บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - หยาด นภาลัย

มองผ่านเลนส์คม - หยาด นภาลัย

10 ก.พ. 2553

มีคำเปรียบเปรยอาชีพนักมวย ว่าเหมือน "หมาล่าเนื้อ"

 แต่เอาเข้าจริงมีหลายอาชีพที่ไม่ต่างกันเลย
 การจากไปของนักร้องลูกกรุงเสียงอมตะ หยาด นภาลัย คล้ายว่าจะเป็นการปลดเปลื้องทุกข์

 ด้วยบั้นปลายชีวิตมีหลายโรครุมเร้า จนภรรยาต้องกู้เงินนอกระบบเพื่อเป็นค่ารักษา
 หนี้สินทบท่วมตัว ลูกชายต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานโรงกลึงช่วยเหลือครอบครัว

 แม้ช่วง 2-3 ปีมานี้ จะเปิดตัวต่อสื่อมากขึ้น เพื่อขอน้ำใจจากผู้ฟัง แต่เป็นเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว หยาด มีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่ดูแลจวบจนวาระสุดท้าย 

 และข่าวคราวของเขาก็จะค่อยๆ เงียบหายไป...
 ย้อนไป... ราว 15 ปีก่อน ดิฉันเป็นนักข่าวที่ "เนชั่น สุดสัปดาห์" ได้รับมอบหมายให้ไปตามหาชีวิตแท้ของ หยาด นภาลัย ที่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ผ่านมิวสิกวิดีโอ นาม สมมาตร ไพรหิรัญ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ข้อนี้

 พิสดารเหลือเกินที่นักร้อง-นักแต่งเพลง (แต่งเพลงกว่า 500 เพลง) ผู้โด่งดังจากอัลบั้ม "ลำน้ำพอง" ในปี 2521 กลับแทบไม่มีใครรู้จัก!!

 แม้แต่ค่ายเทปต้นสังกัดเอง ยังให้ได้แค่ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เพราะไม่เคยมีใครไปหาแกที่บ้านเลย   

 การตามหานักร้องที่ไม่ค่อยปรากฏตัวออกสื่อ และมีชีวิตที่ลึกลับ นับเป็นความท้าทาย

 บ้านเป้าหมายย่านตลิ่งชัน กับผู้สะกดรอยที่อยู่แถวสำโรง ช่างดูห่างไกลนัก
 การสวมรอยเป็นนักสืบ ปนๆ งานของบุรุษไปรษณีย์ ทำให้ต้องขึ้นรถเมล์ นั่งสองแถว ต่อมอเตอร์ไซค์ และเดินเท้าเพื่อเข้าตรอกซอยค้นหา กระทั่ง...

 "หลังนี้แหละ...แต่ไม่มีใครอยู่บ้าน แฟนลุงไปรับลูกที่โรงเรียน ส่วนลุงยังไม่กลับ"...เพื่อนบ้านบอกให้ใจชื้น

 กระทั่ง...พบกับ คุณพัชรีรัตน์ ภรรยาผู้อ่อนวัยกว่าสามี 20 ปี เธอกลับมาก่อนหน้าลุงเกือบ 2 ชั่วโมง  

 และ "ลุง" ที่เห็นวันนั้น คือ หยาด นภาลัย ชายวัยเลยกลางคนใส่แว่นตาหนาเตอะ ท่าทางใจดี

 จากการพูดคุย นอกจากรู้จักเขามากขึ้นแล้ว ยังได้รับคำตอบที่ว่า ทำไมเขาถึงไม่ยอมปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ แม้แต่ร้องเพลงในที่สาธารณะ!!

 "มีปัญหาทางสายตา เคยขึ้นไปร้องเพลงแล้วตกเวทีมาแล้ว" ภรรยาตอบแทน ขณะที่หยาดนั่งนิ่ง

 "ก็ดีแล้ว ให้คนคิดว่าสมมาตรเป็นตัวผม เขาจะได้ไม่ผิดหวัง ผมไม่หล่อ แต่อยากให้คนฟังมีความสุขและรู้สึกดีที่ได้ฟังเพลงเพราะๆ มากกว่า" หยาด พูดสั้นๆ ไม่ยอมสบตา

 เป็นการสนทนากับคนที่เจียมเนื้อเจียมตัวที่สุด ที่สำคัญหยาด นภาลัย ไม่ได้เอ่ยถึงข่าวลือที่ว่าถูกโกงค่าตัวและค่าร้องจากค่ายเพลงแม้สักคำเดียว!!

 ถึงเวลานี้ ก็เปล่าประโยชน์ที่จะคิดถึงตัวเลข "กำไร" จากเสียงร้องของเขา ที่อาจมีมูลค่านับหลายสิบล้านบาท

 แต่อยากให้จำชื่อของ นายปุณณรัตน์ และ น.ส.ชมพูนุช การวิบูล เพราะเด็กทั้งสองเป็นเลือดเนื้อแท้ๆ ของหยาด นภาลัย คนที่เคยมอบความสุขให้แก่คนฟัง

 หากพอมีอะไรที่จะช่วยเหลือได้ ก็ขอให้นึกถึงลูกหลานของพวกเราด้วย!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"