
มองนอกดูใน - สูญเสีย...ที่ไม่เสียศูนย์
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้นำกองผ้าป่ากรุณาแห่งหัวใจไปสู่สามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ด้วยการสนับสนุนของกองทัพอากาศ โดยในการนี้ ท่านเจ้าคุณพระเทพรัตนากร เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมตตาเป็นป
ข้าพเจ้าเดินทางพร้อมพระเถรานุเถระมากมายจากวัดที่เข้มแข็ง ซึ่งในงานครั้งนี้เราเรียกกันว่า ‘วัดพี่’ อาทิ วัดสระเกศ วัดไร่ขิง และวัดสายไหม เป็นต้น เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการ ‘วัดพี่ช่วยวัดน้อง’ หรือ ‘วัดช่วยวัด’ ซึ่งในครั้งนั้น พลเอกเพิ่มศักดิ์ พวงสาโรจน์ นายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศ หัวหน้าคณะทำงานในโครงการพระราชดำริ คณะที่ 1 จังหวัดยะลา และ พลเอกธีระพงษ์ ศรีวัฒนกุล หัวหน้าคณะทำงานในโครงการพระราชดำริ คณะที่ 2 จังหวัดปัตตานี รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ได้ให้การต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น โดยครั้งนั้นข้าพเจ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนและรับทราบเกี่ยวกับการทำงานด้านสตรี เด็ก และเยาวชนในพื้นที่ด้วย
ไม่นานหลังการเดินทางครั้งดังกล่าว ข้าพเจ้าก็ได้รับคำเชิญจาก พลเอกธีระพงษ์ ศรีวัฒนกุล ให้กลับไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนใต้อีกครั้ง ทว่าเนื่องจากข้าพเจ้าติดภารกิจ ยังไม่สามารถเดินทางไปได้ จึงได้รับการติดต่ออีกครั้งว่าจะขอนำตัวแทนสตรีไทยที่เป็นสมาชิกราษฎรอาสาสมัครรักษาหมู่บ้านจังหวัดปัตตานีและจังหวัดสงขลาจำนวน 40 ชีวิต มาอบรมในโครงการศิลปะการพัฒนาชีวิตด้วยอานาปานสติภาวนาที่เสถียรธรรมสถาน เพื่อทำนุบำรุงส่งเสริมและพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนาให้เข้มแข็งและยั่งยืนให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้
และการทำงานระหว่างคณะทำงานโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คณะที่ 2 จังหวัดปัตตานี กอ.รมน. ภาค 4 กับเสถียรธรรมสถาน ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ตอนสายของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ตัวแทนสตรีไทยที่เป็นสมาชิกราษฎรอาสาสมัครรักษาหมู่บ้านจังหวัดปัตตานีและจังหวัดสงขลาหลากหลายวัยจำนวน 40 ชีวิต ได้เดินทางมาถึงเสถียรธรรมสถาน โดย พระวรรณเทพ อนันโท (พระในโครงการพระสงฆ์นำชัยคุ้มภัยใต้) เจ้าอาวาสวัดถัมภาวาส ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมตตาเดินทางมาร่วมโครงการด้วย
ทั้งนี้ พลเอกธีระพงษ์ ศรีวัฒนกุล หัวหน้าคณะทำงานโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คณะที่ 2 ได้กล่าวถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาในครั้งนี้ว่า
“เมื่อครั้งที่ท่านแม่ชีศันสนีย์ได้นำกองผ้าป่ากรุณาแห่งหัวใจลงไปที่สามจังหวัดชายแดนใต้พร้อมกับพระเถรานุเถระ ผมก็มีโอกาสได้รับรองท่าน ท่านเป็นผู้ที่มีจิตเป็นกุศล ห่วงใยในสถานการณ์ ท่านทำงานอย่างไม่เลือกปฏิบัติ เมื่อมีโอกาสได้สนทนากัน ท่านแม่ชีมีความประสงค์ที่อยากจะไปช่วยผู้หญิงที่เป็นม่าย ผมจึงกราบเรียนปรึกษากับท่านแม่ชีว่า เรามาช่วยไม่ให้เขาเป็นม่ายจะไม่ดีกว่าหรือ ส่วนคนที่เป็นม่ายอยู่แล้วเราก็ไม่ละทิ้ง แต่เรามาร่วมกันหาทางว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ ปกติสุข เกื้อกูลกัน และเข้าใจกันได้...
“ผมได้กราบเรียนเชิญท่านแม่ชีลงไปที่นั่นอีก เพื่อเผยแผ่ธรรมะแก่สมาชิก อรม. หรือราษฎรอาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน ในจังหวัดปัตตานี แต่ท่านแม่ชีติดภารกิจอยู่ ผมจึงใช้วิธีพาสมาชิกมาปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถานแทน มีคนสนใจสมัครมามากมาย แต่ในชุดแรกนี้คัดมา 40 คนก่อน...
“วัตถุประสงค์ในการมาครั้งนี้ โดยสรุปก็คือ ได้มาปฏิบัติธรรม ได้มากระจายความรู้และสถานการณ์ในพื้นที่ และได้ร่วมกันในการที่จะทำให้ประเทศของเราเข้มแข็ง เพื่อสนองตอบโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือทำให้บวรพุทธศาสนามีความมั่นคงเข้มแข็ง”
แม้ว่าบางส่วนของตัวแทนสตรีไทยทั้ง 40 ชีวิตจะเคยเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตมาก่อน ทว่าการพบกันในวันนี้ บอกข้าพเจ้าได้เป็นอย่างดีว่า แม้จะเคยสูญเสีย แต่เธอจะไม่เสียศูนย์ เพราะแววตาทุกคู่ยังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตที่ยังเหลืออยู่เพื่อคนอื่นต่อไป
ชีวิตของคนเราเกิดใหม่อยู่ทุกขณะ...
จงอย่าจมอยู่กับอารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด...
จนกระทั่งเราต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น...
ไม่มีใครที่ไม่ตาย...
แต่มีคนจำนวนหนึ่งที่ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไม่ตายทั้งเป็นได้...
โดยการใช้ชีวิตอย่างคนที่ไม่ประมาทในเหตุ...
ถ้าเหตุไม่ประมาท...
เราจะรอดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง
ธรรมสวัสดี
" แม่ชีศันสนีย์"
***วันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2553 เสถียรธรรมสถานได้จัดให้มีการ สาธยายพระไตรปิฎก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ในปี พ.ศ. 2555 ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมสร้างมหากุศลด้วยการสาธยายพระไตรปิฎก โดยพร้อมเพรียงกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เสถียรธรรมสถาน โทร.0-2509-0085



