
พรมแดนของโลกมายา - ฝนตกตลอดเวลา
หนังสือนวนิยายไทยโดย ปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์ ไต้ฝุ่น จัดพิมพ์ครั้งที่ 3
ชายคนหนึ่งตื่นขึ้นในสภาพล่อนจ้อน ในห้องที่เขาไม่คุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้นเขาจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร เขารู้แต่เพียงว่าภายนอกเป็นโลกที่ดูเหมือนฝนจะตกอยู่ตลอดเวลา ชีวิตไร้มิติเร้นลับ พาเขาไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่งทุกวัน ทว่าอายุของเธอและสถานที่ที่พบเธอเปลี่ยนไปทุกครั้ง จนกระทั่งเขารู้สึกผูกพันกับเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น
นี่คือข้อความโปรยนำเรื่องในปกหลังของหนังสือเล่มนี้ ผมไม่ทันได้พลิกอ่านก่อนหยิบมันออกมา เพียงแต่สนใจรูปเล่มของปกหน้าที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน กับความอยากกระหายใคร่อ่านนิยายไทยสักเรื่อง ก็แค่นั้นเอง
ปฏิสัมพันธ์แรกของชายคนนั้น ณ ห้องหมายเลข 8 ของสมานภพโมเต็ล คือเสียงโทรทัศน์จากโอปอเรเตอร์บอกเวลาแก่เขาว่า เวลานี้คือเวลาที่ฝนตกตลอดเวลา แต่นั่นก็ใช่ว่ามันจะช่วยให้เขาเข้าใจว่ามันจะช่วยเจาะจงตำแหน่งเวลาในชีวิตของเขาได้ ก่อนหน้านั้นเขารับรู้แต่การมีอยู่ของสิ่งของ เช่น พัดลม บานหน้าต่าง พรม เฟอร์นิเจอร์ แต่ละสิ่งล้วนมีชื่อมียี่ห้อติดบอกอยู่ทั้งสิ้น จนกระทั่งเขาได้พบกับเด็กหญิงวัยประมาณ 9 ขวบคนหนึ่ง ทำให้เขารู้สึกมั่นใจถึงการมีอยู่ของสิ่งอื่น เขาพยายามเดินลงไปที่ล็อบบี้ แต่มันกลับเป็นดาดฟ้า ร่มเป็นวัตถุอุปกรณ์ที่เขาหยิบมาใช้ แต่มันก็มีลักษณะแปลกไปจากสิ่งของอื่น คือมันไม่มีชื่อผู้ผลิต ไม่มียี่ห้อ ไม่มีโลโก้
คนที่แนะนำตัวว่าเขาชื่อครูบอกเขาว่าเธอเดินลงไปที่ดาดฟ้า เหตุผลที่เขาออกมาข้างนอกเพื่อพบกับเด็กหญิงเสื้อสีฟ้าคนนั้น เมื่อเขาได้พบเธอ เขาได้ตระหนักว่ามีเพียง 2 สิ่งที่เขาไม่รู้จักและไม่เข้าใจ เด็กหญิงและตัวเขาเอง จนกระทั่งแม่ของเด็กเรียกชื่อของเธอว่า “นิ” เขาเรียนรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีชื่อ จึงจะถูกเรียกได้ จึงจะมีตัวตน ต่อมาก็รับรู้ว่าไม่มีใครเห็นหรือรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา การตื่นครั้งที่ 2 ของเขา ภาพของเด็กหญิงยืนตากฝนปรากฏบนจอโทรทัศน์อีกครั้ง ภาพขัดแย้งภายในครอบครัว โดยมีชายใส่สูท 2 คนทำหน้าที่วิเคราะห์ปัญหาชีวิตของเธอ ร่มมีความหมายและมีความสำคัญต่อเขา บานหน้าต่างที่เขามองออกไปภายนอก ความคิดคำนึงของเขาคือเด็กหญิงนิ ฝนตกตลอดเวลาเหมือนเดิม แต่ทำไมโลกภายนอกจึงเปลี่ยนไป ผ่านเข้าสู่เรื่องราวชีวิตเด็กหนุ่มสาวคู่หนึ่งผู้มากับรถคันสีขาว เขาเข้าไปนั่งในรถคันนั้นอย่างไร้ตัวตน รถคันนั้นแล่นไปทับเต่าตัวหนึ่ง เด็กนักเรียนหนุ่มอยากเรียนศิลปะ แต่เด็กสาว นิศา อยากเป็นนักเขียน ทัศนคติด้านลบที่เด็กหนุ่มแสดงออกต่อ “นักเขียน” อาจเป็นจิตใต้สำนึกของใครสักคนที่จงใจระบายออกผ่านตัวละคร
อีกเรื่องคือทัศนะความรักในมุมมิติปรัชญา
“นิศาชล” คนที่เขากำลังศึกษา ดูเหมือนนั่นคือหน้าที่ของเขาในสมานภพโมเต็ล เขารู้สึกดีที่เริ่มเข้าใจจุดมุ่งหมายของตัวเอง ในเมื่อมีหน้าที่และจุดมุ่งหมาย ย่อมแปลว่าเขามีที่มาที่ไป มีจุดกำเนิด ไม่ได้เป็นสิ่งที่ว่างเปล่าไร้เหตุผล ผู้อาศัยไปเรื่อยๆ อย่างเลื่อนลอย กับวันที่ฝนตกตลอดเวลา การได้เรียนรู้พฤติกรรมของผีเสื้อบินฝ่าพายุสายฝน เขานำมาเปรียบเทียบตัวเขากับเด็กสาวนิศาชล เธอผู้เป็นความหมายสำคัญในการมีตัวตนของเขา เขาเริ่มตั้งคำถามเปรียบเทียบระหว่างการตื่นของมนุษย์กับภูเขาไฟ ความเบื่อที่ต้องตกอยู่ในสภาพฝนตกตลอดเวลา นำมาซึ่งคำถามว่า “ทั้งหมด... เป็นความฝันหรือเปล่า” คนชื่อครูตอบว่า “ไม่ใช่ความฝัน แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอเรียกว่าความจริง” ภาพพายุฝนภายนอก สองแขนไขว้กันข้างหลังหลวมๆ จะเรียกว่าเป็นโรงเรียนก็ได้ เธอเป็นนักเรียนของที่นี่ แต่มันไม่เหมือนการเรียนแบบที่เธอรู้จัก “เรียนอะไร” “เรียนที่จะเข้าใจ”
คำตอบที่เขาค้นหามันอาจอยู่ในบทสุดท้ายที่คั่นด้วยหน้ากระดาษสีดำ จากงานเขียนของ นิศาชล
ชีวิตของฉัน (ในวันที่ฝนตกตลอดเวลา)
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



