
คมเคียวคมปากกา-ไทดำรำพันที่สะหวันนะเขต
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ แรม ๓ ค่ำ เดือนสาม
วันดี คืนดี แดดดี ลมดี ได้ไปเที่ยว สะหวันนะเขต กับครอบครัว และเพื่อนๆ ก่อนไปหลายวัน ได้พบ คุณแคน สาริกา ผู้ชำนาญการเรื่องลาวมากคนหนึ่ง เขาบอกอย่าลืมลองไปเที่ยว โรงแรมสะหวันฯ ได้ยินผ่านๆ หู ไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าแห่งหนึ่งที่พวกเราจะไปคือ พระธาตุอิงฮัง
ก่อนไปวันเดียว ผมลองทำตัวคล้ายทันสมัย เข้ากูเกิลสำรวจ สะหวันนะเขต ล่วงหน้า พบว่ามีสิ่งที่เรียกว่า โรงแรมสะหวันเวกัส และกาสิโน ตื่นเต้นตกใจพอประมาณ นี่น่าจะเป็นสิ่งที่คุณแคนบอก และผมเองไม่รู้เอาความทรงจำความรับรู้ไปทิ้งไว้เสียที่ไหน ถึงเพิ่งรู้ว่าลาวมีกาสิโน (เพื่อนผมที่เป็นนักพนันตัวยง ป่านนี้คงหัวเราะจนกระเป๋าฉีกเสียแล้ว ๕๕๕) ก็แหม...เคยไปสังเกตการณ์แต่แถว โอรเสม็ด กัมพูชา และ เก็นติ้ง มาเลเซีย ไม่นึกว่าจะต้องได้ไปสังเกตการณ์แถว สะหวันนะเขต ส.ป.ป.ลาว
ผ่านตาใครบางคนเขียนไว้ประมาณว่า ท่องเที่ยวทางเลือก เช้าเข้าวัดไหว้พระ ค่ำเข้ากาสิโน (สวรรค์ - นรก) ข้ามไปเที่ยวแล้วก็เป็นจริงเช่นนั้นจนได้ ไปถึงคณะพากันไปไหว้ พระธาตุอิงฮัง ซึ่งว่ากันว่าสร้างขึ้นร่วมสมัยกับ พระธาตุพนม ไหว้พระธาตุขอพร ขอความมุ่งมาดปรารถนา หรือบางคนอาจบนบาน แต่ได้ยินคนขับรถตู้ชาวลาวบอก ขอพรดีกว่าบน ถ้าบน จะต้องได้กลับมาแก้บนอีก ว่าอย่างนั้น
ออกจากวัด ไปกินข้าวร้านอาหารแห่งหนึ่งริมแม่น้ำโขง อิ่มแล้วทุกคนยังไม่อยากเข้าที่พัก แต่อยากไปช็อปปิ้งตามประสานักท่องเที่ยว ครั้นไปถึงแหล่งดังว่า อากาศยังร้อนอยู่ จึงมีบางคนเสนอให้ไปหาห้องเย็นๆ ยัง สะหวันเวกัสฯ ก่อน ตอนเช้าอากาศดีๆ ค่อยไปช็อปปิ้งกัน
ก็ไปกันแหละครับ บางคนขอรออยู่ในรถ บางคนขอเข้าไปเดินสังเกตการณ์บรรยากาศ ส่วนผมมอบลูกชายไว้กับแม่เขาในห้องของเล่นเด็ก ตัวเองเข้าไปเดินสังเกตการณ์ และจิบเบียร์ลาวสดกับเพื่อน ราคาแก้ว ๖๖ บาท (นับเป็นหมื่นกีบเชียว) สังเกตหน้าตาท่าทางคนเข้าไปเล่น ส่วนมากน่าจะเป็นคนไทย ตามด้วยคนเวียดนาม คนที่มีโต๊ะมีเก้าอี้นั่งเล่น เขาจะบริการเบียร์หรือเหล้า กินดื่มกันตามสำราญบานใจ ซึ่งคงจะข้าม ๒๔ ชั่วโมงกันไม่น้อยคน ด้านบนเวทีมีโทรทัศน์เปิดมวย หรือฟุตบอลให้ดู และมีนักร้องสับเปลี่ยนขึ้นไปร้องเพลงขับกล่อม ทั้งเพลงลาว เพลงไทย ที่ได้ยินก็มีเพลง ต่าย อรทัย และ ไผ่ พงศธร
