
เพลิดเพลินอารมณ์"โดม"พาชมสตูดิโอ
ควักสตางค์ที่ทำงานสะสมมาหลายปีเพื่อเปิดสตูดิโอบันทึกเสียง ไอคอนนิค คลับบลิ้ง สตูดิโอ (Iconic clubbing Studio Co., Ltd) แต่ยังไม่ทันได้เปิดเป็นทางการ ช่วงนี้ "โดม" ปกรณ์ ลัม ก็เนื้อหอมมีงานเพลงทั้งโฆษณา และงานอีเวนท์ เข้ามาให้ทำเพียบ พ่อหนุ่มเลยเริ่มที่จะ
และหนึ่งในนั้นโดมก็ได้รับเชิญให้ร่วมทำดนตรีประกอบการแสดงพลุ “Asahi Super Dry Musical Fireworks Hanabi To Otono Kyouen” งานแสดงพลุประกอบดนตรีกลางฟากฟ้าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการแสดงพลุที่มีระยะเวลายาวนานมากที่สุดครั้งแรกในประเทศไทย (45 นาที) โดยโดมรับหน้าที่ทำดนตรีในช่วงไฮไลท์ของงานอีกด้วย
โอ้โห...รับงานโปรเจกท์ใหญ่ขนาดนี้ได้ แสดงว่า ไอคอนนิค คลับบลิ้ง สตูดิโอ ไม่ธรรมดานะเนี่ย ว่าแล้วต้องไปดูให้ถึงที่ นัดหมายกันในช่วงสายๆ หนุ่มโดมออกมาต้อนรับในชุดเท่ตามสไตล์ แบบว่าขนาดสตูดิโออยู่ติดกับบ้านนะเนี่ย ยังแต่งตัวซะเนี้ยบ ตอนแรกหวังว่าจะเจอโดมในชุดนอนซะอีก...หุหุ
มาถึงเหนื่อยๆ โดมเลยชี้ชวนให้ขึ้นไปชั้น 2 ของสตูดิโอ ซึ่งเป็นส่วนรับรอง สำหรับนั่งรอ นั่งพัก ระหว่างมาทำงานที่สตูดิโอแห่งนี้ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบครัน แต่ก่อนที่จะออกสำรวจ ว่ามีอะไรบ้าง เสียงโดมชี้ชวนให้ลงไปที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นส่วนของห้องบันทึกเสียงก็ดังขึ้น ว่าแล้วก็ไปดูห้องหลักของสตูดิโอแห่งนี้กันก่อน
ดูภายนอกเหมือนเล็กนิดเดียว แต่พอโดมเปิดประตูเชื้อเชิญให้เข้าไปดูภายในเท่านั้น เรียกว่าไอคอนนิคฯ เป็นสตูดิโอระดับกลางที่สามารถบันทึกเสียงวงดนตรีสมัยนิยมได้ทั้งวงเลยทีเดียว โดยแบ่งเป็นส่วนห้องอัด และส่วนของซาวด์เอ็นจิเนียร์ควบคุมการบันทึก
"ที่นี่สามารถอัดเสียงได้ทั้งวงพร้อมกันเลยครับ แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการเลย เพราะเพิ่งเสร็จ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ทำงานชุดใหม่ของวงโนโลโก้ เหมือนเป็นการทดสอบสตูดิโอไปด้วย แล้วก็ตั้งใจว่าจะเปิดพร้อมอัลบั้มใหม่ของโนโลโก้เลย ประมาณเดือนมีนาคม" หนุ่มโดมเล่าให้ฟัง พร้อมนั่งสาธิตการใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ดูแล้วทะมัดทะแมงสมกับที่ร่ำเรียนมาทางด้านซาวด์เอ็นจิเนียร์โดยตรงซะจริงๆ
นอกจากจะนั่งสาธิตการใช้เครื่องไม้เครื่องมือให้ดูแล้ว โดมยังเปิดตัวอย่างดนตรี ที่กำลังทำเพื่อประกอบการแสดงพลุให้ฟังอีกด้วย "ดนตรีที่โดมทำก็เป็นสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ พยายามใส่ความสดใสลงไป เพิ่มเครื่องสายให้ดูยิ่งใหญ่ เพื่อจะได้เข้ากับคอนเซ็ปต์...เช้าวันใหม่ แห่งความสุข"
