บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-สายั้ณห์..สายัณห์

คมเคียวคมปากกา-สายั้ณห์..สายัณห์

29 มี.ค. 2553

นั่งรถผ่านเส้นทางสระบุรี มวกเหล็ก ข้างทางมีภาพนักร้อง รังษี เสรีชัย ประกาศตัวเองว่าจะอาสาเป็นผู้แทนการเมืองแถบนั้น เป็นเรื่องเข้าใจได้เมื่อเห็นรังษี เสรีชัย ใส่หมวกขึ้นร้องเพลงบนเวทีเสื้อแดง

 เช่นเดียวกับ วันชนะ เกิดดี ที่ประกาศตัวขอสัมปทานลงสมัครพรรคเสื้อแดงที่จังหวัดเพชรบุรี

 ส่วนมากก็เป็นนักร้องที่หมดอายุงานร้องเพลง หันมาเอาดีทางการเมือง เป็นเรื่องชัดเจนตรงไปตรงมา ควรสนับสนุน ไม่ว่าเขาจะไปลงพรรคไหน

 แน่ล่ะว่า เราคงไม่ได้เห็นนักร้องที่กำลังรุ่งๆ อย่าง บ่าววี, ตั๊กแตน ชลดา, ไผ่ พงศธร ไปลงสมัครผู้แทน เป็นเรื่องเข้าใจได้อีกเช่นกัน ก็ร้องเพลงทำเงินได้ดีกว่าเงินเดือนผู้แทนหลายเท่า จะทิ้งงานเพลงไปทำไม

 นาทีนี้ที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ยอดนักมวยฟิลิปปินส์ แมนนี ปาเกียว ที่หันไปเอาดีทางการเมืองและร่ำๆ จะแขวนนวม ทั้งที่งานชกมวยกำลังรุ่ง ทำเงินเป็นกอบเป็นกำ ทำชื่อเสียงเกียรติภูมิเพิ่มพูน ขณะที่สภาพการเมืองฟิลิปปินส์นั้น ดูแล้วไม่น่าเข้าไปเล่นด้วย บางทียังออกป่าเถื่อน สังหารหมู่ศัตรูการเมืองทีละห้าสิบหกสิบคน...โอ๊ย ไม่น่าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลยจริงๆ

 พูดยังกะการเมืองไทยดีกว่าเขานักล่ะ

 นักร้องกับเวทีการเมือง น่าสังเกตว่า สมัยเวทีเสื้อเหลือง ส่วนมากจะไปทางนักร้องเพลงเพื่อชีวิต จะอธิบายว่าอย่างไร เพลงเพื่อชีวิตถูกจริตคนชั้นกลางในเมืองใช่ไหม ส่วนเวทีเสื้อแดงก็มีแนวโน้ม (ฟังนายกฯ อภิสิทธิ์บ่อยก็ชักจะติดคำว่าแนวโน้ม) ไปทางเพลงลูกทุ่ง แสดงว่าถูกจริตคนรากหญ้าหรือไง

 ทั้งที่บนเวทีเสื้อแดงนั้น คนคุมคิวภาคนักร้องก็มาจากสายเพลงเพื่อชีวิต คือ วิสา คัญทัพ กับภรรยา

 วันก่อนเห็นนักเพลงแต่งตัวแบบเพื่อชีวิตบนเวทีเสื้อแดง ผมยาว ใส่แว่นดำ นุ่งยีน ชื่ออะไรไม่รู้เพราะกล้องเขาตัดไปภาพข่าวเสียก่อน แต่ก่อนตัดภาพ หนุ่มแว่นดำพูดว่า "เพลงเพื่อชีวิตตายแล้วสำหรับคนรากหญ้า”

 คำพูดสั้นๆ ไม่ทันได้ขยายความนั้นฝังใจผมหลายวัน ไม่สำคัญหรอกว่าเพลงอะไรแบบไหน จะอยู่หรือจะไป ทุกอย่างอยู่ใต้กฎอนิจจัง อนัตตา ไม่คงที่ ไม่เป็นตัวตนให้ยึดมั่น

 เพียงแต่ในความทรงจำของผม เพลงเพื่อชีวิตแม้จะเป็นเพลงในจริตของปัญญาชนที่ชอบฟังเพลงฝรั่ง แต่งและร้องเพลงกับกีตาร์ ได้รับอิทธิพลจากเพลงต้านสงครามของฝรั่ง เพียงแต่การเกิดขึ้นของเพลงเพื่อชีวิตแบบไทยๆ นั้น เริ่มต้นที่เนื้อหาวิญญาณเพลงของคนรากหญ้า เพราะในปี 2516 นั้นเริ่มต้นที่เพลง คนกับควาย เพลงเปิบข้าว อันเป็นเพลงสะท้อนชีวิตชาวนา ซึ่งในสมัยนี้เขาเรียกกันว่าคนรากหญ้า

 ถ้าบอกว่าเพลงเพื่อชีวิตได้ตายไปจากคนรากหญ้า หรือว่าเหินห่างกันไปด้วยความพลิกผันทางการเมือง มันก็เป็นเรื่องตลกที่หัวเราะไม่ออก มันต้องมีอะไรสักอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว

 อันที่จริงก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ใครจะเลือกขึ้นเวทีไหน และก็มีจุดประสงค์โดยตรงโดยอ้อมของแต่ละคน เอาแค่การตลาด ทีวีจอเหลืองได้ตลาดคนในเมือง อาเฮีย อากู๋ ส่วนทีวีจอแดงได้ตลาดรากหญ้า นับปริมาณคนดูทีวีก็หลักล้าน

 ซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่ง สายัณห์ สัญญา เขาจะมีจุดหมายหลักจุดหมายรองอย่างไรไม่ทราบ ไม่ว่าเรื่องของการตลาด การเมือง แต่ที่เขาแสดงออกมา คือในปี 2552 สายัณห์ขึ้นเวทีเสื้อแดง พอมาปี 2553 เขาให้สัมภาษณ์สาดใส่ทั้งแดงและเหลือง... เกิดอะไรขึ้น

 ต่อสายถามข้อมูลข้างเวทีเสื้อแดง ได้คำตอบว่า มีอยู่ช่วงหนึ่ง สายัณห์ ขยับจะไปขึ้นเวทีเสื้อแดง แต่ทางแกนนำเห็นว่า สายัณห์กำลังพัวพันคดีโต้กับยอดรักเรื่องมะเร็งไม่มะเร็ง แกนนำเสื้อแดงก็เลยเซย์โน ทำเอาซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่งเสียอารมณ์

 ฟังเขาเล่าแล้วผมก็กลับเห็นว่า แกนนำการเมืองยังไม่เข้าใจลึกพอว่าแฟนเพลงของสายัณห์นั้น รักแล้วรักเลย แค่ประเด็นสายัณห์พลาดพูดเรื่องยอดรักไม่เป็นมะเร็ง ไม่ทำให้แฟนเพลงสายัณห์เปลี่ยนไปได้หรอกครับ

วัฒน์ วรรลยางกูร