บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ดนตรีสร้างสุข

คมเคียวคมปากกา - ดนตรีสร้างสุข

02 เม.ย. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนห้า

 ศุกร์ก่อนเล่าถึง “หลอด”  อำพล  รักษ์มณี  หนุ่มน้อยเมืองขอนแก่น  ที่ผมพบในงาน “ดนตรีสร้างสุข” เมื่อหลายปีก่อน  งานปีนี้ได้พบเขาอีก  เช้าวันหนึ่ง  ผมกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่  เพื่อนจูงมือเขามานั่งร่วมโต๊ะด้วย  แค่ได้ยินเสียงผม  เขาถามว่า  “ใช่ครูไพวรินทร์หรือเปล่า?” 

 สายตาเขามองไม่เห็น  แต่ความจำเขาดีมาก  ตอนผมพูดคุยเรื่องบทกวีและบทเพลงให้สมาชิกค่ายฟัง  เขานั่งอยู่ใกล้ๆ  เวลาผมโยนคำถามอะไรไปเกี่ยวกับเรื่องเพลงเรื่องกลอน  เขาตอบได้หมดเลย  เวลาว่ากลอนที่จดจำมาทั้งคมๆ  ซึ้งๆ  ตลกๆ  เขาตั้งใจฟังอย่างดี  แสดงความชอบอกชอบใจอย่างออกหน้า (ออกตา)

 ทำธุระเสร็จ  ผมต้องรีบกลับ  ไม่ได้อยู่คุยกับเขา  แต่เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้  เป็นเนื้อเพลงชื่อ “ช่อฟ้าเมืองอุบล”  คำร้อง - ทำนอง โดย อำพล  รักษ์มณี  ผมไม่รู้ทำนอง  เนื้อร้องประมาณนี้

 “สาวอุบลตาคมมะงามแท้หน่อ  ย้านบุญอ้ายบ่พอ  ก็เลยเฉยเมยไว้ก่อน  อยากให้รู้ว่าแอบรักโฉมบังอร  ผู้งามเป็นตาสะออน  งามงอนเห็นใจอ้ายแหน่...

 “ใจประสงค์ขอนไม้  กะจั่งได้แบกขวานมา  ใจประสงค์ต่อปลา  จั่งแบกแหหน่อลงน้ำ...
 “ดอกบัวงามเมื่อได้มายล  แม่ช่อฟ้าเมืองอุบล  เหมือนมีมนต์มาสะกดใจอ้าย  หากได้เป็นแฟน  สิฮักเจ้าบ่มีเสื่อมคลาย  ให้ตกแม่น้ำมูลตาย  หากว่าอ้ายผิดคำสัญญา...” 

 ครับ  ผมตัดตอนมาบางส่วน  ฝีไม้ลายมือทางกลอนทางเพลงใช้ได้ทีเดียว  มีอุปมาโวหารและใช้ภาษาท้องถิ่น  มีโอกาสก็อยากฟังเขาร้องสดๆ  และเท่าที่รู้จักเขาเมื่อหลายปีก่อน  เขาแต่เพลง  ร้องเพลง  เล่นกีตาร์ ได้ไพเราะทีเดียว  แบบนี้ไม่รู้ ครูสลา  คุณวุฒิ จะสนใจหรือเปล่า? (๕๕๕)

 อ่านเนื้อเพลง “สาวอุบลตาคมมะงามแท้หน่อ...”  ของ “หลอด” ผู้พิการสายตาแล้ว  ผมคิดถึงเพลงดังเมื่อสิบกว่าปีก่อน “ขายควายช่วยแม่” ของ มนต์สิทธิ์  คำสร้อย ที่เล่ากันว่าผู้ประพันธ์เป็นคนตาบอด  “ยืนมองควายข้า  น้ำตาหลายปรี่....”  จินตนาการมนุษย์ผ่านเครื่องมือศิลปะ  ทำให้โลกสว่างจน “มองเห็น”

