
รู้ทันกฎหมาย - โฆษณาชวนเชื่อ
สินค้าสมัยนี้มีเทคนิคการโฆษณาสารพัดที่เข้มจัดในด้านการแข่งขัน ลูกค้าจึงมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้น แต่พร้อมๆ กันนั้น ก็ทำให้ลูกค้าสับสนมากขึ้นด้วยเช่นกันว่า อันไหนมันดีกว่ากัน
ทุกคนชอบของดีราคาถูก ซึ่งหาได้ยาก และสินค้าทั้งหลายหากไม่ลองก็ไม่อาจรู้ได้ ถ้าไม่ได้ไปที่ร้านค้าและไม่มีผลิตภัณฑ์ให้ทดลองก็ต้องซื้อเสียก่อนค่อยว่ากัน
หากเป็นการขายตรง กฎหมายบังคับให้ต้องกำหนดเงื่อนไขว่า สามารถคืนสินค้าได้ภายในกี่วัน แต่ถ้าเป็นการขายทั่วไป ไม่จำเป็นต้องให้ทดลองสินค้าหรือว่ารับคืน ก็เลยยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่
บางคนซื้อมาแล้วใช้ได้ผล แต่ในบางรายซื้อแล้วตัวลายแพ้เคมี อย่างนี้คนขายจะลอยตัวไม่ต้องรับผิดชอบเสียทีเดียวไม่ได้ ต้องดูว่าที่แพ้เพราะอะไร และที่ไม่ป่วยไม่ตายได้ยังไง
ปกติผู้ขายจะบรรยายสรรพคุณของสินค้าเอาไว้ กฎหมายยังบังคับให้ต้องกำหนดวิธีใช้หรือเก็บรักษา มีข้อมูลของสินค้าเพียงพอ รวมทั้งอาจมีคำเตือนเอาไว้ให้ชัดเจนด้วย
สินค้าที่บกพร่องจากการผลิต การออกแบบ หรือไม่ได้ระบุรายการข้างต้นเอาไว้ หรือระบุไว้ไม่ถูกต้องไม่ชัดเจนเมื่อไหร่ กฎหมายถือว่าสินค้านั้นไม่ปลอดภัย อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงสภาพของสินค้าหรือลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาแล้วด้วย
ถ้าเกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคเมื่อไหร่ก็ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ และพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะเป็นคนขาย คนที่ใช่ชื่อทางการค้าให้เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิต คนที่ผลิตหรือว่าจ้างให้ผลิตก็รับผิดไปด้วย เว้นแต่จะไม่ใช่ความบกพร่องจากการผลิตก็เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดได้
แต่ถ้าคนซื้อก็รู้ก็เห็นๆ อยู่ว่ามันน่าจะไม่ปลอดภัย หรือสินค้านั้นเป็นสินค้าปกติที่ไม่ใช่สินค้าไม่ปลอดภัยอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว หรือคนซื้อใช้หรือเก็บรักษาไม่ถูกต้องตามวิธีที่บอกไว้ จะมาเรียกร้องให้คนขายรับผิดชอบไม่ได้
การบรรยายสรรพคุณเกินความเป็นจริง คนซื้อก็เชื่อเป็นวรรคเป็นเวร แห่กันไปซื้อหามาไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหน ก็ถือว่าเป็นการหลอกลวง ฉ้อโกง มีความผิดทางอาญา นอกเหนือจากค่าเสียหายที่ต้องรับผิดชอบ
คนขายที่หัวใสก็เลยทำข้อตกลงกับคนซื้อเอาไว้ ว่าซื้อไปโดยผู้ขายจะไม่รับผิดชอบว่าจะถูกโฉลกกันหรือไม่ จะแพ้จะผื่นคลื่นไส้ก็รับผิดชอบเอง กฎหมายไม่ยอมให้อ้างข้อตกลงนี้เพื่ออาจปัดความรับผิดชอบ
ค่าเสียหายนอกจากที่มีกับร่างกายแล้วยังเรียกค่าเสียหายต่อจิตใจอันเป็นผลเนื่องจากความเสียหายต่อร่างกาย สุขภาพหรืออนามัยได้ด้วย ในกรณีที่เสียหายถึงตาย สามี หรือภรรยา หรือว่าพ่อแม่หรือลูกๆ ของคนซื้อก็มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้
ยังไม่เพียงแค่นี้ เมื่อเรื่องไปถึงศาล ท่านอาจสั่งให้เสียค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นอีกสูงถึงสองเท่าของความสียหายจริงอีกด้วย ถือเป็นค่าเสียหายในทางลงโทษ ซึ่งในหลักการเรียกค่าเสียหายทั่วไปกฎหมายไม่ได้บังคับให้
พ่อค้าแม่ขายทั้งหลายจึงต้องระมัดระวังในการโฆษณา แม้ว่าจะจริงใจแจ้งข้อมูลให้เห็นกันจะจะว่าสินค้านี้มีส่วนประกอบเป็นน้ำคลอง ปัสสาวะ หรือว่ามูลสัตว์อย่างไร
จะมาอ้างว่าชาวบ้านคนทั่วไปรู้ถึงส่วนผสมแล้วเชื่อเองเสี่ยงเอง จะด้วยเพราะความเขลาไร้สติหรือไม่ก็ตาม หรือแม้แต่คนขายเองก็ยังเชื่อคำโฆษณาของตัวเองโดยได้ใช้สินค้านั้นเช่นกัน ก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
การโฆษณาถ้าจะชวนให้เชื่อก็ต้องไม่ใช่เชื่องมงายแต่ต้องเชื่อถือได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นขายได้เงินเท่าไหร่ก็ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าเสียหาย หรืออาจไม่มีโอกาสใช้เพราะต้องลาครอบครัวไปรับโทษทางกฎหมายหลายปี
"ศรัณยา ไชยสุต"



