
กฤษณ์แอบหนี"มาช่า"พามิ้นทำคุกกี้รูปหัวใจ
เพิ่งผ่านเทศกาลตรุษจีนกันมาหมาดๆ อาตี๋ อาหมวย ก็คงเป๋าตุง กันเป็นแถว...ว แต่ปีนี้พิเศษหน่อย ที่วันตรุษจีน ดั๊นมาตรงกับวันวาเลนไทน์ซะด้วย "คม ชัด ลึก" เลยขออินเทรนด์นัดสาวหน้าหมวยอย่าง มิ้น มิณฑิตา วัฒนกุล และหนุ่มหน้าตี๋อย่าง กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ พระ-
เรานัดเจอสอง พระ-นาง กันที่ร้าน “สวีทเซ้นท” บริเวณพระราม 9 ซอย 39 ร้านเบเกอรี่อารมณ์หวานสไตล์วิลเทจ ทั้งผนังและเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านต่างมีสีขาว แถมของตกแต่งภายในร้าน ก็ให้ความรู้สึกสบายๆ เบเกอรี่ภายในร้านยังอร่อยอย่าบอกใคร เพราะขนมที่นี่ทำสดใหม่ทุกวัน เมื่อถึงเวลานัด หนุ่มกฤษณ์ก็ปรี่เข้าร้านมาด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงดำ แหม...ถ้าแถมเนกไทอีกเส้นนะ จะดูเป็นพนักงานบริษัทมั่ก...มาก
มาถึงหนุ่มกฤษณ์ก็ทำหน้าเบ้ เพราะนอกจากจะหิวจนหน้ามืดแล้ว แดดในวันนั้นก็ยังร้อนจนตับจะแตก เข้ามาปุ๊บพระเอกก็ปรี่ไปหน้าตู้กระจกที่โชว์เบเกอรี่นานาชนิด ในขณะที่เจ้าตัวยังบ่นตลอด ว่าไม่ชอบแต่งตัวสไตล์นี้ เพราะมันดูลุงมาก (ดีที่ยังรู้ตัว...อิอิ) “ผมแต่งแบบนี้แล้วแก่ไหมครับ” ซึ่งน้องมิ้นที่มารออยู่ก่อนเลยแซวขึ้นว่า “โหย...ย ลุงมาถึงก็กินเลยนะ” ทำเอาหนุ่มกฤษณ์ค้อนขวับ “กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะน้อง และตอนนี้พี่หิวมากๆ เลย” ว่าแล้วหนุ่มกฤษณ์ก็เลือกโกโก้เย็น และ บานอฟฟี่พาย ขนมขึ้นชื่อของร้าน กินไปชมไป ไม่ทันไรก็หมดจาน พอขนมหมดสมองก็เริ่มแล่น มีแรงทำคุกกี้ซะที
ซึ่งวิธีทำคุกกี้ ก็แสนจะง่ายดาย ขนาดคนทำไม่เป็นอย่างทั้งคู่ ยังทำได้ เพราะทางร้านก็แสนดีเตรียมส่วนผสมไว้พร้อมสรรพ ว่าแล้วทั้งคู่ก็คว้าผ้ากันเปื้อน (ที่ยืมเขามา) ขึ้นสวม โดยนางเอกเลือกสีชมพู ส่วนพระเอกก็เลยต้องใช้สีเขียว ก่อนที่จะเดินไปล้างไม้ล้างมือ และมายืนประจำที่ ซึ่งสาวมิ้นบอกว่าชอบทำขนมสุดๆ เพราะช่วยคุณแม่ทำเป็นประจำ ซึ่งหนุ่มกฤษณ์ รีบสวนทันทีว่า “แต่จะกินได้ป่าวนั้นอีกเรื่องหนึ่ง”
แหม... เม้าท์กันพอหอมปากหอมคอ อุปกรณ์การทำคุกกี้ก็ถูกยกมาด้านหน้าทั้งสองแล้ว หนุ่มกฤษณ์คว้าตะแกรงร่อนแป้งขึ้นมาดู พลางเอ่ยถามน้องมิ้นที่อยู่ข้างๆ “ไอ้แป้งนี่ร่อนไงเนี่ย” แล้วก็ส่งตะแกรงให้มิ้นแทน “แหม...ม ร่อนแบบนี้ไงพี่” ว่าแล้วสาวมิ้นก็จัดการร่อนแป้งเอง แถมมีเหน็บฝ่ายชายด้วย ว่าทำไม่เป็นก็ไม่บอก ทำเอาหนุ่มกฤษณ์ ค้อนขวับหันมาบ่นอุบอิบ บอกใครๆ ว่า “ผมเคยทำแต่อาหารคาว พวกกับข้าวอย่าให้เซด ทำได้หมด โดยเฉพาะเมนูไข่ๆ ไข่เจียว ไข่ดาวนี่ก็จะถนัดเป็นพิเศษ แต่ขนมหวานเนี่ย เพิ่งครั้งแรกจริงๆ” ว่าแล้วก็ดูมิ้นร่อนแป้งจนเสร็จ
