
มองผ่านเลนส์คม - สันติวิธี!!
เป็นเช้าหนึ่ง ในห้วงเหตุการณ์ไม่ใคร่สงบของบ้านเมือง จากการเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดง
ช่วง "ตอมแมลงวัน" รายการ "เช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า" สถานีโมเดิร์นไนน์ ทีวี ได้ทำให้เราพอเห็นทางออกบางอย่าง
ทางรายการเชิญ ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาให้ความเห็นเรื่อง "สันติวิธี" ว่ามันสามารถใช้ได้จริงกับเหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่หรือไม่
ที่สำคัญ อาจารย์มองบทบาทสื่อมวลชนที่เห็นและเป็นอยู่ ได้แจ่มแจ้งจริงๆ!!
ประเด็นนี้ ทั้งคุณจอมขวัญ คุณกนก และคุณสุวิทย์ ช่วยกันซักถามอย่างออกรส
อาจารย์บอกว่าปรากฏการณ์ทางสังคมการเมืองเวลานี้ ทำให้คนแบ่งแยกและมองกันอย่างมีอคติ จึงเห็นด้วยที่อาจารย์โคทม อารียา แนะให้มีช่องทางการสื่อสาร ที่เรียกว่า การจัดระบบงานระหว่างฝ่ายที่ชุมนุมประท้วงกับฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้เกิดแนวทางสันติมากที่สุด
และหากจะมีระบบที่ช่วยจัดการการชุมนุมให้ดีกว่านี้ยิ่งดีที่สุด
ไม่ว่าการช่วยกันตรวจตราระหว่างการ์ดเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือมีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน
เพราะสังคมไทยยามนี้ ที่บอกว่ามันแตกแยก ก็เหตุพราะเราต่างดูทีวีกันคนละช่อง!!
การเลือกดูข่าวช่องไหนก็ดูช่องนั้น อย่างดูพีทีวี เอเอสทีวี ช่อง 11 โดยที่มีฟรีทีวีเป็นส่วนประกอบ
เท่ากับเพิ่มความเกลียดชัง ดูถูกดูแคลน ที่สำคัญคือ คิดต่างไม่ได้ คิดต่างคือผิด!!
ภาพความขัดแย้งจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนด้วย
เราจะทำอย่างไรจึงจะให้เห็นภาพความเป็นจริงที่สลับซับซ้อนนี้ออก ความเกลียดชังลดได้บ้าง
แต่ปัญหาตอนนี้ อาจารย์ชัยวัฒน์มองว่า เราอยู่ภายใต้ความกลัว กลัวเป็นอคติ กลัวคนโน้น กลัวคนนี้ มากเกินไปทำให้มองไม่เห็นอะไร เลยมีอคติ แต่ขณะเดียวกัน เราจำเป็นต้องรอบคอบ เพราะมันทำให้มีสติ
อาจารย์ทิ้งท้ายด้วย 13 ความลับสันติวิธี 2 ทฤษฎี 3 หลักการ... 2 ทฤษฎีคือ สันติวิธีเป็นเรื่องของอำนาจ ซึ่งอำนาจมาจากความยินยอม สันติวิธีก็คือการกระทำไม่ใช่ไม่กระทำ
3 หลักการก็คือ ต้องไม่มีความเกลียดชัง คนใช้ใช้ไปเพื่อเป้าหมายที่เป็นธรรม และสุดท้ายต้องยอมรับความทุกข์ทรมานเสียเอง
ส่วนข้อจำกัดก็คือว่า สันติวิธีขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว และใช้สันติวิธีแล้วไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความรุนแรง
เงื่อนไขที่อาจารย์ชัยวัฒน์ชี้คือ มนุษย์ต้องทนกันได้ เหมือนคนที่อยู่คอนโดเดียวกัน
แม้ต่างคนต่างอยู่ แม้จะไม่ชอบหน้ากัน แต่น่าจะมีกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งทำให้เราต้องอยู่ด้วยกัน และอยู่กันอย่างมีอารยะ โดยที่ไม่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องย้ายออกไปจากคอนโด
นี่แหละความเห็นของนักวิชาการที่น่าฟังและทำตามจริงๆ
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



