
คุ้ยกระบะ หาหนังดี
ในช่วง 2-3 เดือนมานี้ ผมแทบไม่มีเวลาไปดูหนังตามโรงเลยครับ หน้าที่การงานช่วงชิงเวลาไปจนหมด ไม่มีแม้กระทั่งจะหาเวลาไปดูหนังหลังเลิกงาน (ประจำ)ได้
ครั้นสบโอกาสในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็อ่อนล้าเกินกว่าจะไปรอต่อคิวแถวยาวเหยียด เพื่อซื้อตั๋วดูหนังสักเรื่องได้ ถึงแม้บางเรื่องจะมีคนดูบางตา จนไม่น่ามีปัญหาเรื่องเข้าคิว แต่ประสบการณ์ดูหนังในวันหยุดสุดสัปดาห์ของผมมักจะเจอเรื่องร้ายๆ โดยเฉพาะมารยาทในโรง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดกับคนหมู่มาก ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการดูหนังของผมก็คือวันจันทร์ - พุธ โดยเลือกรอบฉายตั้งแต่ สองทุ่มเป็นต้นไป อันเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ แต่ไม่ถึงกับดึกสงัด ผู้คนไม่พลุกพล่าน เลือกหาทำเลที่นั่งดีๆ ได้ไม่ยาก ที่สำคัญรอบฉายในช่วงเวลานี้ผู้คนค่อนข้างบางตา และส่วนใหญ่ตั้งใจมาดูหนัง มากกว่าแค่ทำกิจกรรมสันทนาการฆ่าเวลา ซึ่งตลอดเวลาที่หนังฉายจะเงียบสงบไม่มีเสียงคุยเล็ดรอด หรือเสียงโทรศัพท์ให้รำคาญใจ รวมทั้งตำแหน่งเก้าอี้ที่นั่ง ก็ดูจะแยกย้ายกระจัดกระจาย หลีกพ้นการถูกเตะพนักเก้าอี้ให้น่ารำคาญ ดังนั้นช่วงเวลานี้สำหรับผม จึงมีความสุขและมีสมาธิกับการดูหนังมากที่สุดครับ...และเมื่อเวลางานเบียดบังเวลาดูหนัง จะทำอย่างไร...ไม่ยากครับ ก็ตรงกลับบ้านหยิบเอาหนังแผ่นมาดูเป็นการทดแทนยังไงล่ะครับ
วันเสาร์-อาทิตย์ ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา แทนที่จะไปรอต่อคิวซื้อตั๋วดูหนังใน ผมกลับใช้เวลาในการตระเวนหาหนังแผ่นดีวีดีมาดูครับ ซึ่งกินเวลาน้อยกว่า ราคาถูกกว่า และสะดวกสบายกว่า ค้นๆ รื้อๆ ไม่กี่นาทีก็ได้หนังดีๆ กลับไปนอนดูที่บ้านแล้วล่ะครับ...เป็นยังไงน่ะเหรอ?
ผมสังเกตเห็นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาแล้วนะครับว่า ร้านขายหนังแผ่นหลายๆ ร้านตามห้างสรรพสินค้า มักนำหนังเก่า หรือกลางเก่ากลางใหม่มาลดราคาขายแบบถูกๆ โดยนำลงจากเชลฟ์ แล้วมาวางขายในกระบะหน้าร้าน ตั้งราคาต่อแผ่นไม่ถึง 100 บาท ซึ่งก็มีหลายเรื่องหลายแนวคละเคล้ากันไป ทั้งเก่ามาก เก่าน้อย กลางเก่ากลางใหม่ หรือกระทั่งใหม่เอี่ยมเพิ่งลาโรงไปไม่นาน (ผมเห็นสามก๊ก Red Clif ภาคแรก ถูกนำมาวางขายในราคา 99 บาท หลังจากที่เพิ่งลาโรงไปได้แค่ 3 เดือน) ที่สำคัญหนังเหล่านี้เป็นหนังถูกลิขสิทธิ์ คุณภาพชัดแจ๋วทั้งภาพและเสียง บางเรื่องมีฟีเจอร์ดีๆ มากมายให้ได้ชมกันต่อ ทั้งเบื้องหลังงานสร้าง ฉากที่ถูกตัดออกไปเมื่อครั้งฉายในโรง มิวสิกวิดีโอประกอบหนัง หรือโชคดีกว่านั้น ไปเจอเอาหนังบางเรื่องที่สามารถเลือกฟังก์ชันฟังเสียง บรรยายของผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดง คอยอธิบายที่มาที่ไปของฉากต่างๆ ให้ฟังอีกด้วย (ในราคาไม่ถึง 100 บาท น่าทึ่งจริงๆ)
ขออนุญาตยกตัวอย่างหลายๆ ร้านที่มีโปรโมชั่นทำนองนี้ (ขอเรียนว่า ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร้านค้าเหล่านี้แต่ประการใดครับ) อาทิ บูมเมอแรง แมงป่อง Hall of Fame GMS และ CAP แต่ละร้านที่เอ่ยชื่อมา มีหนังดีๆ ที่หาดูยาก ทว่าถูกจับมาลงแผ่นดีวีดีภาพคมชัด เลหลังขายในราคาถูกมากอย่างเหลือเชื่อ ไล่มาตั้งแต่หนังคลาสสิกอย่าง “Casablanca” ราคาเพียง 89 บาท รวมคอลเลกชั่นผลงานของผู้กำกับ จางอวี้โหมว ซึ่งมีตั้งแต่งานสร้างชื่อยุคแรกๆ อย่าง “Red Sorghum” “Ju Dou” “Raise the Red Lantern” “The Story of Qiu Ju” “To Live“ “Shanghai Triad” ไปจนถึงงานที่สร้างชื่อในฮอลลีวู้ด จนถึงระดับโลกไม่ว่าจะเป็น “Hero” หรือ “House of Flying Daggers” ทั้งหมดราคาเพียง 79 บาท (หากเป็นสมาชิกของร้าน ราคาจะถูกลงอีก 10 บาท) หลายๆ เรื่องของผู้กำกับจาง ถูกนำมาจัดหมวดหมู่รวมไว้เป็นคอลเลกชั่นด้วยกันอย่าง “Not One Less” “The Road Home” “Happy Times” และ “Riding Alone for Thousands of Miles” สนนราคาทั้งชุดรวมกันเกือบครึ่งพัน แต่หากแยกเป็นราคาต่อแผ่นก็แค่ร้อยกว่าบาทเท่านั้น
