
ดูวิถีชาวจีนตลาดบางหลวงกับคู่ซี้พี่น้องกระแต-กระต่าย
กำลังมีงานเพลงแบบเต้นกระจายคู่กันในชุด ตีเข่าเขย่าแดนซ์" อยู่ในขณะนี้สำหรับ กระแต อาร์ สยาม (นิภาพร แปงอ้วน) และ กระต่าย อาร์ สยาม (หญิง แปงอ้วน) เราเลยจับพี่น้องคู่ซี้ 2 คนนี้ มาพาเที่ยวดูวิถีชีวิต รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรม ที่ผสมกลมกลืนระหว่างวัฒนธร
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ทั้งกระแตกับกระต่าย ที่แม้ดูจะเหนื่อยล้ากับคิวคอนเสิร์ตในต่างจังหวัด แต่ก็ยังสดใส "พี่วันนี้เราจะไปที่ไหนดีอะ" เสียงใสๆ ของกระต่ายเอ่ยทักทีมงานทันทีที่มาถึงจุดนัดหมาย
"ตลาดบางหลวง !! ตลาดเก่า 100 ปีนั่นน่ะเหรอ ดีๆ หนูชอบ ของกินเยอะดี" กระแตกล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เพื่อดักคอน้องสาวตัวอ้วน
เมื่อมาถึงบริเวณตลาดบางหลวง ก็มี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 สมศักดิ์ อยู่มาก ประธานคณะกรรมการพัฒนาตลาดบางหลวง พร้อมคณะมาคอยต้อนรับและเป็นไกด์พาเราท่องเที่ยว หลังจากแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สองศรีพี่น้องก็ไม่รอช้า ย่ำเท้าก้าวตามคณะของผู้ใหญ่สมศักดิ์เข้าสู่ตัวตลาดบางหลวงทันที
เดินมาตรงโค้งทางเข้าตลาด กระแต-กระต่าย ก็มาหยุดอยู่หน้าแผงเล็ก ที่เจ้าของเป็นคนสูงวัยยืนทอดแผ่นแป้งดูน่ากิน ข้างๆ กันก็มีถ้วยใส่ไส้ผัก หมู กุ้งแห้ง วางอยู่ “นี่เขาเรียกอะไรคะลุง” เสียงของกระต่ายถามเจ้าของแผง พลางยื่นมือหยิบแป้งทอดชิ้นขนาดพอดีคำขึ้นมาพินิจพิจารณา “ขนมชุนเปี๊ยะ ลองชิมดูสิอร่อยนะ” ลุงเจ้าของแผงตอบด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
"อร่อยเนอะพี่แต กรอบด้วย พี่ลองกินดูสิคนละอันก็ได้" หลังจากลองลิ้มชิมขนมชุนเปี๊ยะ กันไปคนละอันสองอัน แล้วเหมือนเป็นการติดเครื่องให้แก่ทั้งคู่ ต่างเดินรี่ไปที่แผงขายเป็ดพะโล้ ที่ส่งกลิ่นทักท้ายห่างไปประมาณ 20 กว่าก้าว "หอมๆ" กระต่ายกับกระแต พูดขึ้นพร้อมๆ กัน ก่อนจะก้มหน้าลงสูดกลิ่นน้ำพะโล้ในหม้อใบเขื่อง ซึ่งเจ้าของร้านก็สับเป็ดพะโล้ พร้อมเต้าหู้ให้สองสาวได้ชิมอย่างเต็มที่ ชิมอาหารมาจนปากมันได้ที่แล้ว กระแต-กระต่ายก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร้านกาแฟ เจียซุ่นกี่ ร้านกาแฟขึ้นชื่อของตลาดบางหลวงที่ภายในร้านมีลูกค้านั่งอยู่เต็มร้าน
"หนูเอาชาเย็นนะ หนูเอากาแฟเย็นค่ะ" กระแตตะโกนสั่ง โดยกระต่ายร้องสั่งตามหลังก่อนทั้งสอง จะยืนดูเจ้าของร้านชงกาแฟมือเป็นระวิง
เมื่อได้กินชา-กาแฟ กันแล้ว ทั้งคู่ไม่รีรอเดินทักท้ายพ่อค้าแม่ค้าละแวกนั้น อย่างเป็นกันเองเรียกว่าไปร้านไหน ก็ได้ของติดมือมาชิมร้านนั้น ทั้งหมูสะเต๊ะ, ซาลาเปา, น้ำปั่น ฯลฯ
"เชิญมานั่งพัก กินน้ำกินท่าในแพกันก่อนดีกว่า" เสียงผู้ใหญ่สมศักดิ์เชิญชวน เหมือนรู้ว่านักร้องสาวของเราเริ่มที่จะเมื่อยและเหนื่อยจากแสงแดดที่ร้อนจ้า กระแต-กระต่าย เดินจูงมือกันลงมาที่แพริมน้ำก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ โดยในมือทั้งสองถือถุงพลาสติกใส่ของกินมานั่งกินจำนวนหนึ่งด้วย
