บันเทิง

"บ้านแขนน" ชุมชนวัฒนธรรมมีลมหายใจ

"บ้านแขนน" ชุมชนวัฒนธรรมมีลมหายใจ

16 มี.ค. 2553

ชุมชนบ้านแขนน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน อ.ถลาง ที่มีวัฒนธรรมหยั่งรากลึกบนเกาะภูเก็ตมาตั้งแต่สมัยอยุธยา หลักฐานทางประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่า เป็นเมืองเก่าที่มีการสู้รบกับพม่าในยุคของท้าวเทพกษัตรี-ท้าวศรีสุนทร

  แม้จะเป็นชุมชนเก่าแก่ที่เสี่ยงต่อการถูกกลืนไปกับกระแสเมืองท่องเที่ยว แต่ชาวบ้านแขนนกลับยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างน่าชื่นชม จากเหตุบังเอิญที่นำไปสู่การรื้อฟื้นวิถีชีวิตดั้งเดิมให้กลับมาเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง

 ว่าที่ ร.ต.ไตรบัญญัติ จริยะเลอพงษ์ ประธานโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนบ้านแขนน กล่าวว่า ความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมของชุมชนเกิดจากการระดมพลกันบูรณะวัดร้าง เมื่อปี 2537 แต่ละวันชาวบ้านนับร้อยคนจะมาอยู่ช่วยงานกัน เรื่องอาหารการกินจึงต้องใช้วิธีโบราณแบบถลางสมัยรบ คือออกไปหาพืชผักพื้นบ้านมาทำอาหาร จนเกิดการฟื้นฟูอาหารพื้นถิ่น เมื่อการบูรณะวัดแล้วเสร็จ ก็มีพิธีบวงสรวง ได้รื้อฟื้นเรื่องของดนตรี เรื่องไสยศาสตร์ และ การแสดงโบราณหลายๆ อย่างขึ้นมา รวมทั้งโนราห์

 หลังจากวัดแขนน มีสภาพเป็นวัดอย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านที่เคยทำงานร่วมกันมา 7 ปี ก็มีแนวคิดที่จะหาสถานที่ใหม่เพื่อรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม จึงใช้พื้นที่สวนยาง 6 ไร่ของ ว่าที่ ร.ต.ไตรบัญญัติ เป็นศูนย์กลางตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา การรวมตัวกันเหนียวแน่นเป็นจุดเด่น ทำให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาต้องแวะดูวิถีชีวิตที่แตกต่าง จนชุมชนบ้านแขนนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญใน จ.ภูเก็ต

 อาหารพื้นบ้านถูกนำมาสาธิตและจัดเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง นอกจาก "น้ำชุบหยำ" น้ำพริกสูตรขึ้นชื่อของภูเก็ตแล้ว ยังมียำสมุนไพร หมูฮ้อง ต้มส้มสมพรม ปลาทอด และเกลือเคยโบราณ จัดเป็นชุดไว้ให้กินอิ่มแบบเต็มมื้อ

 "ยำโบราณ"  เป็นตัวอย่างภูมิปัญญาอาหารเพื่อสุขภาพ ที่อาศัยเพียงรสชาติแท้ๆ ของส่วนผสม ได้แก่ มะพร้าวคั่ว กะปิคั่ว ถั่วลิสง หอมเจียว กระเทียมเจียว กุ้งแห้งทอด ปลาฉิ้งฉั้งทอด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด  ถั่วพู ถั่วฝักยาว ผักแว่น มะม่วง ใบมะกรูด ยอดหมุย (คล้ายใบโหระพา) คลุกเคล้ารวมกันเป็นยำสมุนไพรพื้นบ้าน รสชาติกินเพลินจนเป็นอาหารจานหลักได้เลยทีเดียว

 แต่ถ้าต้องการชุ่มคอ "ต้มส้มสมพรม" ที่รสออกเปรี้ยวคล้ายแกงส้ม ด้วยรสชาติของ "ส้มควาย" ผลไม้พื้นเมืองลักษณะคล้ายส้มแขก ต้มรวมกับผักหาง่ายในท้องถิ่น อย่างผักบุ้ง หน่อข่า ส้มป่อย หยวกกล้วย มะเขือยาว สับปะรด หอมแดง กะปิ ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์และกุ้งสดแทนเนื้อปลา เพื่อไม่ให้เหลือกลิ่นคาวติดปาก เมนูนี้รสชาติดีและช่วยให้มื้ออาหารสมบูรณ์ขึ้น

