
"อาคานิชิ จิน" ประกาศศักดา มุ่งหน้าโกอินเตอร์!!
ก้าวเข้าสู่สากลไปอีกขั้น สำหรับ อาคานิชิ จิน หนุ่มหล่อ หนึ่งในสมาชิกวง คัตตุน ของเกาะญี่ปุ่น ที่ถึงแม้ในแดนปลาดิบ จะได้รับความนิยมล้นหลาม และมีแฟนคลับชาวต่างชาติอยู่ไม่น้อย แต่ตัว อาคานิชิ เอง ไม่เคยได้ลองจับงานในมาตรฐานสากล เพื่อเจาะตลาดกว้างอย่างจริ
เริ่มประเดิมขั้นแรกก่อน กับภาพยนตร์เรื่อง “BANDAGE” ที่เพิ่งจะเข้าฉายเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในบทบาทเรื่องราวของนักดนตรีหนุ่ม นักร้องนำวง “Lands” ที่ตั้งวงร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อไล่ล่าตามความฝันของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากจะทำเงินได้อย่างมากมายมหาศาลแล้ว
เพลงประกอบภาพยนตร์อันเป็นผลงานของวง “Lands” ตามบทบาทในหนัง ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเช่นเดียวกัน จนต้องออกทั้งซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า “BANDAGE”และมินิอัลบั้ม “Olympos” ในเวลาถัดมาอย่างไล่เลี่ย เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อสมาชิกวง “Lands” ยังต้องออกแสดงจัดมินิคอนเสิร์ตอีกด้วย นับเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจในความคิดของผู้สร้างสรรค์ และชวนหวนให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “NANA” ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในลักษณะเดียวกันเมื่อหลายปีก่อน
“สำหรับวง “Lands” และผลงานทั้งหมด ที่พวกเราได้สร้างมา ผมเองได้เข้าไปมีส่วนร่วม ในการทำเพลงตั้งแต่ขั้นตอนแรกๆ ผมจึงรู้สึกรักและผูกพันกับเพลงพวกนี้เอามากๆ ภูมิใจมากครับ กับการได้มาเป็นส่วนหนึ่งในวง “Lands” แม้จะเป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หวังว่าทุกๆ คน ก็คงจะชื่นชอบพวกเราเช่นเดียวกัน หลังจากกิจกรรมโปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้จบ วง “Lands” ก็คงต้องยุบลงตามไปด้วย ผมจึงอยากให้ทุกๆ คน ช่วยเก็บพวกเราไว้เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีด้วยนะครับ” อาคานิชิ กล่าว
แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่เราอาจจะได้รู้จักวง “Lands” แค่ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยวง “Lands” และภาพยนตร์เรื่อง “BANDAGE” จะเป็นที่รู้จักทั่วไป ไม่จำกัดอยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อมีหลายประเทศในแถบเอเชียเช่น ไต้หวัน เกาหลี ขอซื้อลิขสิทธิ์หนังเพื่อนำไปฉายที่ประเทศตัวเองแล้ว และยังมีอีกหลายประเทศ ที่กำลังเจรจาตกลงเรื่องซื้อขายลิขสิทธิ์กันอยู่ รวมทั้งมีโครงการจะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปทำในเวอร์ชั่นละครเกาหลีอีกด้วย
นอกจากงานภาพยนตร์ ที่จะนำพาชื่อเสียงให้ อาคานิชิ จิน ไปได้ไกลกว่าแค่ในญี่ปุ่นแล้ว ในเดือนนี้ เขายังได้จัดคอนเสิร์ตโซโลของตัวเองที่มีชื่อว่า “Akanishi Star Live You&Jin” ขึ้นมาอีกด้วย ที่สำคัญคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นการประกาศจุดยืน สู่การโกอินเตอร์อย่างชัดเจน อาคานิชิ ได้เนรมิตเวทีให้ทั้งฮอลล์ กลายเป็นดินแดนแห่งความบันเทิงครบวงจรสไตล์ลาสเวกัสแบบที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้อีกแล้วในญี่ปุ่น แถมเนื้อเพลงกว่า 80% ที่เจ้าตัวเป็นคนแต่ง ยังเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย “ผมใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อที่จะได้สื่อสารกับคนที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ผมอยากนำสิ่งเหล่านี้ไปโชว์ให้คนชาติอื่นๆ ได้รับรู้ อยากไปในที่ๆ ไม่มีใครเคยไป อย่างเช่น ลาสเวกัส” อาคานิชิ เจ้าของเวทีกล่าว
เห็นได้ชัดว่าในปีนี้ อาคานิชิ จิน มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะก้าวเข้าสู่สากล แม้ตอนนี้อาจจะยังไม่เดินหน้าเต็มกำลัง แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน เราคงได้เห็น อาคานิชิ จิน ในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ไอดอลชื่อดังแบบที่แฟนๆ เคยเห็นกันมาตลอดแน่นอน อย่าลืมติดตามผลงานของเขากันด้วยล่ะกันจ้า



