
'เลือกที่จะไม่เต้นแร้งเต้นกา' วิธีคิดชีวิตคู่ของ 'นก' สินจัย
หากเอ่ยถึงนักแสดง ที่มีฝีมือระดับแถวหน้า เชื่อว่าชื่อของ "นก" สินจัย เปล่งพานิช ยังคงติดอันดับต้นๆ เพราะด้วยผลงานแต่ละเรื่องที่โดดเด่น ฝีมือการแสดงที่เฉียบคม ลงตัว ผสมผสานกับรางวัลจากเวทีต่างๆ ที่เธอคว้ามาได้นั้น ก็สามารถการันตีถึงคุณภาพในการแสดงของเธอได
และแทบไม่น่าเชื่อ ว่าทุกวันนี้เธอสร้างผลงานคุณภาพในแวดวงบันเทิงมาแล้วเกือบ 30 ปี เธอต้องพบเจอทั้งข่าวดีและข่าวแง่ลบ โดยเฉพาะข่าวคราวชีวิตครอบครัว ที่ทำให้เธอบั่นทอน ลองมาเปิดใจเธอกัน
งานในวงการบันเทิง
ตอนนี้งานค่อนข้างเยอะ
มันก็เยอะ ตอนนี้งานหลักถ่ายละคร "เหนือเมฆ" กำลังเร่งปิด แต่ที่มันเยอะ พอดีหนัง "Who Are You ใครในห้อง" ก็เข้า ก็เลยมีคิวโปรโมทค่อนข้างเยอะ แล้วก็ต้องซ้อมละครเวที "เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรก...ถึงวันลา" ด้วย ตอนนี้เวลามีเท่าไหร่ ก็ถูกใช้ไปหมด
กลับมาเล่นอีกครั้งกับละครเวที "เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรก...ถึงวันลา" จะมีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมไหม
คงไม่มีความแตกต่าง เพราะว่าเท่าที่ซ้อมไม่มีการเปลี่ยนบทอะไรทั้งสิ้น เพราะด้วยตัวบทมันสมบูรณ์ เท่าที่คุยกับพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ก็รู้สึกอย่างนั้นว่ามันดีแล้ว ลงตัวมาก เป็นการเอาสิ่งที่ทุกคนชอบ หรือสิ่งที่ใครไม่ได้ดูนำกลับมาให้ชมอีกครั้ง
ครั้งแรกได้กระแสตอบรับดี มาครั้งนี้ยิ่งทำให้เรากดดันไหม
ไม่ถึงขนาดนั้น ก็อยากทำให้มันดี แต่จะดีขึ้นหรือเปล่า ก็คงอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องดีเหมือนเดิม เท่าที่ซ้อมก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ช่วงแรกๆ ก็มีลืมไปบ้าง เพราะทิ้งไป 1 ปีเต็ม แต่เท่าที่ซ้อมไปบ้างก็ไม่มีอะไร ไม่ห่วงอะไรในเรื่องการแสดง โดยเฉพาะเรายิ่งซ้อม น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ค่อยมีคนเสนองานง่ายๆ ให้ ส่วนใหญ่จะมีแต่งานยากๆ
รู้สึกเหนื่อย...(หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกัน ที่ผ่านมามันเป็นแบบนั้นตลอด หมายถึงงานแต่ละอย่างเป็นงานที่เข้มข้น กลายเป็นเครื่องหมายการค้า ถ้างานยากๆ ก็นึกถึงเราก่อน ถามว่าเป็นเรื่องที่ดีไหม เป็นเรื่องที่ดีมาก สำหรับอาชีพ แล้วก็สำหรับการแสดงความสามารถ นกดีใจที่ยังมีงานดีๆ อยู่ สงสัยงานง่ายๆ คงไม่มี (หัวเราะ) มันเหมือนยากขึ้นเรื่อยๆ บางทีเราคิดว่าเอ๊ะ อันนี้ก็ยากแล้ว แต่เดี๋ยวจบอันนี้มันมาอีกแหละ เอ๊ะ...ทำไมไม่เคยมีงานง่ายๆ ให้สินจัยทำงานสบายๆ สักนิดๆ หน่อยๆ ส่วนใหญ่จะเฮ้ย...ถ้างานยากๆ ต้องให้สินจัย แล้วมันก็ทำงานหนักตลอด
แต่ถือว่าเป็นการฝึกฝีมือตัวเองหรือเปล่า
