
สองพี่น้องโคเฮนกระตุกปมเศร้า"ชายอมทุกข์"
สองพี่น้องโคเฮนกลับมาแล้วกับผลงานเรื่องล่า "A SerIous Man" ที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าหนังดราม่าหรือตลกดี คราวนี้สองพี่น้องนักเขียนบทและผู้กำกับมือทองหยิบเอาเรื่องราวของคนธรรมดาที่มีชีวิตแสนจะธรรมดามาทำเป็นหนังที่ไม่ธรรมดา
"A Serious Man" คือเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ผู้แสวงหาทางออกของชีวิตในยุคที่เสียงเพลงของวง เจฟเฟอร์สัน แอร์เพลน ดังกระหึ่มอยู่ในวิทยุ และภาพยนตร์ชุด "F-Troop" ยังคงออกอากาศทางโทรทัศน์ นั่นคือปี ค.ศ. 1967 ...
แลร์รี่ จ็อพนิค (รับบทโดยนักแสดงหน้าเครียด ไมเคิล สทูห์ลบาร์ก) ครูสอนฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยมิดเวสเทิร์นอันเงียบสงบ เพิ่งรู้จากปากของภรรยา จูดิธ (ซารี เลนนิค) ว่าเธอกำลังจะทิ้งเขาไปหาชายคนใหม่ ซาย เอเบิลแมน (เฟรด เมลาเมด) ผู้ที่ดูเหมือนจะมีอนาคตที่มั่งคั่งมั่นคงกว่าตัวเขา แต่นี่ไม่ใช่วิกฤติเดียวที่แลร์รี่ต้องเผชิญ เมื่อรอบกายเขายังมี อาเธอร์ (ริชาร์ด ไคนด์) พี่ชายถังแตกผู้เอาแต่นอนแกร่วอยู่บนเก้าอี้นวม, แดนนี่ (แอรอน วูล์ฟ) ลูกชายจอมขี้เกียจผู้มีจุดบอดเรื่องระเบียบวินัย และซาราห์ (เจสสิกา แมคมานุส) ลูกสาวผู้ชอบฉกเงินจากกระเป๋าสตางค์ของพ่อ
ระหว่างที่จูดิธและซายกำลังสุขสำราญกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา อาเธอร์ ก็กลายมาเป็นภาระหนักอกของแลร์รี่มากขึ้นๆ ทุกวัน หนำซ้ำยังมีมือดีส่งบัตรสนเท่ห์มาโจมตีเรื่องการทำงานของเขาในมหาวิทยาลัยอีก รวมถึงการที่นักศึกษาคนหนึ่งพยายามติดสินบนเขาเพื่อให้สอบผ่าน แค่นี้ยังไม่พอ แลร์รี่ยังต้องทนทรมานกับการที่สาวสวยข้างบ้านมานอนเปลือยกายอาบแดดให้เขาเห็นเป็นประจำ
เมื่อปัญหาต่างๆ รุมเร้ารุนแรงมากขึ้นทุกขณะ แลร์รี่ต้องรีบรุดไปขอคำแนะนำจากแร็บไบสามท่านผู้ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แต่ใครเล่าจะช่วยรักษาอาการป่วยใจของแลร์รี่ และทำให้เขาหลุดพ้นจากการเป็น ‘ชายอมทุกข์คนหนึ่ง’ ได้
อีธาน โคเฮน เจ้าของพลอตเรื่องเล่าว่า “มันเกิดขึ้นในปี 1967 ที่ชุมชนชาวยิวแถบชานเมืองของมิดเวสเทิร์น เพราะ โจเอล กับผมมาจากย่านมิดเวสต์ นี่จึงเป็นการย้อนคิดถึงช่วงเวลาในวัยเด็กของเรา สภาพแวดล้อมสำคัญต่อเรา และเป็นปัจจัยหลักที่เราใช้ขับเคลื่อนเรื่องราว ที่ซึ่งคุณเติบโตมา คือสิ่งที่สร้างตัวตนของคุณ มันไม่หายไปไหนหรอก ถึงคุณจะอยู่ห่างจากมันมานานมากแล้วก็ตาม”
โจเอล โคเฮน กล่าวว่า “ภูมิประเทศของสถานที่หนึ่งบอกเล่าเรื่องราวมากมาย แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะย้อนเวลากลับไปนานหลายปี เราคิดถึงการทำหนังสั้นเกี่ยวกับเด็กชายชาวยิวคนหนึ่งผู้ไปพบแร็บไบ ซึ่งตัวละครแร็บไบนั้นก็นำมาจากแร็บไบท่านหนึ่งที่เรารู้จักเมื่อตอนเป็นเด็ก”อีธาน เล่าบ้าง“ แร็บไบท่านนี้เป็นผู้รอบรู้ เขาไม่พูดอะไรเลย แต่เขามีความน่าเคารพอย่างมาก”
