บันเทิง

"เสกสรรค์ ประเสริฐกุล"
บนทางของศิลปิน

"เสกสรรค์ ประเสริฐกุล" บนทางของศิลปิน

24 ก.พ. 2553

ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ได้สร้างสิ่งใดไว้บนดาวดวงนี้

 คำตอบอาจมีมากกว่าหนึ่งข้อ ขึ้นอยู่กับเจ้าของคำตอบจะมองเห็นมุมไหน
 ศิลปะน่าจะเป็นหนึ่งคำตอบของคำถามนั้น
 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คนกลุ่มหนึ่งในนามสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้ประเมินคุณค่าการงานของศิลปินหลายสาขา ก่อนจะประกาศให้ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2552

 หากถามว่าต้นทุนในงานศิลปะของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล คืออะไร บาดแผลในชีวิตน่าจะถูกนับรวมในบัญชีรายจ่ายลำดับต้นๆ เมื่อสรุปผลประกอบการระยะยาว - หลายทศวรรษ

 บาดแผลที่ใช้จ่ายก็ค่อยๆ คืนทุนกลับมาในรูปของ ‘ภาวะคลี่คลาย’
 ศ.ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ แห่งภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยวิเคราะห์ลักษณะถ้อยคำที่ใช้ในงานเขียนยุคหลังของเขาไว้ว่า

 “เป็นถ้อยคำที่ไม่ได้เล่นลีลาเพียงวรรณศิลป์เท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนผ่านลักษณะงานของความเป็น ‘นักสู้’ สู่ลักษณะงานเขียนของ ‘นักปรัชญา’ อันอาจเป็นผลมาจากการตื่นตระหนักในความจริง หลังจากเชี่ยวกรำและโบยตีตัวเองด้วยความทุกข์มาเนิ่นนาน”

 นอกจากลักษณะงานเขียนแบบนักปรัชญาแล้ว งานเขียนในยุคหลังของเขาได้เริ่มทำลายเส้นแบ่งประเภทของงานเขียนคล้ายยางลบทำลายเส้นแบ่งบรรทัดของกฎเกณฑ์ อย่างในงานเขียนชุด ‘บุตรธิดาแห่งดวงดาว’

 เธอมิอาจฆ่าผีเสื้อโดยไม่ทำร้ายทุ่งบุปผา และทุกครั้งที่เธอป้อนปันให้นกกา เธอย่อมอวยพรให้ป่าดง...
 ชีวิตอื่น ชีวิตเรา…
 ชีวิตเขา ชีวิตเธอ…
 ชีวิตเดียว
 มากกว่า 3 ทศวรรษ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผลิตงานเขียนหลายรูปแบบ เรื่องสั้น สารคดี บันทึก ความเรียง บทความ บทปาฐกถา บทวิจารณ์วรรณกรรม กวีนิพนธ์ งานเขียนในแต่ละยุคได้ผันเปลี่ยนไปตามประสบการณ์ที่เพิ่มพูนและมุมมองที่เปลี่ยนแปลง

 นอกจากดอกไม้ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในสายลมยังมีก้อนอิฐลอยเข้ามา
 มีนักอ่านงานของเสกสรรค์หลายรายเรียกร้องและรอคอยว่าเมื่อไหร่ ชื่อ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จะปรากฏบนปกหนังสือนวนิยายของเขา เช่นเดียวกับผู้คนจำนวนหนึ่งในสังคมออนไลน์ที่ตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ไม่ได้ผลิตงานเขียนประเภทนวนิยาย จะทำให้การจัดประเภทหรือการประเมินค่า ‘ก้ำกึ่ง’ หรือไม่

 สำหรับคนกลุ่มแรก คำตอบอาจจะอยู่ในเวลาที่รออยู่ข้างหน้า
 สำหรับคนกลุ่มหลัง คำตอบอาจจะอยู่ในหนังสือทุกเล่มที่ผ่านมา
 ศิลปินน่าจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบ หากมีใครถาม ชายอายุประมาณหกสิบ ไว้หนวดปรกริมฝีปากและผมยาวรวบด้านหลัง รูปร่างสูงใหญ่ท่าทางนักเลงโบราณผู้นี้ ได้ถูกผู้คนบนดวงดาวแห่งนี้จารึกไว้ว่าเป็นใคร คำตอบอาจมีมากกว่าหนึ่งข้อ ขึ้นอยู่กับเจ้าของคำตอบจะมองเห็นมุมไหน

 หลังจากเกษียณอายุราชการเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ให้สัมภาษณ์ในเดือนถัดมาต่อคำถามที่พยายามหาเหตุผลว่า เหตุใดเขาจึงไม่ได้คิดวางแผนดูแลชีวิตในทางรูปธรรมหลังหมดอายุราชการ

 เสกสรรค์อธิบายในทำนองว่า สถานะต่างๆ อาทิ ผู้นำนักศึกษา นักรบในป่า นักเขียน อาจารย์ นักวิชาการ เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเท่านั้น สำหรับเขาจึงไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสำคัญเท่ากับการที่ได้เติบโตด้านในหรือไม่

 “...เราแค่อาศัยการเป็นนั่นเป็นนี่ตามระบบสังคมมาเป็นบทเรียนให้ความกระจ่างแจ้งในเรื่องของชีวิต...”