ถูก...ยิ่งงานยากเท่าไหร่ ทำให้เรายิ่งขวนขวาย ต้องหาวิธี ทำทุกอย่างให้งานสมบูรณ์ที่สุด ใครอาจจะมองว่านกอยู่มา 20 กว่าปีแล้ว อุ๊ย...สบาย มียากด้วยเหรอ ตื่นเต้นด้วยเหรอ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ คือทุกคนที่เริ่มงานใหม่ เหมือนเราเริ่มต้นใหม่ สำหรับนกจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ทำอะไรใหม่ๆ แล้วจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี นกรู้สึกว่างานทุกอย่างมันมีความยากง่ายของมันอยู่แล้ว ตราบใดที่เรายังกระตือรือร้นกับมัน นกว่านักแสดงควรจะมี ถ้าคิดว่าเดี๋ยวอ่านบทไปเรื่อยๆ แค่นั้น นั่นคือหมดไฟแล้วแหละ แต่เรายังไม่หมดไฟนะ แค่เหนื่อยล้านิดหน่อย (หัวเราะ)
ทำงานหนักมาตลอด ให้รางวัลกับชีวิตบ้างไหม
จริงๆ เวลาเสร็จงานแต่ละงาน นกถือว่านกได้รางวัลแล้ว เราพอใจกับมันมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าให้รางวัลกับตัวเอง คือพักผ่อน จะแพ็กกระเป๋าไปไหน นกมีจุดมุ่งหมายอย่างนั้นมากกว่า ถือเป็นการให้รางวัลคือได้พักเต็มที่ เพื่อทำงานชิ้นต่อไป
ชื่อเสียงและความโด่งดัง
อะไรที่ทำให้ทุกวันนี้มีทั้งชื่อเสียง และเงินทอง
นกว่ามีอะไรหลายอย่างประกอบกัน อาศัยว่าเราตั้งใจทำงาน รับผิดชอบงาน เลือกงานที่ดี ที่เราจะได้แสดงความสามารถ แล้วก็รักษาคุณภาพของงาน นกว่ามันเป็นมาตรฐานที่ทุกคนคงต้องมีอยู่แล้ว ถ้าอยากประสบความสำเร็จในอาชีพ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่โดยรอบของเราด้วย เราได้ผู้กำกับที่ดี ทีมงานที่ดี ได้บทที่ดี ทำให้งานเราสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ นกถือว่ามีทั้งดวง มีทั้งความสามารถรวมๆ กันอยู่ ทำให้เราดำเนินอยู่ได้ จริงๆ การรักษาคุณภาพมันทำได้ หลายคนจะบอกว่าการรักษามันยากกว่าที่จะทำมันขึ้นมา นกว่ามันก็ยากทั้งสองอย่าง บางคนทำแทบตายก็ไม่ได้ แต่บางคนยังไม่ทำอะไรเลย ก็ดังแล้ว
หลายคนยกให้ "นก" สินจัย เป็นตัวอย่างในการแสดง
ดีใจ อยู่มาขนาดนี้ ควรที่เราจะเป็นตัวอย่างที่ดี คืออยากเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการทำงาน ในเรื่องการเป็นนักแสดงที่ดี อยากให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำสิ่งที่ดีๆ มันได้ผลหลายๆ อย่าง ทั้งกับตัวเองด้วย กับงานที่เราทำด้วย บางคนจะมองแค่ว่าทำงานผ่านๆ ไป เดี๋ยวก็มีข่าว แล้วก็แต่งตัวสวยๆ ไปงาน มันไม่ใช่แค่นั้น นี่คืออาชีพ ตราบใดที่เราเคารพอาชีพ มันย่อมส่งผลที่ดีอยู่แล้ว
ถูกจับตามองทุกๆ เรื่อง
มันเป็นบางช่วงมากกว่า จุดประสงค์ไม่ได้ทำงานใหญ่โตกว่าใคร หรือเป็นที่หนึ่งเหนือใคร มันคงเป็นเส้นทางที่เดินมา 29 ปีแล้ว มันก็สมควรที่จะมีใครมามองเราบ้าง ว่าเออ...อยู่มานาน อยู่ยังไง นกไม่พยายามเอามากดดันตัวเอง ถามว่ามีความรู้สึกไหม ก็มีนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่มีเอามาเป็นมาตรฐาน
ชีวิตรักและครอบครัว
อึดอัดไหมถูกจับตามองเรื่องชีวิตส่วนตัว เรื่องครอบครัว
