บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-กุมภา - มีนา  ชีวิตชีวาดูแลกัน

คมเคียวคมปากกา-กุมภา - มีนา ชีวิตชีวาดูแลกัน

12 มี.ค. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ แรม ๙ ค่ำ เดือนสี่

ช่วงเดือนนี้มีหลายยามหลายวาระ  หลายกาลหลายการ  ให้รำลึกนึกถึง  แบบสบายๆ บ้าง  แบบเครียดๆ บ้าง  ก็โลกนี้มนุษย์นี้  ต่อให้กินดีอยู่ดีอย่างไร  ย่อมมีตัวร้อนเป็นไข้เป็นธรรมดา

ปลายเดือนที่แล้ว  ๒๘ กุมภาพันธ์  วันมาฆบูชา  เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลไหว้พระธาตุนาดูน  เนื่องจากบ้านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล  ทั้งจิตใจเคารพนับถือองค์พระธาตุมานานหลายปี  จึงพาครอบครัวไปไหว้พระธาตุกลางแดดเปรี้ยง  แดดร้อนมากครับ  ไม่ร้อนเพียงแดด  ยังร้อนที่อากาศอบอ้าวผ่าวอก  บางทีอยู่ๆ ก็มีเม็ดฝนหล่นลงมาสี่ซ้าห้าเม็ดแล้วหายไป  เป็นที่น่าประหลาดใจ  และต้องทำความเข้าใจถึงอาการของโลก

เป็นหวัดแดดมาหลายวันครับ  ปวดหัวและมีน้ำมูกมาก  หวัดเดี๋ยวนี้ดื้อยาหายช้าน่าดู  ต้องไปให้หมอฉีดยาช่วย  หมอบอกป่วยปีละครั้งเลยนะ  ปีที่แล้วก็มาตอนเดือนมีนาคม  อ้าว...เพิ่งนึกได้นะนี่  ถ้าหมอไม่บอกไม่รู้  จะว่าไปแล้วเคยสังเกตเหมือนกัน  ตัวเองชอบเป็นหวัดช่วงปีใหม่  หรือเดือนสองเดือนให้หลัง  ราวกับร่างกายมีวิชาทดสอบสุขภาพประจำปีอย่างนั้นแหละ

๔ มีนาคม  หวัดยังไม่หายดี  ตัดสินใจไปเมืองอุบลฯ เพื่อร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อบุญหลาย  คุณวุฒิ  คุณพ่อของ สลา  คุณวุฒิ  ไปพบเจอเพื่อนผองน้องพี่ทั้งที่เคยพบเจอและเพิ่งพบเจอจำนวนมาก  โดยเฉพาะสายศิลปินนักร้องที่หลายคนรู้จักแต่หน้าตาและชื่นชอบผลงาน  แม้ไม่ได้รู้จักพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว  แต่ก็ถือว่าต่างอยู่ใกล้ชิดพอที่จะเอื้อมใจสะกิดใจกันได้  นักร้องหนุ่มดาวรุ่งบางคนมาทักทาย  บอกว่าสมัยเรียนชอบอ่านหนังสือกลอนของผมมาก  ทำให้รู้สึกทั้งดีใจและเขินอายไปในตัวอย่างไรไม่รู้  โอกาสหน้าจะเล่าขยายความอีกครับ  สำหรับนักร้องนักแต่งเพลงที่ชอบอ่านบทกลอน

สายนักเขียนที่ไปจากกรุงเทพฯ  ที่เห็นก็เป็นพี่น้องในกลุ่มกิจกรรมเดียวกัน  อาทิ  แคน  สาริกา  ปรีดา  ข้าวบ่อ  เสรี  ทัศนศิลป์  อาทิตย์  บำรุงเอื้อ  ซึ่งร่วมแรงร่วมใจกันผลักดัน กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา  คุณวุฒิ  ไปพร้อมกับครูสลาเอง  ผู้ซึ่งมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งดีๆ  แม้ในปี ๒๕๓๕ ต้องสูญเสียแม่  ปี ๒๕๕๓  ต้องสูญเสียพ่อ  และล่าสุดที่พบกันวันนั้น  ผมเห็นหน้าผากอันเป็นที่ห่อหุ้มมันสมองของเขามีริ้วรอยแผลฉกรรจ์  เพิ่งรู้ว่าเขาประสบเหตุโหม่งลูกฟุตบอลกระแทกกับหัวเพื่อนร่วมคณะ  หมอต้องเย็บแผลถึง ๔๗ เข็ม  เขาบอกว่าเหมือนเป็นการต้อนรับอายุ ๔๗ ปีพอดี  เล่นเอาผมขนลุก  และใครต่อใครขนชัน...เคราะห์กรรมอะไรจะต้อนรับกันได้ขนาดนั้น  อย่างไรก็ขอให้ดีวันดีคืนนะครับ  ทั้งสุขภาพกายและใจ

