บันเทิง

"หอย-โทนี่-เพชร พลอย-ปู"
ศิลปินเปิดซิงค่ายใหม่ "บานาน่า บานาน่า"

"หอย-โทนี่-เพชร พลอย-ปู" ศิลปินเปิดซิงค่ายใหม่ "บานาน่า บานาน่า"

18 ก.พ. 2553

ไม่เห็นมีใครรักฉันเลย ไม่มีใครจะคอยซับน้ำตา ไม่มีคนห่วงใย ในยามที่ใจฉันมันอ่อนล้าไม่เห็นมีใครคิดถึงฉันเลย ไม่มีใครอยากจะเสียเวลาไม่มีคนใส่ใจ ถูกโยนทิ้งไว้ตามลำพัง ฮืมมม.. เนื้อเพลงฮิตเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วที่ยังคงก้องและอยู่ในความทรงจำหลายคนมาถึงปัจจุบัน

  "ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งออกมาจากงานประจำ พอออกมาก็มีความฝันที่อยากทำเยอะมาก ทั้งเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม รวมถึงการทำเพลงในแบบของตัวเอง ไม่มีกรอบโจทย์ของค่ายมากำหนด วันหนึ่งประจวบเหมาะ เอ็ม39 (บริษัทผลิตภาพยนตร์น้องใหม่) เปิด แล้วผมได้เข้าไปร่วมดูแลเพลงนำภาพยนตร์ทั้งหมด เลยได้มาเปิดค่ายเพลง หลังจากที่ผมเองก็คิดเรื่องนี้มานาน แต่ก็คิดไม่ออกว่าหากเปิดค่ายแล้วจะทำอย่างไรให้อยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การได้เข้าไปทำเพลงหนัง ก็เหมือนได้สื่อประชาสัมพันธ์ ช่องทางการโปรโมทที่ไปพร้อมกับหนังด้วย

 ฉะนั้น ค่ายเพลงบานาน่า บานาน่า เปิดมา จึงเหมือนมี 2 ขา 1.ทำเพลงหนัง 2.ทำเพลงของค่ายเอง เป็นงานมันๆ ที่ผมอยากทำ ซึ่งเมื่อเอา 2 ขามาจัดการให้ดีก็จะสมดุล น่าที่จะอยู่รอดได้" โบ๊ทกล่าวถึงที่มา

 นักร้อง นักแต่งเพลงคนเดิม กล่าวด้วยว่า แม้ก่อนหน้านี้จะเคยฝันทำงานสเกลเล็กๆ แต่เมื่อมาทำจริงๆ บางอย่างกลับเล็กไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพและโปรดักชั่นส์ หากแต่ต้องดูกันในแต่ละชิ้นงาน

 "ค่ายเพลงที่ผมทำ ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศ ไม่จำเป็นต้องมีแบบแผน ง่ายๆ สบายๆ นั่งคุยงานกันที่ไหนก็ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะพูดคุยจบกันในโต๊ะของร้านกาเแฟร้านใด ร้านหนึ่ง หรือไม่ก็คุยกันในโลกออนไลน์ แต่ผมจะไปให้ความสำคัญกับการทำเพลง ทำภาพงานให้ออกมาดูดี ผมต้องการให้เพลงดี ภาพสวย ดูสนุก แค่นั้น ผมว่านั่นแหละคือสิ่งสำคัญของการทำโปรดักชั่นส์ค่ายเพลง ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อค่ายด้วยว่าง่ายๆ กล้วยๆ

 ในเรื่องของแนวเพลง ผมเองเป็นคนถนัดเพลงอีซี่ ลิสเซนนิ่ง อยู่แล้ว รวมถึงงานที่ทำผ่านมาทั้งหลาย ทั้งปวง ก็จะเป็นโทนนั้น เพลงที่ผมทำก็คงจะเป็นแบบนั้น อีกอย่างผมมองว่าเพลงแดนซ์ เก่าเร็ว ตลาดเพลงสมัยนี้ต้องอาศัยเรื่องของเวลาให้ตัวเพลงขับเคลื่อน กว่าจะไปถึงคนฟัง เพลงที่จะอยู่ได้ก็ต้องเป็นเพลงที่เชยยาก ไม่เก่าเร็ว

