บันเทิง

มองนอกดูใน - พุทธชยันตี 2600 ปี

มองนอกดูใน - พุทธชยันตี 2600 ปี

10 มี.ค. 2553

เวลา 9 วันของวันที่ 25 กุมภาพันธ์-5 มีนาคมนี้ ข้าพเจ้าได้เดินทางกลับไปประเทศพม่าอีกครั้ง พร้อมกับนิสิตสาวิกาสิกขาลัยและทีมอาสาสมัครที่จะไปเรียนรู้วิถีพุทธของชาวพม่า

 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันมาฆบูชาของพม่านั้น แต่เช้ามีพิธียกยอดฉัตรของเจดีย์กีลาต้า เป็นพระสถูปที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นพระเกศา ซึ่งได้รับความเสียหายจากครั้งพายุนาร์กีส เพื่อเป็นการให้กำลังใจประชาชนชาวพม่า โดยบรรยากาศของเช้าวันนั้นก็ไม่ต่างจากเมื่อปีเศษที่ผ่านมา ซึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปร่วมในพิธียกยอดฉัตร 9 วัด คือมีชาวพม่ามาร่วมพิธีด้วยความศรัทธาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ด้วยใบหน้าที่เอิบอิ่มไปด้วยกุศล

 ตกตอนบ่ายมีการบวชภิกษุ สามเณร และแม่ชี 2,555 รูป เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ในปี พ.ศ. 2555 โดยพระอาจารย์ไจ๊ทีเซา (Abhidhaja Agga Maha Satdhamma Jotika Kyaikhtisaung Matha Thera Bhaddanta Panna Dipa) เป็นประธานสงฆ์ในการบวช และ ดร.คินฉ่วย (Aggamahasiri Thudhamma Manijawtadhara Wunna Kyawhtin Dr.Khin Shwe ซึ่งเป็น Chairman of Myanmar Buddhist Association) เป็นเจ้าภาพการบวช ทว่าในวันจริงจำนวนผู้บวชภิกษุ สามเณรกลับสูงถึง 3,000 รูป และแม่ชีอีกกว่า 500 ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่ชีอายุไม่มาก ทำให้ข้าพเจ้าหวนนึกถึงการบวชพุทธสาวิกาของเสถียรธรรมสถานที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9-19 เดือนเมษายนนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งขณะนี้เด็กๆ เริ่มสมัครเข้ามาแล้วกว่า 40 ชีวิต นับเป็นการทำงานที่พวกเราทุกคนต้องร่วมกันอุทิศให้เห็นเป็นงานคานงัดที่สำคัญ ที่จะทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาน่าอยู่อีกครั้ง คือการนำธรรมะกลับมาอยู่ในหัวใจของคนไทย

 เมื่อใดที่เรานำธรรมะกลับมาอยู่ในหัวใจของคนไทยได้ เมื่อนั้นเราก็จะได้แผ่นดินไทยที่มีธรรม ธรรมก็จะคุ้มครองใจของคนบนแผ่นดินนี้

 พิธีบวชในบ่ายวันนั้นดำเนินเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่งดงามเสมือนกลับไปในสมัยพุทธกาลเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาของพุทธสาวกและพุทธสาวิกาที่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเดินทางอยู่บนมรรคาแห่งการตื่นอันมีนิพพานเป็นเป้าหมาย เป็นการให้โอกาสคนทุกชนชั้นได้เกิดอีกครั้ง แต่เป็นการเกิดซึ่งมีที่มาอาจจะต่างกัน แต่ร่วมหนทางเดียวกัน คือหนทางสายเอก และเป็นทางสายเดียวที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้ไว้ พระองค์ทรงเป็นกัลยาณมิตร คือผู้ชี้ทาง การที่เรามาจากอดีตที่แตกต่าง ไม่ว่าจะมามืดหรือสว่าง แต่ถ้าเราเดินอยู่บนหนทางสายเอก ที่เราเรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมรรค นี้แล้ว เราจะพบเป้าหมายอันเดียวกันคือพระนิพพาน

 ศาสนาพุทธมีความมหัศจรรย์หลายประการ และหนึ่งในความมหัศจรรย์ กล่าวคือพระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนทะเลที่เป็นที่อยู่ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย และไม่ว่าใครจะเอาอะไรมาทิ้ง แม้แต่ซากศพ ทะเลก็จะขจัดความชั่วร้ายนั้นออกไปเอง เหมือนน้ำทะเลที่ขจัดศพด้วยการซัดขึ้นสู่ฝั่ง ศพจะไม่มีวันทำให้น้ำทะเลเสียหายเน่าเหม็นได้... 

 ถ้าสังฆะใดมีความแข็งแรง ไม่ว่าใครจะเข้ามาบวช มาเป็นส่วนหนึ่งของสังฆะ ก็ย่อมจะได้โอกาสในการรับการเกื้อกูลจากสังฆะ หน้าที่ของสังฆะนักบวชคือการเป็นน้ำในทะเล ต้องให้โอกาสผู้เข้ามา แต่ถ้าวันหนึ่งพบว่าเขาไม่ใช่ พระธรรมจะจัดสรรได้เองอย่างน่าอัศจรรย์

 การที่นิสิตของสาวิกาสิกขาลัยได้ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้แล้วได้เห็นด้วยตาและได้สัมผัสด้วยใจนั้น นับเป็นการเรียนรู้โดยตรงที่ลัดสั้นจึงขออนุโมทนา และเมื่อนึกถึงการเดินทางนี้ครั้งใดก็ทำให้เกิดมหากุศลร่วมกัน

 ในวันเดินทางกลับ มีชาวพม่าเข้ามาสนทนากับข้าพเจ้า โดยกล่าวว่ารู้จักเพราะเห็นจากข่าวโทรทัศน์ บรรยากาศในวันลาเป็นไปอย่างอบอุ่น คุ้นเคย ประหนึ่งทุกคนรู้จักกันมาก่อน...

 ไม่มีการรู้จักใดจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ คนที่มาทักทายก็เป็นเสมือนญาติ ไทยกับพม่า ไม่เคยมีใครแพ้-ใครชนะ...มีแต่ทุกข์กับพ้นทุกข์ร่วมกันและนี่เป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ที่เราจะนำศานติภาพกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ธรรมสวัสดี

" แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต"
 
 ***ขอเชิญกุลธิดาร่วมบวชพุทธสาวิกา ภาคฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2553 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมัครด้วยตัวเองที่เสถียรธรรมสถานทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2510-6697,02-509-0085 หรือ www.sdsweb.org,www.facebook.com/sdsface