
'บีอิ้ง ไทย อีส คูล' คงความเป็นไทยในแบบ 'คูล 93'
ใช่ว่าจะเป็นคลื่นวิทยุที่ให้ความสุขใจ สบายหู แก่คนฟังอย่างเดียวเท่านั้น แต่คลื่น คูล 93 ฟาเรนไฮต์ ยังขอฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการปลุกจิตสำนึกคนไทย ให้เห็นคุณค่าและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Being THAI is COOL" ซึ่งได้เปิดตัวกันไปแล้ว ณ สยามพาร
"ของคลื่นคูล เราเดินแผนการตลาดต่อเนื่องมาตลอด และทุกปีที่เราเดิน เราจับเรื่องกระแสสังคมเป็นหลัก ปีที่ผ่านมา คนไทยขาดความสามัคคีด้วยกัน และมีวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลกับบ้านเราค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่เป็นสื่อ เราก็อยากรณรงค์ให้คนไทย หันกลับมามองความเป็นไทยของเรา ไม่นิยมอะไรที่เป็นต่างชาติ เลยเป็นที่มาที่ไป ของคอนเซ็ปต์ "Being THAI is COOL (บีอิ้ง ไทย อีส คูล)" ซึ่งเราก็จะมีการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ชื่อว่า มิสเตอร์ไทย ซึ่งจะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปโปรโมทวัฒนธรรมของประเทศไทย ซึ่งเราก็จะมีโจทย์ให้เขาทำ และมีวิธีการโปรโมทให้เขาว่าต้องทำยังไงบ้าง แล้วเราก็เก็บตรงนั้นมาส่งผ่านสื่อ ให้คนไทยได้เห็นว่าเราได้รณรงค์ให้ชาวต่างชาติเห็นวัฒนธรรมไทยยังไง" เฮียกวงกล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์และกรรมการผู้จัดการบริษัท สกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า ตัวพรีเซ็นเตอร์นั้น ต้องมีบุคลิกภาพที่ยิ้มเก่ง มีความเป็นไทย อ่อนน้อมถ่อมตน เหตุที่ไม่คัดเอาศิลปินมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้คนมีชื่อเสียงในต่างแดน
"อีกอย่างเราต้องการอะไรที่ใหม่ด้วย เราก็อยากให้เป็นคนธรรมดาที่มีบุคลิกภาพที่เราคิดว่าน่าจะทำได้ ก็คัดมา ตอนนี้ก็ได้แล้ว เราก็จะเรียกเขาว่า "มิสเตอร์ไทย" เขาต้องบ่งบอกความเป็นไทยได้หมด กิจกรรมตัวแรกที่จะทำ คือ “COOL Outing Special 3:
China.Korea.Japan” (คูล เอาท์ติ้ง สเปเชียล 3 : ไชน่า.โกเลีย.เจแปน) คือจะไปที่จีน เกาหลี และญี่ปุ่น กิจกรรมหลักๆ ก็จะมีโจทย์เอาความเป็นไทยให้มิสเตอร์ไทยทำ เช่น ไปญี่ปุ่น ก็อาจจะมีโจทย์ลองไปเหยียบเท้าคน แล้วใช้ความเป็นไทยเอาตัวรอด เช่น การยิ้ม เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมนี้จะพาผู้ฟังไปร่วมโปรโมทวัฒนธรรมไทยด้วย 50 ชีวิต ซึ่งจะเอาภาพเหล่านี้มาออกเป็นกึ่งเรียลิตี้ ออกสื่อหลักๆ คือออนไลน์ เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา
ส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยทำงาน ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เล่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และตามสื่อทีวีต่างๆ และส่วนของคูลเอง เราก็จะทำ Corporate TVC คือออกอากาศประมาณ 15 วินาที 3 ตัวด้วยกัน จะปล่อยตามจุดต่างๆ ให้คนไทยได้เห็นด้วย"
นอกจากนี้คลื่นคูล 93 ฟาเรนไฮต์ ยังจะพาผู้ฟังไปทำกิจกรรม Royal Rally “Our Beloved King & Queen” แรลลี่เฉลิมพระเกียรติ 60 ปีบรมราชาภิเษก และราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เส้นทางกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน โดยรายได้ทั้งหมดจากการแข่งขันแรลลี่ 60 คันมอบให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา รวมถึงกิจกรรม วันไลฟ์ วอลลุ่มที่ 8 จะพาไปสวิตเซอร์แลนด์ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คมสัน กล่าวต่อว่านอกจากนี้แล้ว ยังมีโปรเจกท์คอนเสิร์ต ที่บอกได้คำเดียวว่าแรง ซึ่งจะรวบรวมเอาศิลปินตัวแม่จากทุกค่ายมาขึ้นเวทีเดียวกัน
"นอกจากว่าบางค่าย เขาจะไม่ให้ศิลปินเราแค่นั้น จริงๆ ที่ผ่านมา รู้สึกจะมีแค่คอนเสิร์ตเดียว ที่เปิดตัวแล้วเขาไม่ปล่อยตัวศิลปิน แต่ที่เหลือเราค่อนข้างจะรู้เรื่องของเงื่อนไข และข้อจำกัด เราก็จะมีการปรับเรื่องของคอนเซ็ปต์ จริงๆ ที่ผ่านมาก็ผลตอบรับดีนะ ไม่มีค่ายนั้น คอนเสิร์ตเราก็ยังขายบัตรหมด สถานที่อาจจะเป็นที่พารากอน ฮอลล์ ด้วยกิจกรรมของเราก็คิดว่าหนาแน่นพอสมควร"
สำหรับทิศทางของคลื่นคูล 93 ฟาเรนไฮต์นั้น ยังคงรักษาแชมป์อันดับหนึ่งของคลื่นวิทยุที่เปิดเพลงแนวฟังสบาย ทิศทางรายได้ของปีนี้นั้น คมสัน เผยว่าค่อนข้างพอใจ เพราะโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว 5%
"แต่ก็ต้องรอดูสถานการณ์ ว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ก็คิดว่าคลื่นวิทยุอันดับหนึ่ง อันดับสอง ไม่น่าจะกระทบเยอะ จริงๆ คู่แข่งคลื่นวิทยุเน้นเปิดเพลงฟังสบายค่อนข้างมีเยอะ แต่ด้วยความที่เราทำการตลาด เรื่องของการสร้างแบรนด์อิมเมจมาหลายปีติดต่อกัน และมีกิจกรรมทำต่อเนื่องตลอด เรามีความชัดเจนในธีมหลักคือ "50 มินิทส์ มิวสิก ลอง เพลย์" ที่ทำให้เป็นความต่างในคลื่นวิทยุทั่วไป เราเปิดเพลงได้เพราะ ตามโจทย์ที่ผู้ฟังต้องการ เพราะมีการทำข้อมูลค้นคว้าตลอดเวลา แต่เราก็ไม่ประมาท เพราะของอย่างนี้ประมาทไม่ได้ แต่เราก็ทำการตลาดต่อเนื่องมาตลอด มันเลยทำให้เราไม่ค่อยหวั่นอะไรมาก" คมสันกล่าวทิ้งท้าย