มันก็มีบ้าง ที่เอ...ชักเยอะ เอาอีกแล้วเหรอ แต่มันก็ผ่านไป มันก็มีแบบนี้ทุกปี แต่อย่างที่ผ่านมามันจะหนักหน่วงหน่อย แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ปีนี้ก็คอยรับมือกับอะไรๆ ที่มันจะเกิดขึ้นดีกว่า ปีนี้อาจจะสบาย ราบเรียบก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่ไม่เป็นไร นกไม่ตื่นเต้น อย่างที่บอกว่ามันเป็นกติกาของวงการ ตราบใดที่เรายังอยู่ตรงนี้ ก็ยังมีอะไรให้ทำ ใช้ชีวิตกันไป
ที่ผ่านมาเจอข่าวเรื่องครอบครัวค่อนข้างเยอะ ก้าวผ่านตรงนั้นมาได้อย่างไร
เราไม่ตอบโต้ ไม่เต้นแร้งเต้นกากับข่าวที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ตามอ่านอะไรอยู่แล้ว ตราบใดที่เราไม่เอาเรื่องมาใส่ตัว ทำให้เกิดอารมณ์ เกิดความรู้สึก นกว่าเราผ่านไปง่ายกว่า นกอาศัยลูกนิ่ง ความจริงเป็นยังไงเรารู้ เราบอกตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องบอกใคร
ข่าวต่างๆ ทำให้บั่นทอนกับชีวิตครอบครัวไหม
ไม่ถึงกับบั่นทอน เราเข้าใจที่จะอยู่และรับมือกับมัน พี่นกชาย (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) กับนก ไม่เคยเอามาตีกันเองในบ้าน เพราะเรื่องข่าว แต่เรื่องที่เราแคร์ที่สุดคือลูกมากกว่า เราไม่รู้ว่าเขาได้ยินอะไรมา หรือมีคนมาถามอะไร นกจำได้ว่าแรกๆ ที่เริ่มมีข่าว น้องกัน (สิทธิโชค เปล่งพานิช) เริ่มโตขึ้น ลูกๆ โตขึ้น นกก็จะคุยกับเขาว่าวงการเป็นแบบไหน ข่าวสารแบบนี้เกิดขึ้นจากอะไร พ่อกับแม่เป็นนักแสดงทั้งคู่ ต้องเจอแบบนี้มาทั้งชีวิต เมื่อเขาโต เขาก็เหมือนคนในวงการนี้ไปแล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะมีข่าว หรือถูกเขียนถึง เพราะฉะนั้นจะรับมือยังไง นกก็บอกวิธีรับมือของนกก่อน ว่าแม่จะนิ่ง แม่จะไม่พูด จะไม่ตามอ่านข่าว
ล่าสุดควง "นก"ฉัตรชัย ไปออกรายการ "ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์" กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
กระแสก็ดีเหมือนกัน คนยังติดตาม คนสนใจ เขาตัดโปรโมทดีมั้ง นกกับพี่นกชายไม่ออกรายการทีวีมา 20 กว่าปี ตั้งแต่มีน้องกันใหม่ๆ เขาตื๊อด้วย เราก็เออๆ ออกบ้างก็ได้ เพราะเป็นเกมที่สนุก ก็น่ารักดี
เกิดอะไรขึ้นตอนที่ร้องไห้
คือรายการให้พูดความในใจกัน ให้พูดเรื่องที่ดี เรื่องที่ซาบซึ้ง พูดได้หมด แต่พี่นกชายเลือกพูดจี้จุดมาว่าเราวัยทองออกอากาศ สงสัยตอนนั้นนกจะร้องด้วยความโกรธมากกว่า (หัวเราะ) แต่โกรธไม่ได้ เพราะออกอากาศอยู่ (หัวเราะ) คือก็ตกใจ เพราะปกติเขาไม่พูด เขาบอกว่าไม่กล้าพูด กลัวเราโกรธ พูดไปก็ไม่รู้ว่าเราคิดยังไง เพราะเวลาพูดอะไร นกจะนิ่ง ไม่มีปฏิกิริยา วันนั้นเขาก็เลยเลือกพูดดีกว่า นกว่าก็ดี บางเรื่องถ้าเราพูดสองคนอาจจะแรงก็ได้ แต่ถ้ามีคนกลาง มีคนอื่นอยู่ด้วย มันก็อาจจะเบาลงก็ได้ แต่ก็ทำให้เราฉุกคิด ว่าเราคงทำอย่างนั้นจริงๆ คือเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เราก็ย้อนมาดูตัวเองบ้าง