 ถ้าถามว่างานของผมโดดเด่นอย่างไร ผมว่าเป็นเรื่องของซาวนด์ซึ่งคนในวงการก็จะรู้ คือจะเป็นในแนวโซล อาร์แอนด์บี ฟิวชั่น แจ๊ส ผมว่าการทำค่ายต้องบอกความเป็นตัวคน รสนิยมของคนทำที่เป็นอยู่ ให้กลุ่มคนที่ชอบรสนิยมเดียวกัน"

 การเปิดค่ายเพลงครั้งนี้ บานาน่า โบ๊ท ยังได้ประเดิมด้วยการส่งโปรเจกท์แรกอัลบั้ม "ไนท์ ซาฟารี" ที่ได้ศิลปินทั้งคุ้นหน้าและหน้าใหม่ อย่าง "หอย" เกียรติศักดิ์ อุดมนาค โทนี่ รากแก่น ฝาแฝด เพชร-พลอย (รัตนรัตน์-รัตนารัตน์ เอื้อทวีกุล) รวมไปถึง ปู แบล็คเฮด (อานนท์ สายแสงจันทร์) มาร่วมร้อง

 "อย่างพี่หอย เป็นเพลงซิงเกิ้ลแรกที่ออกมา ชื่อเพลงลืมเหงา ก็จะมาจากคาแรกเตอร์ ไลฟ์สไตล์ของตัวพี่หอยเลย ส่วนโทนี่ ถามว่าผมไปชวนเขาได้อย่างไร คือมีพี่ที่สนิทไปตัดผมกับโทนี่แล้วมาคุยให้ฟัง ผมเองในส่วนตัวเวลาเห็นเขาตามสื่อ ก็จะรู้สึกว่าเขาดูเท่ดี มีรากเหง้ามาจากหมอลำที่ดูเหมือนบ้านๆ แต่กลับดูเท่ พอได้คุยกันก็รู้ว่าเขาร้องเพลงได้ มีเนื้อเสียงที่มีคาแรกเตอร์ ก็เลยชวนมาร่วมงาน ผมก็ส่งเขาไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมกับครูบิ๊ก (ธานัท ธัญญหาญ)

 เพชร พลอย คู่นี้หลายคนไม่รู้ว่าเขาก็ทำวงดนตรีอยู่ ผมรู้จักจากทางเอ็ม 39 เขาจะเป็นคนมีคาแรกเตอร์ สามารถสื่อสารกับวัยรุ่นได้ ส่วนอีกคนคือ ปู เขาจะร้องเพลงที่แตกต่างจากที่หลายคนเคยเห็น จะร้องเป็นโซล เป็นฟิวชั่น แจ๊ส เลย ต้องรอฟัง"

 เมื่อถามว่าแล้วจะมีโอกาสได้ฟังเสียงของเขาร้องเพลงอีกครั้งหรือไม่ โบ๊ท รีบส่ายหน้าทันทีพร้อมตอบว่า

 "จริงๆ แล้วผมไม่ชอบการเป็นนักร้องเลย ไม่อยากเป็นนักร้องด้วย แต่ตอนนั้นที่ออกอัลบั้มเพราะคิดว่าจะเป็นหนทางให้คนมองว่าเราเป็นมืออาชีพ เพื่อไปทำงานเบื้องหลังได้ ยิ่งพอได้ออกไปทำเบื้องหน้าตอนนั้นก็ยิ่งทำให้รู้ว่าเราไม่อยากร้องเพลงให้คนที่ไม่อยากฟังเพลงเราฟัง คือผมเคยไปร้องเพลงในห้างแล้วคนเดินผ่านไป ผ่านมา ยิ้มให้ เขาไม่ได้ต้องการจะฟังเพลงเราเลย ฉะนั้นพอผมทำค่ายเอง ผมก็จะบอกศิลปินในค่ายเพลงเลยว่าเราจะทำแคมปัส หรือคอนเสิร์ตได้นะ แต่ไม่ใช่ไปจัดในที่ๆ ไม่มีใครอยากฟัง

 สุดท้ายถ้าถามว่าผมมุ่งหวังอะไร ผมมองว่าในแง่ของการทำงานก็ยังเหมือนเดิม เหมือนการที่ผมรับทำเพลงอยู่เบื้องหลัง 10 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้ผมสามารถกำหนดทิศทางเองได้ ไม่ใช่สิ่งที่ค่ายวางให้และเชื่อว่าจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งไม่มากก็น้อย ที่จะชอบในงานแบบที่ผมทำ"