 นอกจากนี้ยังมีการสาธิตทำ "ส้มตำภูเก็ต" ใส่พริกไทยแก้ท้องอืด "เบือทอด" ที่ใช้ใบเล็บครุฑ หญ้าช้อง ใบชะพลู กุ้ง ปลาฉิ้งฉั้ง ชุบแป้งผสมเครื่องแกงแล้วทอด จิ้มน้ำจิ้มกินเพลิน รวมทั้งการสาธิตทำขนมโบราณ อย่างขนมครกภูเก็ต ข้าวหลาม ขนมคู ทั้งหมดนั้นจะลองลงมือทำหรือแค่ชิมก็ไม่ว่ากัน

 วัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงดำเนินอยู่ในชุมชนบ้านแขนน กลายเป็นตำรามีชีวิตที่โรงเรียนหลายแห่งใน จ.ภูเก็ต เห็นความสำคัญและส่งนักเรียนมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนเช้าเด็กๆ จะได้กินข้าวร่วมกัน ก่อนแยกย้ายไปเรียนรู้ตามฐาน โดยแบ่งกลุ่มในลักษณะรุ่นพี่ที่เคยมาเรียนที่นี่แล้วจะเป็นพี่เลี้ยงนำน้องๆ ไป โดยมีลุง ป้า น้า อา ชาวบ้านแขนนเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จริง

 กิจกรรมจักสาน ดูเหมือนจะดึงดูดใจเด็กๆ ได้เป็นพิเศษ ครูวัยคุณยายพร้อมสอนสานของเล่นที่ทำจากใบมะพร้าวอย่างใจเย็น ถ้าไม่เข้าใจก็จับมือช่วยสอนกันจนเป็น

 ประวิง โมลิกะบุตร คุณยายวัย 76 ปี เล่าว่า ปกติอยู่บ้านกับตาและลูกหลาน เมื่อชุมชนมีงานก็จะมาช่วยสอน เหตุผลที่เต็มใจมา คุณยายบอกว่า "ได้สนุกก็เพราะเด็กนี่แหละ"

 ไม่ใช่เพียงร่วมกันสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมให้คงอยู่เท่านั้น ชาวบ้านแขนนยังต่อยอดศิลปะการแสดงโนราห์ภูเก็ตโบราณให้กลายเป็นท่าออกกำลังกายคล้ายโยคะที่มีจังหวะ พัฒนาเป็นท่าต่างๆ 19 ท่า ใช้ออกกำลังกายในชุมชนและเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจ

 ครูกัลยา จันทวงศ์ ผู้คิดค้นท่าโนราบิก บอกว่า ท่าโนราบิกประยุกต์มาจากท่าพื้นฐานของการแสดงโนรา บางท่าก็คิดขึ้นมาใหม่เพื่อให้การเต้นสอดคล้องกัน ซึ่งท่าเหล่านี้ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่า โนราบิกถือกำเนิดจากชุมชนบ้านแขนนอย่างแท้จริง

 การเดินทางครั้งนี้ มี ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมขบวนด้วย ซึ่งนอกจากจะทึ่งแล้ว ยังต้องยกให้หมู่บ้านนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของแต่ละพื้นที่ให้คงอยู่

 "ที่นี่มีองค์ประกอบที่ถือว่าสมบูรณ์ โดยเฉพาะโนราบิก บ้านแขนนจะเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้  ผู้สูงอายุได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น และชุมชนก็ได้สินค้าทางวัฒนธรรม เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน ถ้าทุกพื้นที่ช่วยกันรักษาสิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ภูมิใจในวิถีชีวิตของตัวเอง เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมก็จะไม่สูญหาย"

 วิถีชีวิตดั้งเดิมแบบแขนน เป็นวัฒนธรรมที่ยังคงดำเนินไปตามลมหายใจของคนในชุมชน เกิดเป็นความเข้มแข็ง สร้างงานสร้างรายได้ในพื้นที่ เป็นหลักยึดให้คนรุ่นหลังรักและห่วงแหนเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

 ฟังว่าหากสนใจเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ครอบครัวใหญ่แห่งบ้านแขนนยินดีต้อนรับเสมอ

"สาวิตรี รัชตตาณา"