เมื่อบทภาพยนตร์ถูกเขียนขึ้น โจเอลเล่าว่า “ประเด็นหลักยังคงอยู่ แต่เนื้อเรื่องเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ แม้ว่าแลร์รี่ จ็อพนิคคือตัวละครที่เราสร้างขึ้นมา แต่เขาก็เป็นคนที่เราคุ้นเคย เพราะเขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และพ่อแม่ของเราก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หนำซ้ำแลร์รี่ยังเป็นคุณพ่อเชื้อสายยิววัยกลางคน ผู้อาศัยอยู่ในชุมชนซึ่งคล้ายคลึงกับชุมชนที่เราโตขึ้นมาด้วย”
“ทุกคนในครอบครัวจ็อพนิคต่างมีความต้องการ” อีธานกล่าว “แดนนี่ ลูกชาย อยากได้กัญชาและแผ่นเสียง ลูกสาว ซาราห์ อยากได้เงินไปผ่าตัดแต่งจมูก ส่วนจูดิธ ภรรยา ก็อยากไปอยู่กับ ซาย เอเบิลแมน ชายที่เธอมองว่า ‘เอาจริงเอาจัง’ กว่าสามีของเธอ” โจเอล เสริมว่า “แลร์รี่คือหัวหน้าครอบครัว เขาแค่อยากให้ทุกคนในครอบครัวสบายดี ตอนเริ่มเรื่องเขามีความสุขกับสถานะที่เป็นอยู่ แต่เมื่อเคราะห์ร้ายมาเยือน เขาก็ไม่อาจทำใจยอมรับได้”
ในการค้นหานักแสดง โจเอล โคนเฮน เล่าว่า “เราอยากได้นักแสดงนำที่ผู้ชมไม่รู้จัก และไมเคิล สทูห์ลบาร์ก ก็ไม่เป็นที่รู้จักจริงๆ ถ้าคุณไม่ใช่แฟนละครเวทีในนิวยอร์ค แต่เรารู้ว่าเขาเก่งกาจขนาดไหนจากงานละครเวทีของเขา”
นักแสดงชายผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโทนี่ ถูกเรียกตัวให้มาทดสอบบทหนึ่งในฉากเกริ่นนำต้นเรื่อง เพื่อการรับบทดังกล่าว ไมเคิล เล่าว่า “ผมไปฝึกฝนกับผู้ฝึกสอนชาวยิว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก พอถึงเวลาทดสอบ โจเอลและอีธานก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่ แต่แล้วบทนั้นก็ตกเป็นของนักแสดงคนหนึ่งที่พูดภาษายิวได้คล่องมาก ผมหลงรักบทหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ได้อ่านมันครั้งแรก ประหลาดใจในความพลิกผันยอกย้อนของมัน และเพลิดเพลินกับฝีมือของคนที่เขียนมันขึ้นมา การได้เข้าฉากเกือบทุกวันเปรียบเสมือนการได้รับพร และได้ศึกษาวิธีการทำงานของสองพี่น้องโคน ว่าทำไมและอย่างไร ทุกอย่างจึงได้ลื่นไหลไปอย่างสวยงามเช่นนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองสามารถสวมบทบาทตัวละครได้เป็นเวลานานมาก”
อีธานเสริมว่า “ผมถูกถามบ่อยๆ ว่า ‘คุณไม่ได้ทำให้คนยิวดูเป็นตัวตลกใช่ไหม?’ เราไม่ได้ทำ แต่ก็ไม่ได้ยกยอปอปั้นด้วย เราแค่ชี้ให้เห็นว่าทุกชุมชนหรือทุกเผ่าพันธุ์ ต่างก็มีข้อบกพร่องกันทั้งนั้น” โจเอลสรุป “ตามความคิดของเรา A Serious Man คือการเพ่งมองอย่างจริงใจต่อชุมชนชาวยิว และมันคือหนังที่จะทำให้ผู้ชมได้แลเห็นแง่มุมหลากหลายของศาสนายิวอย่างที่พวกเขาไม่ได้พบเห็นทั่วไป”
พบกับบทบาทบนจอเงินของ ไมเคิล และฝีมือการทำหนังของสองพี่น้องมือรางวัลใน "A Serious Man" ในโรงภาพยนตร์
เรื่อง: มันตา คลังบุญครอง
๑๑๑๑๑