ก่อนจะเดินออกข้างนอก ผมผ่านโต๊ะรูเล็ตว่างอยู่ จึงเข้าไปคุยเล่นกับสาวพนักงาน ก่อนจะแลกมา ๕ ชิพ ชิพละ ๑๐๐ บาท แทงเลขประจำตัวของตัวเองคือ ๑๒ กับ ๑๔ รูเล็ตหมุนไม่กี่รอบก็หมดตัว แต่เห็นคุณป้าคนหนึ่ง เงอะๆ งะๆ แบบเล่นไม่เป็น พอแลกชิพได้ปุ๊บก็แทงปั๊บ แกแทงถูกเป๊ะ กวาดไปหลายพัน ผมเดินออกมาข้างนอก ภาวนาให้คุณป้าโชคดีในรอบต่อๆ ไป อย่าได้หมดเนื้อหมดตัวกลับบ้าน (ส่วนผมพอกลับเมืองไทยหลังจากวันนั้น หวยออกเลขประจำตัวทั้งบนทั้งล่างเลย จึงต้องมีเฮกันเล็กน้อย ๕๕๕)
คนขับรถตู้พูดขำๆ อีก วันนั้นเราได้เข้าวัดสองวัด คือ วัดพระธาตุอิงฮัง และ วัดดวง (๕๕๕)
เข้าพักที่ โรงแรมรุ่งทิบ อาบน้ำอาบท่าแล้ว เราไปกินข้าวร้านอาหารริมแม่น้ำโขงชื่อ ลาวลาวเด้อ รื่นรมย์บรรยากาศ รสชาติใช้ได้ โต๊ะเราร่วมสิบคน คงปาเข้าไปหลายแสนกีบ
อิ่มแล้ว ราตรียังเยาว์ คนนำเที่ยวเขาชำนาญที่ชำนาญทาง จึงชวนไปฟังเพลงและดูเขารำ บัด สลบ ที่ร้าน โชคดีใหม่ ตอนแรกลำบากใจบ้างเพราะอุ้มลูกชายไปด้วย พอเข้าไปแล้วกลับโล่งใจขึ้น เพราะไม่มีควันบุหรี่ และลูกชายก็ชอบเสียงเพลง นักดนตรีวงหนึ่งเล่นเพลงของเขาไป หลายเพลงคล้ายคุ้นถ้อยคำทำนอง พลันให้คิดถึงเพื่อนศิลปินที่เวียงจันทน์อย่าง บุนทะนอง ชมไชผน และ ดาวเวียง บุดนาโค
สาวลาวนั่งดริงค์ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกสวยงาม ได้เวลาก็ออกไปรำกับแขก ดูสวยงามน่ารักดี ส่วนจะมีรายละเอียดอื่นๆ หรือไม่ ผมก็ตาลายด้วยเบียร์หลายขนานเสียแล้ว
ครั้นพอผมได้ยินนักร้องเขาร้องเพลง "ไทดำรำพัน" เท่านั้นแหละ ผมตาสว่าง รีบไปขอเพลงเขาต่อไว้เลย อย่าง "สาวโพนโฮง" เป็นต้น สมัยก่อนเคยเปิด ก. วิเสด ฟังซ้ำทั้งวันโดยไม่เบื่อ ไม่นึกว่ามาเที่ยวสะหวันนะเขตสมัยนี้ จะได้ยินเพลงเก่าแก่ของลาวได้รับการสืบทอดอยู่ สังเกตนักร้องบนเวที แม้เป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ แต่ท่าทีเขาภาคภูมิใจกับเพลงดังกล่าวมาก พนักงานคนหนึ่งคงรู้สึกเป็นมิตรกับผมที่ขอเพลงประเทศของเขา เข้ามาสะกิดให้ผมขึ้นไปร้องเพลงบ้าง โชคดี...มีเพื่อนในคณะคนหนึ่งร้องเพลงเก่งมาก เขาขึ้นไปร้องเพลงแทน ไม่อย่างนั้นถ้าผมขืนขึ้นไปร้อง รับรองเบียร์ลาวจืดสนิทแน่ๆ (๕๕๕)
ครับ ศุกร์หน้า จะหาเรื่องสะหวันฯ มาเล่าต่อ โดยเฉพาะอยู่ๆ ผมก็ได้เลยไปไหว้พระธาตุพนม หลังจากได้ไปไหว้พระธาตุอิงฮัง!
ไพวรินทร์ ขาวงาม



