
"ปิงปอง" สลัดคราบ "เจ้าพ่อเพลงละคร" กระโดดซบ "โซนี่ฯ" ขอเป็นตัวเอง
ร้องเพลงประกอบละครของค่ายเอ็กแซ็กท์มานักต่อนัก จนได้ฉายาว่า "เจ้าพ่อเพลงละคร" ไปโดยปริยาย จนถึงวันที่ "ปิงปอง" ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ เกิดรู้สึกอิ่มตัว ขอโบกมือลาต้นสังกัดเดิม ออกไปทำงานเบื้องหลัง พร้อมกับการดูแลร้านอาหารของตัวเอง มาถึงวันนี้เขากลับมาอี
ปิงปอง เริ่มต้นเล่าให้ฟัง ว่าในช่วงที่หมดสัญญากับทางต้นสังกัดเอ็กแซ็กท์ เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว รู้สึกอิ่มตัวจึงหันไปทำงานเบื้องหลังวงการเพลง เรียบเรียงเพลง และดูแลร้านอาหารชื่อ ชูบีดูบาร์ รวมถึงคิดงานเพลงของตัวเองเก็บไว้ ร่วมกับ "ต่อ" กรกฏ เมฆยงค์ โปรดิวเซอร์
"เราทำเพลงกันมา 5-6 เพลง แต่พอคุยกันเราก็รู้ว่ามันไม่เหมาะกับเอ็กแซ็กท์เท่าไหร่ ผมเองก็เกรงใจคุณบอย(ถกลเกียรติ วีรวรรณ) เหมือนผมอยากทดลองทำงานในอีกแบบหนึ่ง แล้วเผอิญพี่ต่อ รู้จักกับพี่โป โปษยะนุกูล (หนึ่งในผู้คัดเลือกศิลปินค่ายโซนี่ มิวสิค) และคิดว่าเพลงของผมน่าจะเหมาะกับค่ายโซนี่ฯ เพราะโซนี่ฯ เองก็ไม่ใช่ค่ายอินดี้จ๋า แล้วก็ไม่ใช่ค่ายที่ทำเพลงกระแสตลาดเกินไป พอพี่โปได้ฟังเพลงก็ตอบตกลง"
นักร้องหนุ่มยังบอกด้วย ว่าระยะเวลาการทำงานค่อนข้างรวดเร็ว จากที่เริ่มนำเพลงมาให้ฟังเมื่อประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนปีที่แล้ว กระทั่งมาปล่อยซิงเกิ้ลแรกในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยตกลงเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดโซนี่ฯ 5 ปี ครอบคลุมการทำเพลงทั้งหมด 30 เพลง
ถามต่อว่าได้มีการบอกกล่าว "บอย" ถกลเกียรติ หรือไม่ ปิงปอง ยอมรับว่าภายหลังจากเซ็นสัญญายังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ก่อนหน้านั้นก็พูดคุยกันปกตินับถือเป็นพี่เป็นน้องกันเหมือนเดิม
เมื่อถามว่าแล้วงานเพลงที่บอกว่าเปลี่ยนไปจากเดิม และไม่เหมาะกับสังกัดเดิมนั้น เป็นอย่างไร ปิงปอง อธิบายว่า
"ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมาอาจจะยังไม่แตกต่างจากเดิมมาก คือเมื่อก่อนเพลงของผมอาจจะเป็นเพลงฟังแบบอีซี่ ลิสเซนนิ่ง เลย แต่ตอนนี้จะมีรายละเอียดดนตรีค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่ผมกับพี่ต่อเป็นมือกีตาร์ทั้งคู่ เลยสนุกกันมากเวลาทำงานด้วย ส่วนเรื่องเนื้อเพลงด้วยความที่ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือของพี่จิก (ประภาส ชลศรานนท์) วินทร์ เลียววาริณ เลยเอาความคิดบางอย่างที่ได้มาใส่ในเพลง เนื้อเพลงเลยมีอะไรให้คิดมากขึ้น เริ่มมีคำอุปมาอุปไมย แตกต่างจากเดิมที่จะเป็นเพลงเรียบง่าย สื่อสารได้ทันที
แต่หากพูดถึงภาพรวมของอัลบั้ม โดยรวมจะเป็นดนตรีหลายๆ แนว เน้นโซล ฟังก์ ดิสโก้ แจ๊ส ประมาณยุค 70 เหมือนเป็นแนวที่เป็นจุดที่จูนกันพอดีกับโปรดิวเซอร์ ผมชอบเพลงเก่าค่อนข้างเยอะ กีตาร์ก็จะชอบบลูส์ โปรดิวเซอร์ผมจะชอบเพลงยุคเก่าเหมือนกัน แต่เขาอาจจะเก่าน้อยกว่าผม แล้วบังเอิญมีศิลปินที่ชื่นชอบเหมือนกันอีก"
ก่อนหน้านี้หากนับถึงอัลบั้มเต็ม 5 ปีแล้วที่เขาเว้นช่วงห่างไป หากแต่ ปิงปอง บอกว่าถ้าในแง่การตลาดอาจจะดูเหมือนเขาหายไปนาน แต่หากเทียบความรู้สึกส่วนตัวของเขากลับรู้สึกกำลังดี เนื่องจากย้อนกลับไปวันที่ตัดสินใจไปทำงานเบื้องหลังเพราะรู้สึกว่าอิ่มตัว การทำงานอยู่ข้างหน้าไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว กระทั่งมาถึงวันนี้ที่กลับมาเพราะอยากกลับมาทำงานเบื้องหน้าอีกครั้ง
"ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากร้องเพลงละครแล้ว ผมแค่รู้สึกว่าเบื่อกับการทำงานที่มีกรอบอย่างอื่น อย่างการร้องเพลงประกอบละคร ถ้ามีคนมาถามผมว่าเป็นตัวเราไหม ผมก็ต้องบอกว่าเป็นแต่อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีเรื่องราวของละครเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ครั้งนี้ผมเลยอยากลองดูว่าถ้าเป็นเพลงเราเอง ผลออกมาจะเป็นอย่างไร ผมไม่ได้อคติ ถ้ามีเพลงประกอบละครเข้ามาให้ร้อง ผมก็ร้อง
จริงๆ แล้วผมแค่อยากลองพิสูจน์อะไรบางอย่าง แต่ผมก็ไม่ซีเรียสกับผลที่จะกลับมาหรอกนะ ผมเพียงอยากรู้ว่าถ้าผมสลัดภาพเพลงประกอบละครออกไปแล้ว คนรอบข้างจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หากชอบก็เป็นผลพลอยได้ ถ้าไม่ใช่ ไม่โดนก็เก็บข้อมูลกันต่อไปว่าทำไม เป็นเพราะไม่เป็นไร ผมว่าการมาทำเพลงครั้งนี้ไม่มีอะไรเสียหาย ถ้าได้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่มีอะไร น่าจะลองดูสักตั้ง"
หาฟังซิงเกิ้ลแรกของหนุ่มปิงปองได้ทางสถานีวิทยุ ส่วนอัลบั้มเต็มพ่อหนุ่มคาดว่าน่าจะประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้ได้ฟังกัน