สำหรับผม  วันนั้นก็ต้องขอขอบคุณ  อาจารย์เชษฐา  จักรไชย   อาจารย์สุทัศน์  วงศ์กระบากถาวร  อาจารย์วินัย  แสงกล้า  แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ที่รับส่งผมไปเมืองอุบลฯ ด้วย  โดยเฉพาะอาจารย์เชษฐาที่ขับรถอย่างใจเย็น  เปิดเพลิงลูกทุ่งฟังสบายใจกัน  แถมกลับถึงเมืองมหาสารคาม  ยังเปิดห้องภาควิชาภาษาไทยที่เป็นเรือนไม้สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ให้ใช้คลื่นอินเทอร์เน็ตทำงานด้วย  ว่ากันว่าเรือนไม้เก่าแก่สวยงามนี้  มีตำนานผูกพันกับศิษยานุศิษย์สถาบันแห่งนี้มาก  แต่วันเวลาชรากาล  มันจะต้องถูกรื้อในไม่ช้า

ไปตกค้างกลางเมืองมหาสารคามทั้งที  กลางคืนจึงมีผู้หวังดีพาไปที่ ตะวันแดงสาดแสงเดือน งานนี้ ท่านพี่โอ๊ะ  อาทิตย์  หรือ บ่าวแด่นแด้  แม้ไม่อยู่  แต่ก็ส่งเสียงสั่งให้คนดูแลเต็มที่จนอดเกรงใจไม่ได้  ขอบคุณทุกคนที่เปิดโอกาสให้เข้าไปนั่งฟังเพลง  และเฝ้ามองนาฏกรรมชีวิตหนุ่มสาวอันละลานตา (๕๕๕) ทำให้เห็นโลกอีกใบหนึ่งที่เรียกว่า ผับเพื่อชีวิต  ที่เราอาจเห็น  แต่คนอื่นอีกหลายคนอาจไม่เคยเห็น  ที่เราอาจรับได้บ้าง  แต่คนอื่นอีกหลายคนอาจรับไม่ได้เลย  จะว่าไปโลกก็หลายใบเช่นนี้  ยังคงมีอีกหลายต่อหลายโลกที่หมุนไปหมุนมาอยู่  โดยที่เราไม่เคยเข้าไปเห็น  หรือไม่อยากเข้าไปเห็นใดๆ ทั้งสิ้น

มื้อเที่ยงอีกล่ะ...ชาวมหาสารคามก็ต้อนรับอีกที่ ร้านลาบกันเอง ด้วยลาบสุก  ลาบดิบ  ปิ้ง  ย่าง  ต้ม  ทอด  ตำ  อะไรสารพัด  ราวกับผมเป็นแขกพิเศษที่ไปทำงานอะไรให้เขา  ทั้งที่แค่ผ่านทางไปเท่านั้น ที่เมืองอุบลฯ ก็เหมือนกัน  ค่ำวันก่อนนั้น  แม้เจ้าภาพมีเลี้ยงข้าวค่ำ  แต่เนื่องจากเกรงคนเยอะและต้องรีบกลับ  จึงไปกิน ร้านลาบเป็ดกอแก้ว  โดยมี คุณหมอจากโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อน สายครูสลาคอยดูแลทั้งของกินของฝาก  ผมปรารภกับเพื่อนว่าทำไมต้อนรับดีอย่างนี้  ทั้งที่แต่ละคนต่างตกอยู่ในสถานการณ์เครียดๆ  เขาบอก พี่น้องกัน  มีโอกาสก็ต้องดูแลกัน  ผมได้ยินแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ท่ามกลางคลื่นระแวงแคลงใจในเหตุการณ์บ้านเมืองแบบปวดหัวตัวร้อน  ผมยังหวังการดูแลกันและกันของพี่น้องทั่วไทย  จะเข้มแข็งพอเป็นเกราะคุ้มกันภยันตรายจากพายุแห่งโลภะ  โทสะ  โมหะ...นั่นแลฯ