บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - เพลง@ภาพลักษณ์

คมเคียวคมปากกา - เพลง@ภาพลักษณ์

24 ก.พ. 2553

วันหยุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดนิตยสารจีเอ็ม (ฉบับเดือนมกราคม) อ่านบทสัมภาษณ์ "อากู๋" ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม โดยนักข่าวการตลาดฝีมือดี ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย บอกได้คำว่า "เยี่ยม"

  มันเป็นมากกว่าบทสัมภาษณ์ เพราะทุกถ้อยคำของอากู๋ คือ "องค์ความรู้ใหม่" ในความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อและดนตรี

 บังเอิญว่าคอลัมน์นี้ว่าด้วยเรื่องลูกทุ่ง ผมจึงไม่ขอขยายในสิ่งที่อากู๋พูด เพียงอยากแนะนำให้ผู้ที่สนใจไปหามาอ่านดู เข้าใจว่าตามแผงก็หาอ่านไม่ได้แล้ว คงต้องเข้าห้องสมุดหรือร้านเช่าหนังสือ

 แต่มีบางอย่างที่อากู๋เล่าไว้ ผมสังเกตเห็นได้จากการปรับตัวของ "แกรมมี่โกลด์" ที่ผลิตงานเพลงลูกทุ่งเป็นหลัก

 "ผู้บริโภคไปเร็วกว่า เราต้องเป็นตัวตาม เราเป็นตัวบริการเขา สิ่งที่เราทำนั้นเรียกว่า Service ก็ได้" อากู๋กล่าวถึงเทรนด์ที่เปลี่ยนไป

 คำว่า "เปลี่ยน" ในทางการตลาด มีอยู่ 2 อย่างคือ เทคโนโลยีเปลี่ยน และผู้บริโภคเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

 เราจึงได้เพลงลูกทุ่งกลิ่นอายเพลงสตริง ได้ฟังเพลงที่มีเนื้อหาสะท้อนภาพชีวิตและรสนิยม "คนเมือง"

 ในประเด็นนี้ ผมเคยนำมาเขียนหลายครั้งแล้ว เพื่อยืนยันถึงเรื่องรสนิยมของคนฟังเพลงที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะแนวดนตรี หรือท่วงทำนองเพลง ซึ่งคนลูกทุ่งบางกลุ่มไม่ยอมรับว่ามันเป็นเพลงลูกทุ่ง

 ผมน่ะไม่ค่อยติดใจเรื่องแนวดนตรี และไม่แคร์ว่าลูกทุ่งแท้ หรือลูกทุ่งเทียม แต่ที่อดเป็นห่วงไม่ได้คือเรื่องเนื้อหา และภาษาเพลง

 สูตรสำเร็จเพลงแนวบาดลึก ทำนองรักสามเส้าเราสามคน เป็นเรื่องที่นำมาเขียนเมื่อไหร่ก็โดน!

 ไม่น่าแปลกใจหรอกที่เพลง "แฟนเก็บ" จะต่อยอดความสำเร็จมาถึง "อยากเป็นคนรัก ไม่อยากเป็นชู้" และทำให้ ตั๊กแตน ชลดา มีภาพลักษณ์เป็นนักร้องแนวรักมีแผลไปโดยปริยาย

 เช่นเดียวกับค่ายอาร์สยาม ที่ได้ "รักคนมีแฟน" ของ เอเซียร์ เขย่าดาวน์โหลด และเพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" ที่ปลุก จินตหรา พูนลาภ ให้กลับมาเป็น "นักร้องท็อปดาวน์โหลด" อย่างไม่น่าเชื่อ

 บังเอิญผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ และสังคมอุตสาหกรรม มีไลฟ์สไตล์ที่ตอบรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้จึงเป็นตลาดใหม่ของ "เพลงดาวน์โหลด"

 แน่นอน ค่ายเพลงในฐานะคนขายของ ย่อมมองหาตลาดเพื่อขายสินค้าเป็นธรรมดา เมื่อเพลงแนวแย่งแฟนเพื่อน แย่งผัวชาวบ้านมีคนดาวน์โหลดเยอะ ก็ต้องทำเพลงแนวนี้ป้อนสู่ตลาด

 ทำนองเดียวกัน เพลงภาษาจิ๊กโก๋ ภาษากึ่งดิบกึ่งสุกของ "โกไข่กับนายสน" หรือ "ธันวา ราศีธนู" ที่โดนใจนักเที่ยวโรงเหล้าโรงเบียร์ ก็ต้องเร่งทำออกมาขาย

 ผมเข้าใจว่า มันเป็นความอยู่รอดของค่ายเพลง เพราะการขายซีดีเพลงลดลงอย่างน่าใจหาย

 แต่สิ่งที่อดห่วงไม่ได้คือ แนวโน้มการทำเพลงขายแบบ "ซิงเกิ้ล" มากกว่าอัลบั้ม จะทำให้ค่ายเพลงสนใจแต่เพลงที่ขายดาวน์โหลด

 เพลงอะไรที่ขายได้ก็ทำออกมา และเพลงที่คิดว่า "ไม่ขาย" ก็จะไม่ให้ความสนใจ หรืออาจคิดว่าล้าหลังหรือตกเทรนด์!

 ในท่ามกลางความสำเร็จ ค่ายเพลงใหญ่ๆ จะรู้สึกอย่างไร? หากมีใครสักคนประทับตรา "นายทุนมักง่าย" ขายทุกอย่างที่ขายได้ และไม่ต้องรับผิดชอบสังคม  

 ในความโด่งดัง และติดชาร์ตท็อปดาวน์โหลด นักร้องหญิงคนหนึ่งจะรู้สึกอย่างไร? เมื่อมีคนชี้หน้าว่า นี่ไงนักร้องหน้าด้าน!

 ฝากคำถามตัวโตๆ ไปถึงทุกค่ายทุกคน ด้วยรักและห่วงใยกันจริงๆ??

"บรรณวัชร"