บันเทิง

Little Big Soldier

Little Big Soldier

25 ก.พ. 2553

นักแสดงรุ่นใหญ่หรืออาจกล่าวได้ว่า เขาคือนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในโลกภาพยนตร์ อาจจะกำลังมองหาที่ทางของตัวเองในวัยใกล้เกษียณ เมื่อเร็วๆ นี้เราคงจะได้ข่าวว่า ‘เฉินหลง’ หรือ ‘แจ๊คกี้ ชาน’ เพิ่งเปิดตัวโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ของเขาในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประช

 ก่อนหน้านี้ ‘เฉินหลง’ มีกิจการของตัวเองมากมาย ทั้งร้านอาหาร สถานออกกำลังกาย ฯลฯ  และสำหรับงานแสดงแล้ว ผลงานในช่วงหลังๆ ดูเหมือนว่า ‘เฉินหลง’ กำลังพยายามเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากดารานักบู๊ไปสู่การเป็นนักแสดงขายฝีมือมากขึ้น (เหตุผลหนึ่งน่าจะเป็นเพราะสังขารที่ร่วงโรย ไม่อาจเล่นฉากบู๊โลดโผนโจนทะยานได้แคล่วคล่องเหมือนเมื่อก่อน)

 เราเห็น ‘เฉินหลง’ หันมาให้ความสำคัญกับการแสดงบทดราม่าหนักๆ มาบ้างแล้วในหนังอย่าง “วิ่งสู้ฟัด 5”(New Police Story) “ดาบทะลุฟ้า ฟัดทะลุเวลา” (The Myth) หรือกระทั่งหนังแอ็ดชั่นดราม่าจัดๆ ที่เขาแทบจะไม่ได้แสดงความสามารถด้านการต่อสู้เลยในเรื่อง “ใหญ่แค้นเดือด” (Shinjuku Incident) และถึงแม้ ‘เฉินหลง’ จะมีบทบาทในหนังอีกหลายสิบเรื่องมากกว่าแค่แสดงนำ ทั้งในฐานะผู้อำนวยการสร้าง โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับ แต่ก็แทบไม่มีเรื่องไหนที่จะมีเนื้อหาโดดเด่นน่าสนใจ มากไปกว่าการโชว์ลีลาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของเขา

 การพยายามให้คุณค่า และเพิ่มมุมมองทางศิลปะภาพยนตร์มากกว่าเป็นแค่ความบันเทิง ดูจะเป็นอีกหนึ่งมิติการทำงานที่เฉินหลงให้ความสำคัญมากขึ้น แม้หนังหลายเรื่องในช่วงหลัง จะไม่ประสบความสำเร็จถล่มทลาย แต่ถ้ามองถึงเนื้อหาภายใน ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ทั้ง “New Police Story” และ “The Myth” รวมถึงบางเรื่องจะลงเอยด้วยความล้มเหลวด้านรายได้เช่นที่เกิดกับ “Shinjuku Incident” แต่ทว่าตัวหนังเองก็ได้รับยกย่องในฐานะงานดราม่าชั้นดี ที่สะท้อนให้เห็นภาวะการต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอดและความรักในพวกพ้องของคนจีนแม้จะอยู่ต่างแผ่นดินเกิด ผ่านเรื่องราวของแก๊งอาชญากร จนมาถึงผลงานล่าสุด “Little Big Soldier” ที่เฉินหลงเข้าไปมีส่วนร่วมทั้งในฐานะผู้อำนวยการสร้าง คนเขียนบทและร่วมแสดงนำ ซึ่งดูเหมือนว่าบทเรียนจากเรื่องที่แล้ว ทำให้เขาต้องหันมาเล่าเรื่องด้วยลีลาที่ผ่อนคลายลง หากแต่เน้นย้ำด้วยประเด็นทางสังคมอย่างหนักแน่นและจริงจังเหมือนเดิม

 เรื่องราวในหนังสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นใน ยุคจ้านกว๋อ หรือ เลียดก๊ก พ.ศ. 68 - 322 เป็นยุคที่แผ่นดินจีนแบ่งแยกออกเป็น 7 แคว้นใหญ่ และต่างก็มุ่งรบพุ่งทำสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน ก่อนที่ ‘ฉินอ๋อง’ แห่งแคว้นฉิน จะรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 323 และสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิองค์แรกในนาม ‘จิ๋นซีฮ่องเต้’ (หนังของเฉินหลงอีกเรื่องที่มีเนื้อหาเกิดขึ้นในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับยุคจักรพรรดิจิ๋นซีคือ “The Myth” ที่แม้ไม่บอกตรงๆ แต่การพูดความลึกลับของสุสานจักรพรรดิ ก็น่าจะเป็นที่รู้จักของผู้สนใจประวัติศาสตร์จีนเป็นอย่างดี)

