "กำแพงร้องไห้" ซึ่งผมเองก็ได้ไปสัมผัสด้วยสองมือ พร้อมก้มหน้าผากลงแนบแผ่นหินของกำแพง หลับตาภาวนาให้โลกนี้มีสันติภาพ และไม่ลืมเขียนจดหมายถึงพระเจ้าของศาสนายูดาย (ยะโฮวา) โดยเขียนข้อความสั้นๆ ลงในกากตั๋วเครื่องบินเป็นภาษาไทยว่า "ขอสันติภาพจงมี" ที่เขียนอย่างนี้เพราะคิดอะไรไม่ออก

 เดินชมย่านเมืองเก่า ภายในกำแพงที่มีประตูประจำทุกทิศ ไปดูหลุมศพพระเยซู ดูก้อนหินที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่พระองค์ถูกตรึงไม้กางเขน ชมศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม เดินทางสู่ยอดเขามะกอก มองเห็นเมืองเยรูซาเล็มทั้งเมืองจากมุมสูง ดูขรึมขลัง มีพลัง มีเรื่องราวแว่วยินเสียงหวีดร้องจากอดีตอันปวดร้าว เสียงสรรเสริญพระเจ้าของแต่ละความเชื่อถือศรัทธา เสียงคร่ำครวญต่อชะตากรรมอันสาหัสสากรรจ์ที่แม้แต่พระเจ้าก็ยังเบือนพระพักตร์หนี

 มีเวลาเล็กน้อยได้เดินย่ำย่านบันเทิงยามราตรี ท่ามกลางแสงสีและเสียงเพลงเร่าร้อน ขณะสวนทางกับหญิงสาวกร้านโลกีย์นางหนึ่ง ยิ้มให้และแลบลิ้นของเธอออกมาอวดอัญมณีที่เจาะร้อยไว้ที่ปลายลิ้นสีชมพูระเรื่อ

 ผมพักอยู่เยรูซาเล็ม 8 คืน ตระเวนไปหลายย่านของเมือง บนเทือกเขาที่เต็มไปด้วยต้นสน ต้นไซปรัส และมะกอก ได้พบปะพูดคุยกับผู้คนหลากหลาย รับรู้ได้ถึงความเกลียดชังที่ฝังรากลึกในสังคมอันเกิดจากความแตกต่างทางความเชื่อในพระเจ้าคนละองค์

 จะอย่างไรผมก็รักเยรูซาเล็ม แม้เธอจะดูขรึมเศร้าอย่างอมทุกข์ เมืองที่มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เมืองที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสดใส ประดับประดาอยู่ทุกหนทุกแห่งที่ก่อสร้างด้วยหินสีขาวขุ่นอันคร่ำครวญ กลิ่นดอกไม้หอมละมุนอบอวลเคล้ากลิ่นน้ำมันมะกอก
 ...เยรูซาเล็ม ฉันรักเธอ

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"