
มองผ่านเลนส์คม - ศรีบูรพา 2552
รางวัลศรีบูรพา เป็นรางวัลประจำปีที่กองทุนศรีบูรพา มอบให้ศิลปิน นักคิดนักเขียน หรือ นักหนังสือพิมพ์
ซึ่งคณะกรรมการกองทุนพิจารณาคัดเลือกว่า มีผลงานทรงคุณค่าสมควรแก่การยกย่องปีละ 1 คน
เริ่มมอบรางวัลกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ปัจจุบันมีผู้ได้รางวัลแล้ว 23 คน
ปีนี้คณะกรรมการมีมติว่าผู้สมควรได้รับรางวัลคือ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาจารย์-นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ นักเขียน และนักแปล ผู้เป็นขวัญใจของลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง
พิธีมอบรางวัลศรีบูรพาโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ถือเป็นการฉลองล่วงหน้า 1 วันพอดี สำหรับวันครบรอบวันเกิดของอาจารย์ซึ่งตรงกับวันที่ 6 พฤษภาคม
บรรดาลูกศิษย์ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนไม่ค่อยนับอายุอาจารย์ เพียงรู้ว่าอาจารย์อายุมากกว่าลูกศิษย์ แต่ยังแข็งแรงเหลือเกิน ทั้งร่างกายและความคิด ก็แสนปลาบปลื้ม
ผู้คนจำนวนมากในสังคมไทยมอบความเคารพรักให้อาจารย์ชาญวิทย์มานานแล้ว แม้เมื่อเร็วๆ นี้ จะมีเสียงกล่าวหาอาจารย์ด้วยข้อหาอมตะของขวาตกขอบว่า อาจารย์ร่วมขายชาติกับนักการเมืองขี้โกง เพราะอาจารย์ยืนหยัดแสดงความจริงเรื่องปราสาทพระวิหารว่า เวลานี้มิใช่สมบัติของประเทศไทย อย่าริอ่านไปทวงคืนแบบเด็กงอแง
อุดมคติสำคัญประการหนึ่งของศรีบูรพา หรือ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ผู้ล่วงลับ คือการทำความจริงให้ปรากฏ อันมีนัยสอดคล้องกับ สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย
ศรีบูรพายืนหยัดต่อสู้เพื่อให้สิ่งที่ศรีบูรพาเชื่อปรากฏในสังคมไทย แม้จะถูกต่อต้าน ถูกจับกุมคุมขังก็เคยไม่ท้อถอย
ศรีบูรพารู้จักและเชื่อมั่นในคุณค่าของการทำความจริงให้ปรากฏ ว่าจะส่งผลต่อปัญญาของผู้คนร่วมสังคม ซึ่งยิ่งมีปัญญา ก็ยิ่งพึ่งตนเองได้ และยิ่งมีความสามารถในการร่วมพัฒนาสังคม
เช่นเดียวกัน ศรีบูรพารู้จักและเชื่อมั่นในคุณค่าของสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตยว่าดีสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่สักแต่พูดคำใหญ่คำโตให้ฟังเท่ ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่จงใจบิดเบือนความหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
จิตวิญญาณของอาจารย์ชาญวิทย์ทั้งในฐานะครู นักวิชาการ ฯลฯ และประชาชนสอดคล้องกับอุดมคติสำคัญของศรีบูรพา เป็นผู้รับรางวัลศรีบูรพาที่เคารพได้อย่างสนิทใจ
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



