บันเทิง

กมธ.สื่อสารฯได้ข้อสรุปอสมทต่อสัญญาช่อง3แล้ว

กมธ.สื่อสารฯได้ข้อสรุปอสมทต่อสัญญาช่อง3แล้ว

24 ก.พ. 2553

“กมธ.การสื่อสารและโทรคมนาคม” ได้ข้อสรุป ต่อสัญญาช่อง 3 แล้ว ข้องใจ อสมท.เร่งเกินเหตุ-จี้ยกเลิกสัญญาให้ประกอบการเอง

(24ก.พ.) ที่รัฐสภา นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ โฆษกคณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สัปดาห์หน้าคณะกรรมาธิการจะเชิญผู้บริหารบริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) และผู้บริหารบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ (ช่อง 3) มารับฟังข้อสรุปการศึกษาของกมธ.ในประเด็นการต่อสัญญาช่อง 3 ที่จะมีขึ้นภายในวันที่ 25 มี.ค.นี้

 อย่างไรก็ตาม กมธ.ได้ส่งข้อสรุปไปให้นายกฯ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อสมท และช่อง 3 ในวันนี้แล้ว ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดจึงรีบร้อนที่จะต่อสัญญา ทั้งๆที่ตามเงื่อนไขสัญญาจะต้องคืนกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ในการดำเนินการของบริษัทให้ครบก่อนวันที่ 25 มี.ค.ก่อน แค่ทราบ อสมท  ได้ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์ในเรื่องการยื่นข้อเสนอไปถึงบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ว่าหากมีการต่อสัญญา จะต้องเพิ่มเงินให้ อสมท อีก 405 ล้านบาท ถือว่าเป็นการให้ผลประโยชน์เพิ่มเติม แต่หากมีการทบทวนสัญญาจะมีรายได้เพิ่มมากกว่านี้อีก

 นายฮอชาลี กล่าวอีกว่า แทนที่ช่อง 3 จะนำทรัพย์สิน เครื่องมืออุปกรณ์ ให้อสมท.แต่กลับยกไปให้บริษัทใหม่ของบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ โดยไม่แจ้งให้อสมท.ทราบ และบีอีซีเวิลด์จำกัด(มหาชน)เดิมเป็นผู้ประกอบการของช่อง 3 แต่บริษัทที่ต่อสัญญา กับ อสมท คือบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ถือว่าเป็นการผิดสัญญา ซึ่งบริษัทบางกอกฯจะให้บริษัทอื่นเข้ามาดำเนินการเองไม่ได้ ดังนั้นกมธ.จึงเสนอว่า ไม่ควรให้สัญญาร่วมระหว่าง อสมท และช่อง 3 มีผลโดยอัตโนมัติในวันที่ 25 มี.ค. โดย อสมท ต้องยกเลิกสัญญาทั้งหมดกับช่อง 3 แล้วให้เป็นผู้ดำเนินกิจการช่อง 3 เองแล้วหาผู้ประกอบรายใหม่เข้ามาแทน การที่จะให้ช่อง 3 ออกอากาศต่อไปอีก 10 ปี จะต้องพิจารณาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยเอกชนเข้าร่วมงานในกิจการของรัฐ เนื่องจากจะต้องมีมูลค่าการลงทุน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งอสมท.สามารถทบทวนเสนอค่าตอบแทนใหม่ได้และตรงไหนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายต้องส่งให้กฤษฎีกาวินิจฉัย