บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - วาเลนไทน์

มองผ่านเลนส์คม - วาเลนไทน์

11 ก.พ. 2553

วันก่อนเห็น สถานีทีวีไทยเชิญผู้ใหญ่จากหลายหน่วยงาน ผู้ปกครอง และเยาวชนมานั่งพูดคุยเรื่อง การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา

  การปิดกั้นการรับรู้ และความเหมาะควรในการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนยังเข้าใจไม่ตรงกัน

 แต่ฟังแนวโน้วแล้ว ดูเหมือนจะเปิดกว้างมากขึ้น  
 นึกถึงวันที่ใกล้มาถึง... ว่าไปแล้ว "เรื่องเพศ" กับวัยรุ่น ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงเวลานี้ยังถูกป้ายสีจากคนที่เรียกว่า "ผู้ใหญ่" อยู่มาก

 แม้แต่ค่านิยมวันวาเลนไทน์ ก็ถูกตีค่าว่าเป็น "วันเสียตัวแห่งชาติ"
 ซึ่งจะว่าไป อาจเป็นแค่การพิพากษาจากคนเกิดก่อน รวมทั้งอาจมีพฤติกรรมอย่างนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

 ตอนนี้อาจได้ยินกระทรวงนั้นกระทรวงนี้เริ่มใช้กระบอกเสียงกรอกหู "ให้เชื่อ" แล้วว่า เด็กต้องมีอะไรกันในวันนี้แน่ๆ พร้อมกับเปล่งคำวิงวอนเชยๆ ออกมาว่า...

 หนูเอ้ย ทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์กันดีกว่านะ
 อย่าทำให้พ่อแม่เสียอกเสียใจ กับการพลาดแค่คืนเดียวเลย
 ยับยั้งชั่งใจ คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ ก่อนนะลูก...ฯลฯ 
 สถานประกอบการเอง ก็ยังเข้าใจว่าเป็นวันพลีกาย ถวายตัว จึงเตรียมจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดใจ "ลูกค้าวัยเด็ก"

 กระแสข่าวชงอย่างนี้ จึงเป็นธรรมดาที่เด็กจำนวนมากจะแสดงอาการไม่พอใจ 
 อย่างเสียงจากสภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ยังติงว่าวัยรุ่นที่ทำตัวไม่ดีมีแค่ 10% พอออกข่าวไปแล้วก็เหมือนเหมารวมเด็กทั้งหมด ผู้ใหญ่เองต่างหากก็ใช้ไม่ได้ และชอบป้ายสีให้สังคมเชื่อว่าวันนี้ มีแต่เรื่องเซ็กส์เพียงอย่างเดียว   

 ที่ผ่านมา ที่เคยบอกปาวๆ ว่าจะจัดโซนนิ่งสถานบันเทิง อย่าง ผับ เธค ก็ไม่เห็นจัดเป็นเรื่องราว เอาเวลาไปจัดการเรื่องที่ควรทำดีกว่ามานั่งตอกย้ำ และพ่นน้ำลายกับคนที่ทำเสียหายเพียงกลุ่มเดียว และยังเป็นกลุ่มเล็กๆ อีกด้วย  

 ถ้าลองให้เด็กลุกขึ้นมาบอกอย่างนี้แล้ว
 ผู้ใหญ่ยังจะคิดอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้ได้มั้ย  
 เพราะยิ่งพูดไป ก็เหมือนยิ่งเป็นการให้ค่ากับวันวันนี้ ทั้งที่เป็นวันของฝรั่งมังค่า ซึ่งถ้าจะว่ากันจริงๆ ยังเป็นการบิดเบือนความหมายด้วยซ้ำ 

 วันวาเลนไทน์ น่าจะเป็นวันแห่งความรัก วันแห่งการทะนุถนอมหัวใจคนที่เรารัก ผ่านความรู้สึกดีๆ

 ส่วนวันแห่งการเสียเงินซื้อของขวัญ หรือดอกกุหลาบ และนับรวมเป็นวันเสียตัวด้วย... ไม่รู้ว่ามันมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่!!

"นันทพร ไวศะสุวรรณ์"