บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - พิพิธภัณฑ์  วัดดงแม่นางเมือง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - พิพิธภัณฑ์ วัดดงแม่นางเมือง

02 ก.พ. 2553

กราบนมัสการหลวงปู่ผัน เจ้าอาวาสวัดดงแม่นางเมืองสามครั้ง ท่านประพรมน้ำมนต์เย็นชื่นฉ่ำจนขนลุก รู้สึกหนาวสะท้าน เพราะผมอยู่ระหว่างป่วยไข้หวัดลงคอ ไอค่อกแค่ก กระเสาะกระแสะมาหลายวัน

 หลวงปู่ให้ “ย่ามลงยันต์” ไว้เป็นเครื่องราง ส่วนจะขลังหรือไม่ขลังผมไม่ได้พิสูจน์ เพราะผมส่งต่อให้แก่เพื่อนที่ต้องการใช้ ผมเองยืนยันกับหลวงปู่ว่า เป็นเพียงผู้สนใจศึกษา ไม่ใช่นักเล่นของ เล่นพระ หรือนักสะสม

 พูดคุยกับชาวบ้านหลายคน ได้เรื่องได้ราวมาว่า เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2500 ที่ชาวบ้านได้พบพระเครื่อง พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผา หม้อชามรามไห และลูกปัด ต่างๆ ผุดโผล่ขึ้นจากพื้นดิน ถูกพลิกฟื้นขึ้นมาด้วยคมจอบบ้าง ผาลรถไถบ้าง จากผีคนเก่าคนแก่มาเข้าฝันบ้าง รถขุดบ้าง จากพื้นที่ต่างๆ ทั้งไร่นา ที่บ้าน ที่วัด มากมายเหลือคณา

 ต่อจากนั้นกรมศิลป์ฯ จึงเข้ามาดูแลควบคุมขุดค้น ศึกษา จัดการให้เป็นระบบ ที่สำคัญคือ ได้ขุดค้นพบศิลาจารึก ทำด้วยหินชนวนสีเขียว สูง 175 กว้าง 37 หนา 22 เซนติเมตร จากรึก ด้วยภาษามคธ และภาษาขอม รายละเอียดเรื่องนี้ คุณไมเคิล ไรท์ ได้ศึกษาไว้ เคยตีพิมพ์ใน “ศิลปวัฒนธรรม” ท่านผู้อ่านสามารถค้นคว้าดูได้

 พิพิธภัณฑ์ ที่วัดดงแม่นางเมืองนี้ เป็นอาคารห้องเดียวชั้นเดียว หลังเล็กๆ มีประตูเหล็กเปิดเลื่อนสองทาง ภายในเป็นตู้กระจก เก็บสิ่งของเครื่องใช้ ที่ขุดค้นได้ อาทิ แท่นหินบด แท่งหินที่ปลายด้านหนึ่งเป็นทรงกลม ที่ใช้สำหรับขึ้นรูปภาชนะดิน เครื่องสำริด กระเบื้อง อิฐ และใบเสมา แวดินเผา (ใช้สำหรับงานปั่นด้าย) ประติมากรรมดินเผารูปสัตว์ ตะคัน (ถ้วย) สำหรับใส่น้ำมันจุดประทีป เครื่องมือหิน ลูกปัดเป็นต้น

 ส่วนใหญ่ขุดค้นพบในพื้นที่บ้านมาบมะขาม ตำบลเจริญผล ตำบลตาสัง อำเภอบรรพตพิสัย เป็นศิลปวัฒนธรรมทวารวดี ศตวรรษที่ 17

 ชาวบ้านคนหนึ่ง “ลุงวิม” เป็นคนอาสาพาผมไปดู “กรุ” ต่างๆ หลายแห่ง ที่ชาวบ้านพบของเก่า มีร่องรอยการขุดค้น บางกรุอยู่กลางทุ่งอ้อย ทุ่งนา มีศาลพระภูมิตั้งอยู่ บางกรุอยู่บนเนิน มีซากอิฐ และแท่งหินโผล่พ้นพื้น

 ลุงวิมเล่าว่า เซียนพระทั่วประเทศต่างเดินทางมา “หาของ” และ “จับของ” กันขวักไขว่ จนกระทั่งชาวบ้านทั้งหลายเริ่มรู้ทัน และมีวิชาแก่กล้าขึ้นมา บางคนนำพระเครื่องของเก่าที่ขุดได้มาทำพิมพ์ และนำอิฐเก่าและเศษกระเบื้องที่ขุดไว้มาป่นทำเนื้อพระ หลอกต้มเซียนกระจอกมาหลายรายแล้ว

 ผมได้ชม “ของ” ของชาวบ้านหลายราย ได้รับฟังปาฏิหารย์หลายเรื่อง ได้ดูพระพุทธรูปหินปางยืนในกุฏิท่านเจ้าอาวาส (สูงราว 3 คืบ) ได้รู้จักชาวบ้านที่มีอัธยาศัยไมตรี ได้ชม “ของ” ในอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ “โล่งโจ้ง” “ปลอดโปร่ง” จนน่ากลัวว่า ของดีจะถูกลักขโมยเอาง่ายๆ เมื่อถามลุงวิมดู ก็บอกว่า ไม่มีใครขโมยหรอก ถ้าขโมยไปก็ต้องรีบเอามาคืน เพราะจะมีแต่เคราะห์ร้าย อยู่ไม่เป็นสุข พบแต่ความวิบัติ

 ผมขออนุญาตถ่ายรูป “พระเครื่อง” ของชาวบ้านคนหนึ่ง ทีแรกได้รับการปฏิเสธ เขาเกรงว่าผมจะเอาไป “ทำพิมพ์” แต่แล้วเขาก็ยอมให้ถ่าย

 ลุงวิมเล่าว่า สมัยแกยังหนุ่มตัวแกเองเป็นคนหนึ่งที่แบกหามศิลาจารึก ไปขึ้นรถเพื่อนำสู่กรุงเทพฯ (ปัจจุบัน ศิลาจารึกนี้ประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งอุตราภิมุข พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร)

 ปัจจุบันลุงวิมอายุ 67 ปี เคยออกโทรทัศน์หลายช่อง ในฐานะคนนำทางชมของเก่าดงแม่นางเมือง

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"