ชีวิตคู่ ณ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ใช้ชีวิตกับพี่นกชายมา 22 ปีแล้ว ก็มีขึ้นๆ ลงๆ ตามกราฟ เราก็ไม่ได้เพอร์เฟกท์ ทุกๆ อย่างก็เรียนรู้กันไป มีโกรธ มีทะเลาะ โตแล้ว จะเหลือกันแค่สองคน เพราะลูกคนหนึ่งทำงานแล้ว อีกสองคนก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องรับส่งเหมือนตอนลูกเล็กๆ ไม่ค่อยมีแล้ว มันเหมือนเป็นเพื่อนกันมากขึ้น คุยกันเรื่องงาน เรื่องลูกบ้าง
มีวิธีประคับประคองความรักอย่างไร
เราเก็บรายละเอียดทุกอย่างไม่ได้ แล้วเอามาเป็นทุกข์กับตัวเองมันไม่ได้ เลือกให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิต เราจะดูแลอะไรกันแค่ไหน นกกับพี่นกชายเราไม่ได้มีสัญญา ว่าจะรักกันนิรันดร์ ผิดถูกเราก็เรียนรู้ซึ่งกันและกันไป ที่สำคัญเราให้เกียรติกัน เคารพซึ่งกันและกัน เราไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลา เรามีช่องว่าง คือให้แต่ละคนมีชีวิตของตัวเอง ไปเที่ยวกับเพื่อน ทำอะไรได้ โดยที่ไม่ต้องบอกกันตลอดเวลา ช่วงแรกๆ อาจจะยาก เพราะคนอาจจะคาดหวังว่าที่หนึ่งฉันต้องรู้ทุกอย่าง นกก็เป็น มีอารมณ์รู้สึกอย่างนั้น แต่ตอนนี้การมีพื้นที่ ก็ทำให้เราเชื่อใจกันโดยอัตโนมัติ นกว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตคู่ อยู่ที่ว่าใครทำได้แค่ไหน
สามีภรรยาต้องมีลิ้นกับฟันกระทบกัน
โอ๊ย...ธรรมดามาก ถึงเพดานปากเลย ไม่ต้องเป็นลิ้นกับฟัน (หัวเราะ) มันมีทุกรูปแบบ แล้วแต่ใคร ไม่แน่เรื่องเล็กๆ ของบางคู่ อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของเรา มันไม่มีสูตรตายตัว เพียงแต่มันจะมีกราฟคล้ายๆ กัน คือทุกคนเริ่มต้นที่เรียนรู้จากใช้ชีวิต จากสองคน ไปสามหรือสี่คน ไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่มีเลวร้าย หรือไม่มีดีที่สุด ไม่มีใครเพอร์เฟกท์หรอก
เคยทะเลาะกันถึงขั้นจะเลิกกันไหม
มี...ช่วงแรกๆ ก็เอะอะเก็บของกลับบ้านตลอด เพราะเราคาดหวัง แต่อยู่กันไปนานๆ เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ค่อยๆ ปล่อย ปรี๊ดไปก็ไม่มีประโยชน์ บางทีการทะเลาะกันมันก็มีประโยชน์ มันเหมือนเราได้พูดในสิ่งที่เราไม่เคยพูดมาก่อน หรือว่าเราได้เห็นความคิดของอีกฝ่าย บางทีเราได้เห็นอะไรที่กว้างขึ้น
ทะเลาะกันคืนดีเลยไหม
คู่นกใช้เวลาหน่อย อุ๊ย...บางคู่เขาไม่ทะเลาะข้ามคืนนะ แต่คู่พี่นกข้ามปียังมีเลย (หัวเราะ) ข้ามอาทิตย์ ข้ามเดือน คือต่างคนต่างรู้ ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะพูด อย่าเพิ่งดีกว่า ถ้านกปรี๊ด พี่นกชายก็นิ่งๆ ไป แล้วค่อยหาวิธีที่เข้ามาหาได้ ส่วนใหญ่พี่นกชายก็จะง้อ (หัวเราะ) ถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เรายินดีที่ขอโทษ แต่ส่วนใหญ่เราทำให้เขาโกรธตลอด (หัวเราะ)
นี่แหละ "นก" สินจัย
เรื่อง... "เพ็ญนภา ดำเล็ก"