 “Little Big Soldier” เล่าถึงพลทหารเดินเท้าแห่งแคว้นเหลียง จับตัวแม่ทัพหนุ่มของแคว้นเว่ย ที่บาดเจ็บในระหว่างสู้รบ และคุมตัวกลับมายังแผ่นดินเกิดเพื่อหวังเงินรางวัลค่าหัวจากการจับกุมตัวศัตรู มาใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำเรือกสวนไร่นาหลังปลดประจำการ แต่ในระหว่างเดินทาง ทั้งคู่กลับพบเจอเรื่องราวมากมาย ทั้งหัวขโมยสาว กลุ่มโจรป่า ทหารแตกทัพ และมือสังหารที่ตามไล่ล่าหมายเอาชีวิต...

 แม้หนังจะเดินตามสูตรสำเร็จในแนวทางของเฉินหลงเหมือนหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์เอาล่อเอาเถิด ที่นอกจากออกแบบไว้เพื่อโชว์ศิลปะการต่อสู้แล้ว ยังผสานเอามุกตลกสารพันล้อเรียนคู่ขนานกันไปในแต่ละฉาก แต่ใช่ว่าหนังจะเดินดุ่มๆ ไปในทางถนัดแบบบู๊ตลกของเฉินหลงเท่านั้น หากแต่หลายๆ ฉากยังสะท้อนให้เห็นความมืดดำในจิตใจผู้คนที่ต้องดิ้นรนแก่งแย่งเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวยามที่บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะสงคราม ทั้งการสร้างตัวละครนางโชว์ในวัง ที่เบื้องหลังคือหัวขโมย, โจรป่าที่คอยปล้นสะดมและกวาดต้อนผู้คนที่กำลังทุกข์ยากจากภัยสงคราม หรือเหล่าทหารเอกพร้อมองค์ชายที่ฉวยโอกาสในการออกศึก ไล่ล่ารัชทายาทหวังปลิดชีพเพื่อขึ้นครองบัลลังก์แทน

 เหตุการณ์เหล่านี้เล่าคู่ขนานไปกับความสัมพันธ์ของพลทหารแก่กับแม่ทัพหนุ่ม ที่ฝ่ายหลังแม้บาดเจ็บแต่ก็พยายามหนี ส่วนฝ่ายแรกแม้ไร้ฝีมือทางยุทธ์แต่ก็มักฉกฉวยโอกาส และเล่ห์กล ตามจับแม่ทัพกลับมาได้ทุกครั้ง แม้สไตล์หนังดูจะออกไปในทางทีเล่นทีจริง แต่เมื่อต้องการสะกิดประเด็นใหญ่ๆ ก็เล่นเอาสะเทือนใจไปได้เหมือนกัน

 ความพยายามของเฉินหลงที่จะเติมสาระลงไปบนความสนุกสนาน หรือสอดแทรกแง่คิดลงไปในหนังโดยไม่ยัดเยียดหรือให้รู้สึกประดักประเดิด ค่อนข้างจะกลมกล่อมลงตัวเลยทีเดียวสำหรับ “Little Big Soldier” เรื่องนี้ เราเห็นเฉินหลงละเมียดละไมในตัวหนัง ตั้งแต่การเขียนบท ทั้งการกำหนดตัวละคร ด้วยการสร้างคาแรกเตอร์ให้พลทหารสูงวัยเป็นคนรักในสันติผ่านเสียงเพลงที่มักร้องให้แม่ทัพหนุ่มฟัง การพร่ำพูดถึงความฝันชีวิตเกษตรกร มีความสุขกับงานหว่านไถ เพาะกล้า เลี้ยงสัตว์ ในขณะที่แม่ทัพหนุ่ม การทำศึกสงครามของเขา ก็เพื่อแสวงหาสันติ ปราบคนพาล อภิบาลคนดี...

 ทั้งสองต่างตกเป็นเหยื่อสงคราม และตั้งความหวังหลังการสู้รบปรบมือต่างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าแม่ทัพหรือพลทหาร ทั้งคู่ต่างฝันถึงชีวิตสันติสุข สถานการณ์มากมายที่ชวนให้เกิดเรื่องราวตลกโปกฮากับคนทั้งสอง มองเผินๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ แต่บทลงท้ายของหนังเรื่องนี้ เฉินหลงเองก็พยายามจะบ่งชี้ให้เห็นถึงความไร้สาระของสงครามเช่นกัน

ชื่อเรื่อง : Little Big Soldier ใหญ่พลิกแผ่นดินฟัด
ผู้เขียนบท : เฉินหลง
ผู้กำกับ : ติงเซิง
นักแสดง : เฉินหลง, วัง ลี ฮอม
เรตภาพยนตร์  : น. 15+ ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 18 กุมภาพันธ์ 2553

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"