"มีเรือนำเที่ยวไว้คอยบริการให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน ราคาไม่แพงเลยครับเพียงคนละ 30 บาทเอง" เสียงประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่บนแพดังขึ้น กระต่ายหันควับมองตามเสียง "แล้วเขานั่งไปดูอะไรกันที่ไหนค่ะ" กระแตถามขึ้นลอยๆ "ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำท่าจีน นมัสการหลวงปู่ทา วัดบางหลวง หลวงพ่อสุโขทัย วัดราษฎร์สามัคคี หลวงปู่คล้ายวัดศิลามูล ชมนกปากห่าง และค้างคาวแม่ไก่ จะลองไปดูกันไหมครับ" ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เชิญชวน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังกระแต-กระต่าย เดินนำหน้าลงเรือที่จอดรออยู่อย่าไม่รีรอ
อึดใจเรือก็พาทั้งคู่ล่องมาตามแม่น้ำท่าจีน "โอ้โฮ ดูสิมีนกเต็มต้นไม้ไปหมดเลยพี่กระแต ตัวใหญ่ด้วย นี่ไงที่เขาเรียกนกปากห่าง ที่บินหนีอากาศหนาวมาจากประเทศจีน ทุกปี" กระต่ายบอกเสียงเจื้อยแจ้ว
สองพี่น้องนั่งคุยกันอย่างมีความสุขตลอด 30 นาทีที่อยู่บนเรือ พอขึ้นจากเรือ กระแตสังเกตเห็นปลาตะเพียนทองที่ว่ายไปมาบริเวณท่าเรือ จึงชวนกระต่ายไปให้อาหารปลา ซึ่งเจ้าปลาก็เต็มใจโผล่ขึ้นมาให้ทั้งคู่ได้ยลโฉมกันจนน้ำกระจาย
เราเดินลัดเลาะ มาอีกฝั่งตลาดบางหลวง ผ่านโรงตีเหล็ก และร้านเก่าที่มีเครื่องไม้เครื่องมือโบราณแสดงอยู่เต็มร้าน รถลาก ร้านยิงปืนโบราณ ร้านเล็กๆ กระแตที่ชอบกีฬาอยู่แล้ว จึงรี่เข้าไปคว้าปืนมายืนถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเสียเลย
"ทางนี้ไปที่ไหนอีกค่ะ" กระแตถาม "ทางนี้เราจะไปที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม กับที่วิกหนังโบราณ ซึ่งเหลือให้เห็นที่นี่ที่เดียวแล้วครับ" ผู้ใหญ่สมศักดิ์ตอบ ก่อนจะพากระแต-กระต่าย เดินเข้าไปยังโรงหนังทำด้วยไม้คล้ายๆ โรงรถ ภายในมีจอหนัง และเครื่องฉายหนังเก่าแก่อยู่ภายใน
"นี่เหรอโรงหนังสมัยนั้น แล้วทำไมที่นั่งเป็นไม้กระดานค่ะ" กระต่ายถามขึ้นด้วยความสงสัยตามประสา “ที่เห็นเป็นไม้กระดานสมัยนั้นข้างล่าง จะเป็นน้ำมีปลาชุกชุม เวลามานั่งดูหนัง เขาก็จะเอาเบ็ดมาตกปลาด้วย" ผู้ใหญ่อธิบาย
กระต่าย จึงจูงมือกระแต ขึ้นบันไดไม้เก่าๆ ขึ้นสู่ชั้น 2 ที่มีเครื่องฉายหนังโบราณตั้งอยู่ด้วยความสนใจ "เครื่องเก่ามากเลยนะ หนูยังทันเห็นตอนเขาฉายหนังกลางแปลงที่บ้านเรา แต่อันนี้เก่าจริงๆ นะ" "ใช่ ใช่" กระแตโต้ตอบคำถาม ก่อนเดินไปหยิบฟิล์มหนังเก่าๆ ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา เดินออกมาด้านหน้าตลาด ที่มีศาลเจ้าหลังไม่ใหญ่ตั้งเด่นอยู่ "นี่คือโรงเจบ้วนฮกตึง" ผู้ใหญ่สมศักดิ์บอกถึงชื่อสถานที่เหมือนรู้ว่าทุกคนสงสัย
"มีเสียงดนตรีจีนด้วย เราไปดูกันเร็ว" กระต่ายรีบจูงมือพี่สาวไปตามเสียงดนตรี ซึ่งเวลานั้นเป็นช่วงที่ทางศาลเจ้ากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการซ้อมดนตรีจีนที่จะใช้ในงานฉลองตรุษจีนพอดี "เพราะจังเลย ลองเล่นดูดีกว่า" กระแตรีบคว้าเอาซ้อจีนมาวางบนตัก โดยมีพี่สาวยืนทำท่านางรำอยู่ด้านหลังอย่างน่าเอ็นดู
“ทั้งสนุกทั้งอิ่มไปเลยวันนี้ วันหน้าไปหาที่เที่ยวกันอีกก็ได้นะคะหนูชอบ” กระแตหันมาบอกกับทีมงาน
ปิดท้ายการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวจีนเชื้อสายไทย ตลาด 100 ปี ตลาดบางหลวง ด้วยการถ่ายรูปของกระแต-กระต่าย บริเวณโรงเจที่อยู่หลังถัดมา ก่อนที่ทั้งสองคนพี่น้องจะขอตัวลากลับกรุงเทพฯ
เรื่อง บุญส่ง คชเกร็ง
ภาพ ประเสริฐ เทพศรี