ถามต่อถึงระบบบันทึกเสียงของที่นี่ โดมบอกว่าได้ตระเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้อย่างเต็มที่ ระบบซิสเต็มที่มีให้เลือกทั้งแบบดิจิทัล และอะนาล็อกตามแต่ลูกค้าจะเลือกใช้ เพราะบางครั้งวงดนตรีก็มักจะชอบทำงานแบบอะนาล็อกมากกว่า
โดมพาเดินต่อเข้าไปในส่วนห้องอัด ซึ่งสมกับที่คุย ว่าสามารถบันทึกเสียวงดนตรีสมัยใหม่ได้ทั้งวง แม้ขนาดห้องจะไม่ใหญ่เว่อร์ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางที่กว้างขวาง เพื่อให้ดูสมจริง โดมคว้าไมโครโฟนราคา 6 หลักมาต่อเข้ากับขาตั้ง พร้อมกับสาธิตการร้องให้ดู แหม...มันช่างเท่จริง...จริ๊ง
สำรวจในส่วนห้องบันทึกเสียงพักใหญ่ โดมพาเดินขึ้นไปสำรวจในส่วนรับรอง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของสตูดิโอ "จริงๆ ที่นี่จะมี 3 ชั้นครับ แต่ว่าตอนนี้ชั้น 3 ยังไม่เปิด ผมตั้งใจจะเปิดเป็นโรงเรียนสอนคลับดีเจ ตัวผมจะสอนด้วย แล้วก็มีเพื่อนๆ เพราะผมเองก็ชอบและทำงานด้านนี้มานาน ผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่ที่รักด้านนี้มีที่เรียน ไม่เหมือนผมสมัยก่อนต้องมั่วจนเป็น ด้วยความที่ไม่มีใครสอน"
คุยกันไปถึงชั้น 3 วกกลับมาที่ส่วนชั้น 2 ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วต่อ ชั้นนี้มีทั้งโต๊ะพูล มุมชงกาแฟที่มีอุปกรณ์ครบครันอย่างกับร้านกาแฟเลยเชียว ยังไม่หมด ยังมีทีวีจอใหญ่ให้นั่งร้องคาราโกเกะ มุมคลับดีเจให้สแครทช์แผ่นกันเล่นๆ อีกด้วย เรียกว่าแตกต่างจากสตูดิโอทั่วไปที่มีแต่ห้องบันทึกเสียงเท่านั้น
"ผมทำจากประสบการณ์ของผมที่ไปใช้ห้องอัดที่อื่นมามากมาย แล้วรู้สึกว่าน่าเบื่อ ยิ่งถ้าหากไม่ใช่นักดนตรีแล้ว ต้องไปนั่งรอก็จะยิ่งหน้าเบื่อ ทั้งหนาว ทั้งเงียบ คิดว่าน่าจะมีห้องอัดที่เหมือนบ้าน ทำเพลงเสร็จก็มานั่งรอ นั่งพัก ดูทีวี ร้องคาราโอเกะ เล่นพูล นอกจากนี้ยังมีระบบวงจรปิดให้ดูทุกมุมในสตูดิโอ และยังสามารถส่งไฟล์เสียงจากห้องอัดด้านล่างขึ้นมาให้ลูกค้าฟังงานที่ทำแล้วได้ทันที" โดมคุยไปพร้อมสาธิต แต่เมื่อถูกแซว ว่าหมดสตางค์ไปกี่บาท เจ้าตัวก็ได้แต่อมยิ้ม บอกสั้นๆ แค่ "ก็เยอะครับ"
ทันสมัยออกขนาดนี้ เมื่อกระเซ้าว่าแบบนี้ค่าเช่าต้องแพงหูฉี่แน่เลย หนุ่มโดมกล่าวทีเล่นทีจริง ว่า "ของถูกและดี ไม่มีนะ จริงปะ แต่ผมต้องบอกว่าสำหรับสตูดิโอของผมมันสมเหตุสมผล อย่างเครื่องไม้เครื่องมือ นี่เรียกว่าถ้าที่ไหนดี เมืองนอกเขามี ผมก็ต้องมี อยากให้มาดูก่อน เชื่อว่าถ้าได้มาเห็นก็ต้องรู้สึกว่าคุ้ม" เหอะๆๆ ฟังโดมเล่าซะเคลิ้มเลยยย...เวลาปาเข้าไปเนิ่นนาน เลยต้องขอตัวกลับ...บายจ้า
เรื่อง สิริรัตน์ พิทักษ์ทา
ภาพ วริศรา วุฒิกุล



