บันเทิง

รู้ทันกฎหมาย - ความคิดเห็น

รู้ทันกฎหมาย - ความคิดเห็น

25 มี.ค. 2553

การพูดเป็นการแสดงออกที่ตรงกว่าท่าทีกิริยา ซึ่งก็เสี่ยงหากว่าพูดผิดเวลาหรือผิดที่ทาง ดังที่ได้เคยสาธยายเอาไว้ในเรื่องที่เกี่ยวกับหมิ่นประมาท แต่จะพูดให้เป็นเด็ดขาดไม่ได้ ต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป โดยใช้เนื้อหา เวลา สถานที่ และโอกาส เป็นฐานในการ

  มีท่านผู้อ่านติดตามเรื่องราวเพราะมีเรื่องเข้าตัว  ก็เลยกลัวว่าจะผิดหรือไม่  หากเรามีหน้าที่ต้องตำหนิผู้คน ต้องว่ากล่าวในเรื่องราวไม่ดีของเขา  เราจะกลายเป็นคนที่ทำผิดกฎหมายฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือว่าหมิ่นประมาทไป   เพราะเราก็ได้ว่ากล่าวเขาไปอย่างจริงใจและเต็มๆ

 คำตอบในเรื่องนี้ก็คือ โอกาส หรือวาระที่ราทำ ถ้าเป็นหน้าที่ตำหนิคน ก็ต้องดูสถานที่ให้ดีว่าถูกที่หรือไม่ ทั้งยังต้องใช้เนื้อหาถ้อยคำที่ไม่เหยียดหยามดูหมิ่น

 เป็นเจ้านาย เดินไปด่ามันกลางที่ทำงานจนพนักงานคนอื่นได้ยินกันทั่ว  อย่างนี้มีสิทธิเข้าข่ายการดูหมิ่นเขาได้ เพราะเวลาเหมาะสมแต่สถานที่ไม่อำนวยให้ แต่ถ้าเป็นการตำหนิทั่วไป  ก็ไม่เป็นการดูหมิ่นตามกฎหมาย  เรื่องมันละเอียดอ่อนเกินไปที่จะเหมารวมว่าผิดหรือไม่เหมือนกัน

 การที่เราพูดถึงเขาในทางที่เสียหายแต่เป็นการทำตามหน้าที่ เช่นเป็นคณะกรรมการพิจารณาโทษทางวินัยของพนักงาน  เราก็ต้องอภิปรายและรวบรวมหลักฐานเป็นหมู่คณะ  การพูดการจาในที่ประชุมเพื่อพิจารณาว่าเขามีความผิดหรือไม่ สมควรจะถูกให้ออกหรือไม่  เป็นการทำตามขั้นตอนการบริหารงาน  แม้จะพูดกันลับหลังเจ้าตัวและต่อหน้าคณะทำงานหลายคน ก็ไม่เป็นการหมิ่นประมาท

 การแสดงความคิดเห็นในหน้าที่ย่อมมีสิทธิดีกว่าการพูดทั่วไป  แต่ก็ไม่ใช่จะปลอดจากความผิดหากเราใช้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ  ต้องแยกแยะให้ชัดเจนด้วย  ส่วนจะผิดข้อหาไหนก็ต้องปรับบทกฎหมายกันต่อไป

 กฎหมายรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของคน  นอกจากสิทธิที่จะพูดได้ตามหน้าที่แล้ว  เราก็มีเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้ด้วย  แต่ก็มีขอบเขตว่าความเห็นของเราไม่ได้ละเมิดสิทธิของคนอื่นเขา 

 การแสดงความคิดเห็นในฐานะคนไทยที่อยากทำหน้าที่พลเมืองของประเทศ  เห็นความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกจากปกติไปก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งเราก็มีเสรีภาพที่จะทำได้เช่นกัน  แต่การพูดออกไปต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายที่ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยชอบด้วย

 ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานบ้านเมืองก็ดี  หรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการโต้แย้งของกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความเห็นเช่นกันก็ดี  ก็เป็นเสรีภาพตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญ

 แต่ในการแสดงความคิดเห็น  ก็ต้องอย่ามีของแถมที่ล่อแหลมต่อการผิดกฎหมายไปจาบจ้วงล่วงละเมิดคนอื่นเข้าให้ ก็กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของกฎหมายทันที ไม่ว่าจะมีความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอะไรก็ตาม ก็ต้องเข้าใจว่าความคิดเห็นของเราไม่ใช่ความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ

 จะเปลี่ยนจะย้ายจะอยากหรือไม่อยากได้อะไร ก็ยังเป็นเพียงความเห็นของคนบางคน บางกลุ่ม เท่านั้น พูดอะไรออกไปมันจะสะท้อนเห็นตัวตนคนแสดงอย่างนั้น จะผิดหรือไม่ผิดกฎหมายก็อย่าแสดงความเห็นจนทำลายความเป็นคนของตัวเองแล้วกัน 

 คิดได้ เห็นได้ แต่พูดได้เท่าที่ควรแบบผู้ดีพูดกันไม่ใช่แบบผู้ร้าย เพราะบ้านเมืองยังมีกฎหมายคุ้มครองคนที่ถูกทำร้ายจากการแสดงความคิดและความเห็นนั้นอยู่ รู้แล้วเพลาๆ กันบ้างก็จะสร้างความสงบสุขได้

"ศรัณยา ไชยสุต"