พอมาถึงขั้นตอนเทส่วนผสมลงไปในเครื่องนวดแป้ง ทั้งสองก็ทำอย่างชำนาญ เพราะแค่เทส่วนผสมลงเครื่องแล้วก็ให้เครื่องตีส่วนผสม พอแป้งเข้ากันดีก็เป็นตอนที่ทั้งคู่ต้องนวดแป้งสำหรับทำคุกกี้ โดยใช้ไม้นวดแป้งให้แผ่นแป้งบางเท่ากัน และใช้แป้งโรยเล็กน้อยไม่ให้ติดไม้นวด ก่อนจะใช้พิมพ์คุกกี้รูปหัวใจกดเป็นชิ้นอย่างสนุกสนาน คุกกี้วางเรียงบนถาดที่ทาด้วยเนยไว้ แล้วทั้งคู่ก็ประคองถาดนำไปเข้าเตาอบ
“อบเสร็จก็จะได้คุกกี้เป็นรูปหัวใจแบบนี้” สาวมิ้นบอกพร้อมโชว์คุกกี้ที่อบเสร็จ เราจะแต่งหน้าคุกกี้ด้วยครีมสดผสมสีผสมอาหาร ซึ่งมีทั้งสีแดง เขียว ม่วง เหลือง ฯลฯ แล้วทั้งคู่ก็ตีผสมสีกับครีมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาเกลี่ยลงบนคุกกี้รูปหัวใจ แล้วแต่งหน้าด้วยท็อปปิ้งแต่งหน้าเค้ก ที่ทำจากน้ำตาล มีทั้งที่เป็นรูปหัวใจเล็กๆ รูปดอกไม้ รวมไปถึงน้ำตาลเม็ดกลมเล็กๆ เคลือบสีเงิน แต่งหน้าคุกกี้ชิ้นเล็กเสร็จ ก็ถึงคิวชิ้นใหญ่ ที่ทั้งสองต่างมีไอเดียบรรเจิดมั่กมาก...ก โดยหนุ่มกฤษณ์พยายามแต่งเป็นหน้าคน โดยทาน้ำตาลผสมสีแดงด้านล่างก่อน อยากให้มองเป็นปากคน โดยใช้น้ำตาลรูปหัวใจเล็กๆ ทำเป็นซี่ฟัน ใช้น้ำตาลที่ทำเป็นรูปดอกไม้เป็นดวงตา แถมมีไฝเม็ดๆ ที่ทำจากน้ำตาลเม็ดกลมๆ เคลือบสีเงิน วางไว้ตรงหางตาซะด้วย
“ไฝวางตรงนี้ปุ๊บ คุกกี้ชิ้นนี้กลายเป็นพลอย เฌอมาลย์ ทันที โอโฮ...เหมือนมั่กมาก" (หัวเราะ) แถมแต่งหน้าคุกกี้ไปหัวเราะไปตลอด ดูมีความสุขซะเหลือเกิน ฟากสาวมิ้นก็ละเลงเต็มที่ “หนูกะแต่งให้เป็นอาร์ตนะพี่ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ละ” พูดยังไม่ทันจบ กฤษณ์ก็พูดแทรกทันทีว่า “แถมทำช้าด้วย” ว่าแล้วก็โชว์ของตัวเอง ประมาณอวดว่าฉันเสร็จแล้ว ยัง...ยังไม่พอ ยังไปร่วมแจมช่วยทำให้คุกกี้ของมิ้นเละกว่าเดิมอีกต่างหาก ช่างมีน้ำใจจริงๆ
และพอทำคุกกี้เสร็จ หนุ่มกฤษณ์ก็กลับไปก่อนอย่างรวดเร็วไม่ใช่นำคุกกี้ไปฝากหวานใจ มาช่า วัฒนพานิช แต่เพราะมีงานต่อ ในขณะที่สาวมิ้นยังอยู่คุยกับเหล่าแฟนคลับที่มาออในร้านสักครู่ ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกจากร้านไป
เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล
ภาพ : วริศรา วุฒิกุล