 ว่ากันว่า  ผู้พิการทางสายตามักมีสมาธิและจินตนาการกว้างขวาง  เขาจะจดจำอะไรได้แม่น  เวลาฟังจะเป็นนักฟังที่ดี  เคยได้ยินครูท่านหนึ่งพูดทีเล่นทีจริง  ถ้าเด็กนักเรียนสมัยนี้ปิดดวงตาสักข้าง  สมาธิและการตั้งใจเรียนอาจจะดีขึ้นกระมัง

 หรือผู้พิการในแบบ  ทนง  โคตรชมภู  มือและเท้าใช้งานไม่ได้  แต่พลังชีวิตพุ่งไปอยู่ที่หัวใจและสมอง  สายตาเฉียบคม  ใช้ปากคาบพู่กันวาดภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์  ในความขาดของใครสักคน  ธรรมชาติจะชดเชยสิ่งดีๆ ให้เขาตามสภาพ  โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ  (ส่วนพวกพิการใจนั้น  ก็น่าคิดไปอีกแบบ)

 เล่าถึงทนง  ผมคิดถึงเพื่อนของเขาคนหนึ่ง  จำได้ว่าชื่อ “เจตน์”  เป็นคนไม่มีขาทั้งสองข้าง  เรานัดพบกัน  เห็นนั่งรถวิลล์แชร์มาดีๆ  พอจะกลับเขาชวนผมไปขึ้นรถด้วย  เขาขับรถเก๋งเกียร์ออโต้สำหรับคนพิการ  พาผมกับทนงจากงามวงศ์วานไปกินลาบถึงรามอินทรา  ก่อนที่เขาจะตีรถกลับบ้านที่อยุธยา   

 คนขับรถไม่เป็นอย่างผม  คิดถึงแล้วตื่นเต้นตื้นตันใจไม่หาย...
 สำหรับค่าย “ดนตรีสร้างสุข”  แถวขอนแก่น  ผมมักมีโอกาสได้ไปร่วมงาน  ด้วยดนตรีกับบทกวีเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่แล้ว  ได้พบความสามารถพิเศษของเยาวชนหลากหลาย  ยังได้พบ “ความสุข” ของใครต่อใครที่รักในเสียงดนตรี  อย่างงานล่าสุดนั้น  ไม่เพียงแต่เข้าค่ายกระบวนการเรียนรู้เท่านั้น  ยังปฏิบัติการ  แต่งเพลงจริง  ร้องเพลงจริง  เรียนรู้การอยู่กับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุข  ตลอดจนการบำเพ็ญประโยชน์  ด้วยการลงพื้นที่ไปแสดงดนตรีสัญจรในชุมชนต่างๆ  เช่น ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด  เป็นต้น

 วันนั้น  ผมพบเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อ “อ้อ” จากเมืองเลย  เป็นคนทำกิจกรรมแบบเดียวกับ คำร้อย  คำเพราะ นั่นแหละ  เธอเล่าว่าลูกชายวัยรุ่น  ติดเกมอย่างหนัก  พอตั้งแต่ส่งเข้าค่าย “ดนตรีสร้างสุข” หลายครั้งที่ผ่านมา  พฤติกรรมเขาเปลี่ยนไป  หันมาสนใจดนตรี  มีสมาธิ  และตั้งใจเล่าเรียนมากยิ่งขึ้น อารมณ์ที่เคยก้าวร้าวรุนแรง  กลับกลายใจเย็นอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดใจ

 ท่ามกลางการเล่นการเมืองที่เอาแต่ใส่ “ยาพิษ” ลงไปในจิตใจประชาชนและเยาวชน  ผมยังพอเห็น “ยาดี” จากกิจกรรมเล็กๆ ของกลุ่มคนเล็กๆ ซึ่งหากหลายฝ่ายต่างช่วยกันทำด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว  ย่อมจะช่วยบรรเทาอาการป่วยเครียดจากการเผชิญหน้าทางการเมืองแบบเห็นแก่ตัวได้ไม่น้อย

 ความสุขส่วนรวม  สร้างความสุขส่วนบุคคล...ความสุขส่วนบุคคล  สร้างความสุขส่วนรวม!

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"