บันเทิง

มหกรรมลิเกมาราธอนแด่พระ พร  ภิรมย์

มหกรรมลิเกมาราธอนแด่พระ พร ภิรมย์

10 ก.พ. 2553

หลังจากหลวงพ่อพร ภิรมย์ อาพาธ เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ตึก 90 พระบรมราชชนนี ห้องพิเศษ 5 ชั้น 4 ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องโอสถ และการรักษาในภายหลังที่จะออกจากโรงพยาบาล ภาคเอกชน เตรียมจัด “มหกรรมลิเกมาราธอนแด่พระพร ภิรมย์” เพื่อหาปัจจั

  เจนภพ  จบกระบวนวรรณ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุเสียงศิลปิน  FM.105.25  MHz  และ สถาบันวิชาไทย  กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่จัดลิเกมาราธอน ครั้งนี้ ว่า

  “ที่จัดเป็นลิเกเพราะหลวงพ่อ พร  ภิรมย์ เป็นพระเอกลิเกมาก่อน เป็นคนทำให้ลิเกได้รับความนิยม สมัยก่อนท่านเล่นอยู่คณะหอมหวล ที่วิกตลาดนานา บางลำพู ท่านทำให้คนแห่แหนไปดูกันเยอะมาก ตอนนั้นท่านยังไม่เป็นนักร้อง จนครูมงคล อมาตยกุล ต้องขอไปดูตัว และได้ชวนเข้าวงจุฬารัตน์ จึงอยากจะทำงานนี้เพื่อให้คนรู้ว่า ท่านเป็นปรมาจารย์ลิเกมาก่อน ประการต่อมา อยากจะปลุกกระแสลิเกที่เป็นมรหรสพไทยๆ ให้กลับคืนมา มีคนพูดว่าลิเกรวมตัวกันไม่ได้ ผมไม่เชื่อ จึงขอเอางานของหลวงพ่อ เป็นการจุดประกาย ถ้าทำลิเกแบบธรรมดารวมโรง เอาพระเอกนางเอกมารวมกัน เขาทำกันเยอะแล้ว ผมก็เลยคิดทำลิเกมาราธอน 10 ชั่วโมง และผมไปหาข้อมูลมาว่า ปี่พาทย์ลิเก ชื่อคณะไข่ต้ม ดีที่สุดยามนี้ ส่วนเวทีก็จ้างเขามาเล่นให้ 5 คณะเลย เวลาเปลี่ยนคณะก็มีไปพูดคั่น ออกแขกครั้งเดียว ลิเกทุกคณะมาช่วยด้วยน้ำใจไม่เอาเงินและเอาบัตรไปช่วยขายด้วย”

 นอกจากจะนำลิเกมาประชันกันแล้ว นักจัดรายการเจ้าของฉายา "ลายดอก" ยังบอกอีกว่า ก่อนการแสดงลิเกจะมีมินิคอนเสิร์ตก่อนเวลา ซึ่งจะเป็นการรวบรวมผลงานเพลงของหลวงอาพร ภิรมย์ โดยมีนักร้องที่ตอบรับมาร่วมร้องแล้วหลายคน

 “ในส่วนมินิคอนเสิร์ต มีเวลาแค่ 1.30 ชั่วโมง ผมก็ไม่อยากรบกวนนักร้อง เบื้องต้นที่ตอบรับมาแล้วก็มี กังวานไพร ลูกเพชร เพราะเขาเคยเอาเพลงหลวงอาไปประกวดจนได้มาเป็นนักร้อง  จีระพันธ์ วีระพงษ์ ซึ่งเป็นหลานหลวงอา  รุ่ง สุริยา ที่เคยร้องเพลง ”กระทูนสะอื้น” ที่หลวงอาแต่งให้ ตอนนั้นรุ่งใช้ชื่อ ดุษฎี ดอกรัก  หลังจากคอนเสิร์ตจะมีปี่พาทย์โหมโรงและรำถวายมือ ก่อนเข้าสู่การแสดงลิเก ผมอยากให้แฟนเพลงมาช่วยกันเยอะๆ และผมได้ทำจดหมายไปเชิญรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ไม่ทราบว่าท่านจะมางานในวัดหรือเปล่า ตรงนี้ผมคิดว่า วัฒนธรรมท้องถิ่นต้องเริ่มต้นจากชาวบ้าน อย่าเอาไปปรุงแต่งบนเวทีศูนย์วัฒนธรรม อยากให้ผู้ใหญ่ออกมาสัมผัสงานชาวบ้านบ้างสำหรับลิเกทั้ง  5  คณะที่มีน้ำใจมาช่วยเหลืองานการกุศลนี้ ได้แก่  วัฒนา  อนันต์, ศรราม  น้ำเพชร, เทพบัญชา  หลานหอมหวล, วิชาญน้อย  ลูกธนบุรี, ศรรัก-ตรีภพ  ศิษย์บุญเลิศ" เจนภพกล่าว

  ด้าน วัฒนา อนันต์  หัวหน้าคณะะลิเก และนักร้องลูกทุ่งเจ้าของรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด ยอดเยี่ยมชาย เมื่อปี 2547 กล่าวถึงความรู้สึกในการร่วมมหกรรมลิเกมาราธอนครั้งนี้ว่า
 "รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสช่วยศิลปินระดับครูบาอาจารย์ ในบางครั้งผมเคยเอาเพลงท่านมาร้อง  แต่ใจจริงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่รู้สึกดีที่ได้ช่วยท่าน ผมไม่อยากให้งานนี้เกิดขึ้นในแบบที่ท่านป่วย จริงๆ เราน่าจะดูแลกันก่อนที่ท่านจะป่วย และจัดงานเชิดชูท่านให้ท่านได้แสดงความเก่งในด้านลิเกให้คนรุ่นหลังได้ดู  หลังจากที่ทราบข่าวว่าท่านป่วยผมรู้สึกว่าท่านโดดเดี่ยว ทำไมลูกศิษย์ท่านไม่มีใครยื่นมือมาช่วย  ผมไม่ใช่ลูกศิษย์ท่าน แต่ก็ภาคภูมิใจในตัวท่าน ก่อนหน้านี้เห็นมีลูกศิษย์ท่านเยอะมาก แต่เมื่อถึงเวลานี้กลับไม่มีใครดูแล ผมเสียใจที่ท่านไม่สบาย"

 มหกรรมลิเกมาราธอนจะจัดแสดงที่  วัดวิจิตรการนิมิตร (วัดหนัง) ซอยพาณิชยการธนบุรี (จรัญฯ 13)  แขวงคูหาสวรรค์  เขตบางกอกใหญ่  กรุงเทพฯ  วันพฤหัสบดีที่  25  กุมภาพันธ์  2553  ตั้งแต่เวลา  16.00-02.00  น. บัตรการกุศล  100  บาท  200  บาท  เงินรายได้ทั้งหมดไม่มีการหักค่าใช้จ่ายถวายเป็นค่าโอสถรักษาหลวงพ่อพร  ภิรมย์  ทุกบาททุกสตางค์ ซื้อบัตรล่วงหน้าได้ที่สถานีวิทยุเสียงศิลปิน  โทร.0-2412-1694  หรือซื้อหน้างาน  ไปก่อนนั่งหน้าไปช้านั่งหลัง ไม่มีการล็อกที่นั่ง