บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - คมเคียวกับชายเดียวในดวงใจ

มองผ่านเลนส์คม - คมเคียวกับชายเดียวในดวงใจ

16 ก.พ. 2553

“ชายอื่นหมื่นแสน ชายไหนไม่แม้นไม่เทียมเทียบทัน ชายหนึ่งเท่านั้น ฉันผูกพันจริงใจ...” เพลงนี้อยากมอบให้ศิลปินแห่งชาติ ครูพยงค์ มุกดา ผู้ประพันธ์เพลงนี้ ซึ่งกลายเป็นตำนานของเพลงไทยไปแล้ว

  ครูพยงค์เป็นศิลปินตัวจริงที่หาใครมาเทียบทันได้ยาก ถ้าจะเทียบกับนักแต่งเพลงคนอื่นๆ แล้ว จะทราบว่า ครูมีความสามารถรอบตัวในการประพันธ์เพลงที่หลากหลายมากกว่าคนอื่นๆ

 ครูเป็นผู้มีอัธยาศัยดี นักข่าวน้องๆ จะโทรหรือสัมภาษณ์ครูจะมีความสุขในการพูดคุย เล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างเต็มใจ โดยไม่คิดลำพองว่า ข้านี้คือ นักประพันธ์เพลงผู้ยิ่งใหญ่

 เพลงในยุคแรกๆ ของท่าน มีเพลงตลกโปกฮา อย่าเพลง ”หัวเราะหลายแบบ” “หนีไม่พ้น” ที่เป็นเพลงร้องคู่สลับกับการพูดโต้ตอบ ฟังทีไรได้ยิ้มทุกที

  ถ้าเป็นเพลงหวานๆ ที่ใช้จินตนาการผสานกับความงามตามธรรมชาติ ผมยกให้เพลง ”นางรอง” ท่อนแยกที่ว่า “น้ำตกนางรอง อาจเป็นสองรองเขาอื่น แต่เจ้างามชื่นจะไม่เป็นสองรองใคร...”

 ครูเปรียบผู้หญิงเป็น “ข้าวคู่นา พี่จึงขอมาเก็บเกี่ยว” จบตรงที่ว่า “มอบใจรักเดี่ยว เสมือนคมเคียว เกี่ยวหัวใจเจ้าไว้ครอบครอง”ครูช่างเปรียบเทียบใช้สัญญลักษณ์ได้คมคายบาดใจนัก

 เรื่องของคมเคียว ท่านยังประพันธ์เป็นเพลง ”แรมพิศวาส” มีท่อนขึ้นต้นว่า “เห็นเดือนรูปเคียวเกี่ยวกิ่งฟ้า เมฆน้อยลอยมานภาสลัวมัวเกลื่อน...”

 หรือเพลง ”ช่อทิพย์รวงทอง” ที่ว่า”รวงทองชูต้นเหมือนคนใจเดียว
รอฤดูเก็บเกี่ยวแหงนคอรอเคียวเกี่ยวไป สาวเอยแม่มัวเฉยเมยคอยใคร
ให้พี่เก็บเกี่ยวเจ้าไปสู่ยุ้งฉางในหทัยรักพี่”

  ในเพลงชุดที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ”นาง” อาทิ นางนอน นางครวญ นางห้าม ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเพลงที่ภาษางดงาม ยกตัวอย่างเพลง นางครวญ มีท่อนปลอบประโลมผู้หญิงไม่ให้ร้องไห้ว่า “...รอยน้ำตาจะพาหมดนวล”

 ยุคที่วงดิอิมพอสซสิเบิ้ล โด่งดัง ครูพยงค์ได้เขียนเพลงให้กลายเป็นเพลงอมตะ คือเพลง ”เป็นไปไม่ได้” อันเป็นเหมือนเพลงสัญญลักษณ์ของวงเลยทีเดียว  “ถ้าฉันมีสอบหน้าอย่างทศกัณฑ์ สิบหน้านั้นจะหันมองเธอไม่เหลียว...” ผมเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงรอสายโทรศัพท์ ทำให้ได้รับคำชื่นชมยามที่ไม่ยอมรับสายใครอยู่เนืองๆ

 วงดิอิมพอสสิเบิ้ลถือเป็นวงสตริงคอมโบ้วงแรกๆ ที่ร้องเพลงไทยและเพลงของครูก็สามารถกลมกลืนกับวงได้อย่างน่าอัศจรรย์

 ในฟากของเพลงลูกทุ่ง แนวเพลงโห่แบบต่างประเทศอย่าง”ลูกทุ่งเสียงทอง” เพชร พนมรุ้ง  หรือเพลง “สาวสวนแตง” ที่เป็นลูกทุ่งไทยแท้ๆ ครูแต่งได้แบบเข้าถึงคนรากหญ้า เพราะภาษาเพลงของครูนั้นทำงานรับใช้ได้ตั้งแต่ชนชั้นสูงยันชั้นชาวบ้านสามัญ ทั้งๆ ที่ครูเรียนจบแค่ ป.4 เท่านั้น

 เพลงรักอย่าง”ฉันเป็นของเธอ” มีท่อนแยกที่ต้องขีดเส้นใต้ว่า “เราจะไม่มีเมื่อวานนี้ เราจะมีแต่วันนี้เป็นที่ตั้ง เราจะมีพรุ่งนี้เป็นพลัง อนาคตหวังยาวยืน”

 ถ้าอยากจะทราบเรื่องราวชีวิตครูว่า ผิดหวังขมขื่นสุดๆ ต้องฟังเพลง”นกขมิ้น” ซึ่งท่านแต่งเมื่ออายุราวๆ 16 ปีเท่านั้น หรือเพลง ”ฝั่งหัวใจ” ที่ ”แหวกว่ายน้ำตากว่าสิ้นพลัง ตะเกียกตะกายหาฝั่ง โถช่างว่างเปล่า...”ครูทำให้เรารู้สึก ”ฉันหลงเริงใจเริงใจอยู่ในวจี” ที่ครูใช้ใจประพันธ์ทุกเพลง

 ผู้ประพันธ์เพลงยอดฝีมือของครู หากเกิดอยู่ในต่างประเทศท่านจะเป็นมหาเศรษฐีนั่งกินนอนกินผลแห่งเพลงที่ท่านได้หว่านไว้ไปแล้ว

 วันนี้ ครูนอนหลับอย่างสงบแล้ว บนสวรรค์ เหล่าเทวดานางฟ้าคนธรรพ์คงจะมีความสุขกับเพลงที่ครูจะไปประพันธ์และมี หยาด นภาลัย ที่เดินทางไปล่วงหน้าก่อนนั้น เป็นคนขับขานเพลงของท่าน

"นคร ศรีเพชร"