บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - บอลไทย !?

มองผ่านเลนส์คม - บอลไทย !?

25 ก.พ. 2553

หลายวันมานี้ ภาพข่าวแฟนบอลสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี ก่อเหตุทำร้ายแฟนบอลเมืองทองฯ ถูกรีเพลย์ซ้ำแล้วซ้ำอีก

  แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะคำว่า "ฮูลิแกน" หรือแฟนบอลอันธพาลในเมืองนอกมีมานานแล้ว ถึงขนาดผู้จัดต้องทำกรงขังชั่วคราว ไว้กันคนเลือดร้อนด้วยซ้ำ 

 แต่ที่ไม่อยากเชื่อ เพราะว่า "เหตุ" ที่เกิดขึ้น ไม่น่าถึงขั้นทำให้ "คนขอบสนาม" ทำร้ายกันได้อย่างป่าเถื่อนเช่นนี้

 มอตโต้ที่ว่า "กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ" คำโตที่น่าจะส่งเสริมให้คนทั้งประเทศหันมาเห็นคุณค่าและความสำคัญกันอย่างเต็มที่

 ภาพรวมก่อนหน้านี้ก็เห็นถึงพัฒนาการนั้นอย่างมีสเต็ป
 ภาครัฐให้การส่งเสริม และอัดฉีดเงินสนับสนุนมากขึ้น ประชาชนเองก็ให้ความสนใจ ภาพที่พ่อแม่จูงลูกจูงหลาน วัยรุ่นพาอาม่าอาอึ้มเข้ามาดูกันอย่างสนุกและมีความสุข

 แต่เหตุการณ์เลวร้ายในเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ดับฝันและหมดศรัทธาจริงๆ
 นึกว่ากำลังนั่งดูบอลประเทศอื่น...
 นับตั้งแต่ท่าทีของ "ผู้ใหญ่" ของทีมที่เก็บอาการไม่อยู่ หลังถูกกรรมการฝรั่งตอบโต้ (บางคนว่าให้ของลับ)

 อาการของแฟนบอลที่เริ่มจุดพลุไฟ โยนขวดน้ำ พังกำแพงกั้น เพื่อทำร้ายแฟนบอลอีกฝั่ง

 ในภาพข่าวเห็นการไล่ล่า ทุบ ต่อย เตะ กระโดดถีบ กระทืบ ยกเก้าอี้ฟาด ที่อนาถใจคือเห็นเด็กวัยไม่เกิน 15 ปี เขวี้ยงขวดน้ำซัดใส่ชายที่ถูกรุมอย่างสะใจ ทั้งที่ไม่มีการตอบโต้แต่อย่างใด

 ผู้หญิง เด็ก คนแก่ ที่ไม่รู้จะหลบยังไง นอกจากหนีไปให้พ้นๆ จากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด บางคน "หนีตาย" โดยยอมกระโดดจากชั้นอัศจรรย์ที่สูง เพื่อให้พ้นจากการถูกทำร้าย

 อยากจะฝากไปถึงผู้ดูแลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ที่ไม่ได้เตรียมการที่ดี... เจ้าหน้าที่ 1 คน ต่อคนจำนวน 500 คน มันไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย ครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญทีเดียว

 ที่สำคัญกว่านั้น ต้องมองไปที่คนทำจิตใจเป็นยังไง ถึงได้ทำร้ายคนไทยด้วยกันได้ขนาดนี้

 ดูกีฬาทำไม (บางคน) ต้องพกมีด เอาเหล้า เข้าไปด้วย 
 มีคนบอกว่า การเมืองเป็นยังไง พลเมืองในชาติก็เป็นอย่างนั้น คงจะมีส่วนจริง
 แม้กายภาพยังไม่มีอะไรผิดปกติ แต่อุณหภูมิหัวใจคนเราตอนนี้ขึ้นสูงปรี๊ด
 ความกดดันลึกๆ ในใจคนตอนนี้เก็บกดและขาดความสุข นั่นอาจเป็นแรงผลักให้แสดงอะไรออกมา 

 ก่อนหน้านี้ หลายคนขยาดที่จะพาครอบครัวไปดูคอนเสิร์ตเพื่อชีวิต เพราะว่าวัยรุ่นชอบตีกัน

 แต่เดี๋ยวนี้ แม้จะดูกีฬาก็ยังต้องกลัว เพราะไม่รู้เลยว่าจะโดนลูกหลงอะไรบ้าง 
 ท่าทีผู้ใหญ่ในการแถลงข่าวและคำพูดของคนลงมือทำร้าย กลับทำให้มองเห็นอีกภาพหนึ่ง 

 เราเคยคิดว่า กีฬาเป็นเรื่องของ "ลูกผู้ชาย"
 แต่วันนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่ว่า กีฬาเป็นแค่เรื่องของ "ผู้ชาย" เท่านั้น

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"