 แต่ใช่ว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์หรือสถานะต่างๆ ผ่านเข้ามาแล้วผ่านออกไปโดยไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ เขายืนยันว่า เราย่อมต้องเห็นความดีงามและเทใจให้แก่มันอย่างแท้จริง “แต่ก็ไม่ควรยึดติด เพราะมันจะกลายเป็นความทุกข์...” เขาว่า

 “...ที่ผ่านมาผมคิดว่าเราถูกอบรมให้มองโลกจากเงื่อนไขภายนอกมากเกินไป กล่าวคือ หนึ่ง มองการดำรงอยู่ของตนจากฐานะภายนอก สอง มองเรื่องผลประโยชน์ของตนเป็นหลัก และสาม ยึดมั่นถือมั่นในทุกอย่างที่คิดว่าเป็นของตน ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ร้อนรุ่มและขัดแย้งกับความจริง อย่างไรก็ดี เป็นเวลาอย่างน้อยๆ ก็ 10 ปีมาแล้วที่ผมไม่ได้คิดอะไรแบบนี้เลย”

 คำอธิบายเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล บอกว่า เมื่อเทียบขนาดกันแล้ว การเกษียณอายุราชการเป็นเรื่องเล็กน้อยหากนำมาเทียบเคียงกับการเตรียมตัวตาย

 ไม่ว่าจะเต็มใจเรียกเขาว่าศิลปินแห่งชาติหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะตีเส้นแบ่งงานเขียนบางชิ้นของเขาว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ นวนิยายก็ตาม แต่งานเขียนกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้คนรุ่นหลังเห็นว่า ชายคนหนึ่งที่อายุ 60 ปี เคยผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ เคยเข้าป่าจับปืนเป็นนักรบ มีทั้งคนบูชาและดักชกหน้า เคยเป็นคนพ่ายแพ้แบกโลก เคยก่นด่าทั้งตัวเองและผู้อื่น เคยถูกวิจารณ์ถึงจุดยืนหรืออุดมการณ์ที่แผ่วหาย ทั้งได้รับการสรรเสริญและนินทาว่าร้าย

 เขาไม่เคยละวางการตั้งคำถามกับตัวเอง เลยเถิดถึงขนาดก่นด่าและวิวาทกับตัวเอง
 ตลอดอายุงานที่ยังไม่มีกำหนดเกษียณ สิ่งเหล่านี้บอกอะไรแก่คนรุ่นหลัง คำตอบอาจมีมากกว่าหนึ่งข้อ ขึ้นอยู่กับเจ้าของคำตอบจะมองเห็นมุมไหน

 เท่าที่มองจากพื้นราบ เราคงต้องเตรียมดินให้พร้อมอยู่เสมอ หากต้องการยลดอกไม้บาน ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ชนิดไหน การงานหรือชีวิต.

 *** สายส่งศึกษิต บริษัท เคล็ดไทย จำกัด มีความประสงค์จะจัดเลี้ยงแสดงความยินดีแก่เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในวาระที่ได้รับการประกาศเกียรติยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2552 ในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ร้านนิวออร์ลีน ถนนพระสุเมรุ (ตรงข้ามร้านหนังสือเดินทาง) เริ่มเวลาประมาณ 17.00-21.00 น.
สำรองที่นั่ง ที่ [email protected] <mailto:[email protected]> หรือ [email protected] <mailto:[email protected]>
 
 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสนทนากับเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในหัวข้อ ‘ชีวิตและการเขียนหนังสือ’ ดำเนินรายการโดย อาจารย์พัชราภา ตันตราจิน แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้เขียนวิทยานิพนธ์ ‘ความคิดทางสังคมการเมืองของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ 14.00-16.00 น.

 สำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งคุณกบ ศรีสุคล พรมโส หมายเลขโทรศัพท์ 0-2247-0013 ต่อ 4141-2 และ 4147 หรือโทรสาร 0-2248-5852 หรือทางอีเมล [email protected] <mailto:[email protected]>

เรื่อง..."วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์"
ภาพ... "อนุช ยนตมุติ"