
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - เมล็ดพันธุ์วรรณกรรมที่ป่าแดด
ผมเป็นคนชอบขับรถท่องเที่ยวเดินทาง รื่นรมย์เสมอเมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย จะไกลจะใกล้ถึงไหนถึงกัน
มาถึง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ตอนเช้าตรู่ ก่อนจะเข้าไปที่โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรม ผมขับรถแวะไปตามหมู่บ้าน ลัดเลาะเสาะหาอาหารปาก อาหารตา อาหารใจ ได้กล้วยน้ำว้าหนึ่งหวี ได้ผักพื้นบ้านสองสามกำ มีผักขี้หูด ผักสาบ เป็นต้น
จากนั้นขับรถไปตามทางดินสายเล็กๆ ผ่านป่าละเมาะสลับท้องนา มาไหว้พระธาตุจอมแจ้ง องค์เจดีย์สีขาวตระการตา เด่นสง่าอยู่บนเนินเขาสล้าง
ย้อนเวลากลับไปยุคพ่อขุนเม็งราย พ่อขุนงำเมือง แห่งเมืองงามสองเมือง คือ เชียงราย หรือ "ไชยนารายณ์" และพะเยา หรือ เมือง "ภูกามยาว" พ่อขุนทั้งสองได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 3 องค์ คือ พระธาตุจอมแจ้ง พระธาตุจอมเจ้า และพระธาตุจอมคีรี ซึ่งปัจจุบันได้สร้างขึ้นใหม่ครอบองค์เดิม ซึ่งทำด้วยหินทรายแดง โดยพระธาตุจอมคีรีที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
ส่วนพระธาตุจอมเจ้า และพระธาตุจอมแจ้งนั้น สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว องค์พระธาตุจอมแจ้งที่ผมแวะชมนั้น ได้สร้างเสร็จเมื่อ 12 มีนาคม 2552 และมีพิธียกฉัตรไปเมื่อต้นปี 2553 นี้เอง
กิจกรรมค่ายวรรณกรรมที่โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม มีวิทยากรสามท่าน คือ ผม ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ในฐานะกวีซีไรต์ พร้อมด้วยมาลา คำจันทร์ ซีไรต์จาก "เจ้าจันทน์ผมหอม" และ "กุดจี่" พรชัย แสนยะมูล
ท่านผู้อำนวยการ "จรูญ" และคณะครู ดูแลต้อนรับอย่างอบอุ่น ขอได้รับคำขอบคุณจากผมไว้ ณ ที่นี้ รวมทั้งนักเรียนชาว ป.ว.ค. ที่น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส ตั้งอกตั้งใจฟัง คิด และเขียน ทั้งบทกวี และเรื่องสั้น ทำให้ตลอดสองวันในค่ายวรรณกรรม เป็นวันเวลาที่งดงามน่าประทับใจ
ตลอดเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผมได้เดินสายเป็นวิทยากร เรื่องการอ่านการเขียน หากนับจำนวนครั้ง ก็มากกว่า 300 ครั้ง หากนับจำนวนสถานศึกษา ก็ท่าจะมากโข
ผมได้เห็นการงอกเงยและความงอกงาม นักเรียน นักศึกษา เติบโต เติบกล้า หลายคนก้าวสู่ถนนสายวรรณกรรมในฐานะนักคิดนักเขียน
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม เป็นอีกแห่งหนึ่งที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียน ผมดีใจที่ได้มาเยือน มาเป็นส่วนหนึ่งของความคิดความฝัน ขอบันทึกไว้บนหน้ากระดาษ และในความทรงจำครับ
คืนเหงา
ในค่ำคืนของความเงียบเหงา ฉันกอดตัวเองด้วยความเจ็บร้าว หวั่นไหว สายลมโชยยิ่งทำให้หนาวหัวใจ กอบเก็บความปวดร้าวไว้เพียงลำพัง ในค่ำคืนที่หัวใจไหวล้า เดือนดารายังคอยตอกย้ำให้รู้สึกอ้างว้างห่างไกล จนหัวใจอยากปล่อยวาง เฉยชา เหมือนฟ้ากว้างที่ไม่รับรู้อะไร
(ผลงานของ ธนิดา แสนสล่า ม.4/3 เลขที่ 36)
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



