บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม-“เชียงใหม่เอี่ยม”

มองผ่านเลนส์คม-“เชียงใหม่เอี่ยม”

05 ก.พ. 2553

ถ้าไม่ใช่เพราะ "ปัญหา" เราคงไม่ได้เดินทางไปเหนือ เพื่อเป็นพยานให้แก่โครงการ "เชียงใหม่เอี่ยม" แน่

ในวาระที่ว่า "ปฏิบัติการครั้งแรกของเมืองไทย ที่จะเนรมิตเมืองเชียงใหม่ให้กลายเป็นเมืองน่าอยู่แบบยั่งยืน" จึงเห็นองค์กรภาคีหลักของที่นั่น จับมือกัน เพื่อแก้ 3 ปัญหาหลักของเมือง

 ทั้ง ขยะ น้ำเสีย และเกษตรอินทรีย์

 เห็นความหลากหลายของวิธีการที่จะพลิกโฉมคุณภาพชีวิตของชาวเมืองเชียงใหม่แล้ว มองเห็นจุดเริ่มต้นแม้จะสายไปแล้วก็ตาม 

 ถ้าสำเร็จ พวกเขาคิดไกลไปถึงขนาดเป็นต้นแบบนำร่องเมืองน่าอยู่ของประเทศไทยเลยทีเดียว

 ฟัง รศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี คณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ชมชวน บุญระหงษ์ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน ดร.นิรันดร โพธิกานนท์  ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ เชียงใหม่ และ คุณณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผู้จัดการโครงการปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม ให้ข้อมูลแล้วรู้สึกทึ่ง

 จากที่เคยมองเป็นเรื่องไกลตัว เขาทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างมันอยู่ในวิถีชีวิตที่เราทุกคนมองข้าม

 โดยเฉพาะได้เห็นของจริง จากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน และพูดคุยกับเกษตรกรตัวจริงด้วยแล้ว ยิ่งมองเห็นอนาคต

 เห็นความตั้งใจ จากหนังสั้นกลางแปลง ที่สร้างสรรค์โดยชาวเชียงใหม่ และร่วมแสดงโดยชาวเชียงใหม่ นั่นก็ทำให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจ แม้จะควบคุมการผลิตจาก ทีม "จีทีเอช" ที่คุณเก้ง จิระ มะลิกุล เป็นแม่งานก็ตาม

 ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับมาน่าอยู่

 แต่ยังสงสัยว่าเวลาที่จำกัดตัวเอง แค่ 99 วัน จะ "เปลี่ยน" ได้แค่ไหน

 ความท้าทายนี้ คงไม่ใช่แค่การสร้างภาพแน่ 

 การรณรงค์เก็บขยะ อย่างขวดพลาสติกที่เกลื่อนเมือง ให้นำมาขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นข้าวของเครื่องใช้น่าจะเป็นจุดเริ่มให้คนเริ่มเก็บ แต่ที่มากกว่านั้น จะสร้างจิตสำนึกไปพร้อมๆ กันได้หรือไม่ ยังไม่รู้

 การซื้อหาพืชผักจากแปลงเกษตรอินทรีย์ที่มีราคาสูงกว่าผักหญ้าทั่วๆ ไป ทั้งยังเหี่ยวเฉาง่าย แต่ไร้สารพิษ จะจูงใจให้แม่บ้าน-ร้านค้าจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่ ยังน่าคิด

 น้ำเสียจากครัว โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม ที่ทำให้ปลาตาย แม่น้ำลำคลองเน่าเสีย จะแก้โดยการซื้อเครื่องดักจับไขมัน หรือวิธีการอื่นใดที่ดีกว่านี้ ใครจะคิดว่าเป็นเรื่องของตัวเอง

 ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่สั่งสมและหมักหมมมานาน คงไม่ได้แก้แค่ชั่วข้ามคืน

 เราเคยทำให้ อ.ปาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต หรือเบาะๆ แม้แต่ อัมพวา ก็กลายเป็นที่ช็อปปิ้ง และพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ 

 เราเห็นการพัฒนา ที่มาพร้อมความหายนะจากจุดนี้

 ซึ่งท้ายที่สุดเราก็มาตามแก้ ตามฟื้นให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมๆ อีก

 แม้เชียงใหม่จะอยู่ในสูตรเดียวกัน แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นความพยายาม และความตั้งใจของคนในพื้นที่ และความปรารถนาดีของทุกคน ที่อยากให้ "เชียงใหม่" เป็นเมืองที่สวยงามดังเดิม

 ขอให้กำลังใจอีกแรง

นันทพร ไวศยะสุวรรณ์