บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ร่องรอยเมือง “ธาญญบุรี”

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ร่องรอยเมือง “ธาญญบุรี”

09 ก.พ. 2553

“ลุงวิม” ชาวบ้านย่านดงนางเมือง มีนาหลายสิบไร่ แบ่งให้ลูกๆ ทำ แกนั่งรถไปกับผม อาสานำทางไปดูแหล่งที่ชาวบ้านขุดพบโบราณวัตถุหลายต่อหลายแห่ง ก่อนกลับแวะดูแหล่งที่ขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์

 จากข้อความในศิลาจารึก หินชนวนที่ขุดค้นพบเมื่อปี 2494 แปลความได้ว่า ชุมชนแห่งนี้ชื่อว่าเมือง “ธาญญบุรี” อยู่ในช่วงปี พ.ศ.1600 ซึ่งเป็นยุค “ทวารวดี”

 นอกจากโครงกระดูกมนุษย์แล้ว บริเวณนี้ยังพบโครงกระดูกสัตว์ เช่น ช้าง กวาง เครื่องมือหิน เครื่องประดับสำริด

 วัตถุโบราณที่ขุดค้นนั้นเอง วันที่ผมไปดูไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทำงานขุดค้น มีคนดูแลประจำการอยู่หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ พ่อค้าแม่ค้าและคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างยืนยันว่าไม่มีใครกล้ามาลักขโมยแน่นอน เพราะมีหลายรายแล้วที่ขโมยไป ก็ต้องมีอันเป็นไปจนต้องรีบแจ้นนำมาคืน ผมได้ฟังแล้วก็ไม่หายกังวลอยู่ดี

 ตอนแรกที่ลุงวิมพาผมไปดูกรุ ซึ่งอยู่กลางทุ่งอ้อย ผมรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย หวาดไหวว่านี่แกเป็นคนร้ายหลอกผมมาทุบทิ้งชิงรถหรือเปล่า แต่ลึกๆ ก็เชื่อในความเฉียบคมของสายตาตนเองว่าคงมองคนไม่ผิด

 ลุงวิมทำหน้าที่ “ไกด์” ท้องถิ่นพาผมตระเวนชมกรุต่างๆ ซอกแซกไปทุกหนแห่งแหล่งที่ที่ควรจะดูจะชม ทั้งแกยังสามารถอธิบายเรื่องราวความเป็นมา ลำดับเหตุการณ์ บรรยายสิ่งต่างๆ เหมือนแกผ่านการอบรมมาแล้วเป็นอย่างดี ด้วยอัธยาศัยไมตรีเต็มเปี่ยม

 แหล่งขุดค้นที่พบโครงกระดูก เมืองธาญญบุรี อยู่ห่างริมถนนสายบรรพตพิสัย (นครสวรรค์) โพทะเล (พิจิตร) ขับเลยไปหน่อยก็จะถึงบ้านหนองตางู ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดหนองตางู ที่มี “หลวงปู่พิมพา” เป็นดั่งเทพเจ้าของชาวบ้าน

 แหล่งอารยธรรมทวารวดีครอบคลุมอาณาเขตกว้างไกลไปยันสุโขทัย มีหลายแห่งหลายหนที่วัตถุโบราณผุดโผล่พ้นมาให้เห็นด้วยคมจอบ คมผาลรถไถ หรือมือตักรถแบ็กโฮ พวกนักสะสมนักเล่นของมักจมูกไวกว่า มากวาดเอาของดีไปหมด

 มีชาวบ้านเอา “ของ” มาให้ผมดูสองสามราย เป็นพระเครื่องดินเผา ผมจับพลิกดู พินิจพิจารณาแล้วก็ส่งคืน ไม่รู้สึกอยากครอบครอง ได้แวะมาเที่ยวในหมู่บ้านกลางดงอ้อย ได้พบผู้คนได้พูดคุย ได้นั่งเล่นที่ลานวัดใต้ร่มโพธิ์อันร่มรื่น ได้ฟังเสียงไก่วัดขันเจื้อยแจ้ว ได้กินก๋วยเตี๋ยวริมทาง ใต้เพิงสังกะสี...

 เท่านี้ก็พอใจแล้ว

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"