
มองผ่านเลนส์คม - แรลลี่นักเขียน
ขนาดว่า เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ยังเอ่ยปากว่า เป็นความแปลกประหลาดมาก ที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ลุกขึ้นมาจัดงานแรลลี่ พานักเขียน และนักอ่าน ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ สัมผัสศิลปะ-วัฒนธรรมท้องถิ่น เยือนบ้านนักเขียน และได้ใกล้ชิดนักเขียนชื่อดังแห่งยุค
ก็ออกจะเป็นเรื่องแปลกอย่างว่า นับตั้งแต่สมาคมนักเขียนฯ จัดงานโบว์ลิ่งการกุศลก่อนหน้านี้แล้ว
ทว่า นายกสมาคมฯ ชมัยภร แสงกระจ่าง ก็บอกว่าลองทำแบบนี้ดูบ้าง เพราะนอกจากจะหาทุนเข้าสมาคมฯแล้ว ยังถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้นักเขียนมีการเคลื่อนไหว และได้ทำอะไรที่แปลกใหม่
นักเขียนพบปะนักเขียน นักอ่านได้ใกล้ชิดนักเขียนในดวงใจ จึงสัมผัสได้ถึงความพึงพอใจของทุกฝ่าย
เมื่อได้ร่วมเป็นหนึ่งในขบวนรถกว่า 50 คัน ในโปรแกรม "เที่ยวไปบนเส้นทางสายนักเขียน" กรุงเทพฯ-หัวหิน เมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็รู้สึกคล้ายเช่นนั้น
สถานที่ที่แวะ อย่าง อนุสาวรีย์ศาลกรมหลวงชุมพร วัดกุฏิ บางเค็ม วัดพลับพลาชัย บ้านราชานักเขียน มนัส จรรยงค์ เรื่อยไปถึงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน คณะได้ความรู้จากคนพื้นที่ ตั้งแต่ระดับมัคคุเทศน์น้อย ชาวบ้านท้องถิ่น จนถึงรุ่นลายครามอย่าง อ.ล้อม เพ็งแก้ว
งานนี้นอกจากนายกสมาคมนักเขียน 2 คน คือ ไมตรี ลิมปิชาติ ชมัยภร แสงกระจ่าง ร่วมขบวนแล้ว ยังมี นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ดล ปิ่นเฉลียว ขจรฤทธิ์ รักษา บุหลัน รันตี ปิยะพร ศักดิ์เกษม ฯลฯ รวมทั้งนักเขียนซีไรต์ วัชระ สัจจะสารสิน ด้วย
ที่สำคัญยังมีวิทยากร ดีกรีศิลปินแห่งชาติ รออยู่ปลายทางถึง 2 คน คือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ อัศศิริ ธรรมโชติ คนหลังถือเป็นคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ปราศัย รัชไชยบุญ นักแปล-นักเขียนรุ่นใหญ่ เจ้าของนามปากกา "นิดา" ยังเปิดบ้านกลางหัวหิน ต้อนรับอย่างอบอุ่น
ฟัง อัศศิริ ธรรมโชติ เล่าอดีตเมืองนี้แล้วมีความรู้สึกดีๆ เพราะถึงแม้ทุกวันนี้จะเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติไปแล้ว ยังก็ยอมรับได้ เพราะไม่รู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนแบบก้าวกระโดดเหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ
ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นสถานที่แปรพระราชฐานของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จึงทำให้เมืองนี้คงความคลาสสิกอยู่ได้
และอีกความประทับใจของคนที่เกิดที่นี่ อัศศิริ บอกว่า เป็นที่เกิดของแชมป์โลก โผน กิ่งเพชร ทั้งยังเป็นแรงบันดาลให้คนรุ่นนั้นหัดชกมวยกันทั้งเมือง อัศศิริฝากไว้ว่า ทะเลไม่ใช่ที่เล่นน้ำอย่างเดียว แต่ยังเป็นที่ทำมาหากินของคนท้องถิ่น เป็นที่ที่ปู่ย่าตายายร่วมกันสร้างขึ้นมา ซึ่งเราควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และช่วยกันรักษาให้คงอยู่นานๆ
ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของท้องถิ่น และเสน่ห์ของนักเขียน ที่คนร่วมทริปรู้สึกได้
เห็น ชมัยภร ร่ำๆ ว่าอยากจัดงานลักษณะนี้อีก แต่อาจจะขอขัดจังหวะเป็นเรื่อง "วาระการอ่านแห่งชาติ" ก่อน เพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายที่สมาคมนักเขียนตั้งไว้
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