ในขณะที่หนังเก่าๆ ของผู้กำกับเควนติน ทารานติโน่ โดยเฉพาะงานประกาศศักดาสองเรื่องแรกที่ทำให้โลกต้องหันมาจับตามองผู้กำกับระห่ำคนนี้ ทั้ง “Reservoir Dogs” และ “Pulp Fiction” ก็ถูกนำมาลดราคาเหลือเพียง 99 บาท พร้อมแพ็กเก็จสวยหรู และเมื่อเหลือบไปเห็นกล่องดีวีดีที่ออกแบบมาอย่างดีของหนังเรื่อง “Frida” ก็นึกเสียดายที่เมื่อหลายปีก่อน ตัวเองต้องควักเงินกว่าสามร้อยบาท ซื้อหามาเก็บไว้ แต่ตอนนี้ถูกมาโละขายในราคาแค่ 69 บาท (แค่กล่องใส่ก็คุ้มราคาแล้ว)
บนเชลฟ์ ในร้านบูมเมอแรง สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ บังเอิญไปเห็นหนังเม็กซิกันเรื่องดัง “Like Water for Chocolate” ที่ตัวเองอยากหามาดูนานหลายปี วางขายลดราคาแบบซื้อแผ่นแถมแผ่น ในราคาเพียง 159 บาท เคียงข้างตั้งคู่อยู่กับหนังเซอร์เรียลของผู้กำกับ เดวิด ลินช์ เรื่อง “Mulholland Drive” เหลียวขึ้นมองชั้นบนขึ้นไป เห็นหนังเพลงน่าสะสมของผู้กำกับเลือดบ้าอีกคน วอเตอร์ ฮิลล์ ที่มีสองมือกีตาร์ระดับพระกาฬประชันฝีมือกันบนจอครั้งแรกและครั้งเดียว ระหว่าง สตีฟ ไวน์ และ ราย คูเดอร์ ในหนังเรื่อง “Crossroads” ที่มีแรงบันดาลใจมาจากนักกีตาร์บลูส์ชื่อก้องโลก โรเบิร์ต จอห์นสัน ผู้ถูกหาว่าขายวิญญาณให้ซาตาน เพื่อแลกกับฝีมือกีตาร์ขั้นเทพ และถ้าใครอยากเก็บดีวีดีหนังคลาสสิกที่ว่าด้วยดนตรีร่วมสมัยแบบนี้ล่ะก็ แนะนำให้หยิบอีกเรื่องชื่อ “Velvet Goldmine” ที่ว่าด้วยการตามหาศิลปินแกลมร็อกผู้ยิ่งใหญ่ที่หายตัวไป ของนักข่าวคนหนึ่ง จนไปพบความจริงอันน่าสะเทือนใจบางอย่าง ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ถอดแบบมาจากเจ้าพ่อดนตรีแกลมร็อกตัวจริงอย่าง เดวิด โบวี่ มายังไงยังงั้นเลยล่ะครับ โปรโมชั่น 159 บาท ซื้อเรื่องแถมเรื่องแบบนี้ เท่ากับว่าคุณซื้อหนังไปในราคาไม่ถึง 80 บาทด้วยซ้ำ และที่ถูกใจมากที่สุดเห็นจะเป็นคอลเลกชั่นหนังของเจ้าพ่อโรดมูวี วิม เวนเดอร์ ที่หนังสามเรื่องดังของเขา ไม่ว่าจะเป็น “Paris, Taxas” “Land of Plenty” และ “Don’t Come Knocking” ถูกร้านแมงป่องนำมาขายลดราคาเหลือเพียงเรื่องละ 59 บาทเท่านั้น
ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ไม่ต้องการชักชวนให้คุณๆ เดินหนีโรงหนังมานั่งเอนหลังดูหนังแผ่นกันหรอกนะครับ เพียงแต่เป็นการบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อไม่มีเวลาไปดูหนังในโรงเท่านั้น เพราะยังไงเสีย ผมยังพิสมัยการดูหนังในโรงอยู่นั่นเอง ส่วนที่แนะนำหนังแผ่นในสัปดาห์นี้ก็เพราะอยากเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่านซื้อแผ่นลิขสิทธิ์ถูกกฎหมายต่างหากครับ ราคาทั้งถูกกว่า คุณภาพก็ดีกว่า ที่สำคัญ เงินทองตกไปอยู่ในมือของคนที่ทำงานสุจริต ตั้งใจทำมาหากิน ไม่เอารัดเอาเปรียบ เหมือนพวกพ่อค้าแผ่นผีซีดีเถื่อนที่มีอยู่เกลื่อนเมือง...
ของดีราคาถูก ทุกวันนี้ยังพอมีให้เห็นอยู่นะครับ รีบอุดหนุนก่อนที่จะพวกเขาพากันขาดทุนล้มหายตายจากไปซะก่อนครับ....
"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"



